ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การวิเคราะห์การกลายพันธุ์และแฮปโปลทัยป์ของยีนสร้างกลูโคส -6- ฟอสเฟต ดีไฮโดรจีเนสในประชากรเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การวิเคราะห์การกลายพันธุ์และแฮปโปลทัยป์ของยีนสร้างกลูโคส -6- ฟอสเฟต ดีไฮโดรจีเนสในประชากรเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
นักวิจัย : ชาลิสา หลุยเจริญ
คำค้น : GLUCOSE-6-PHOSPHATE DEHYDROGENASE , RFLP HAPLOTYPE , SOUTHEAST ASIAN
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2546
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082546001399
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ภาวะพร่องเอ็นซัยม์กลูโคส -6- ฟอสเฟต ดีไฮโดรจีเนส (G6PD) เป็นโรคทางพันธุกรรมที่เกิดจากความผิดปกติของเอ็นซัยม์ G6PD ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในประชากรเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีสาเหตุมาจากการกลายพันธุ์ของยีน ~iG6PD~i จากการศึกษาก่อนหน้านี้พบว่า G6PD เวียงจันทน์ (871G (+,ฎ) A) เป็นการกลายพันธุ์ที่พบได้บ่อยที่สุดในประชากรเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในการทดลองนี้เราได้ศึกษาการกลายพันธุ์และpolymorphism ของประชากรเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อหาความสัมพันธ์ด้านพันธุกรรมของประชากรในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยการคัดกรองผู้ที่มีภาวะพร่อง G6PDจากตัวอย่างเลือดที่เก็บจากเด็กแรกเกิดและเด็กที่ตัวเหลืองจากโรงพยาบาลบุรีรัมย์จำนวน 172 และ 195 รายตามลำดับ, เด็กที่ตัวเหลืองจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จำนวน303 ราย นอกจากนี้ยังเก็บตัวอย่างเลือดจากแรงงานอพยพที่จังหวัดจันทบุรีจำนวน195 ราย และ 78 รายจากผู้ป่วยแรงงานพม่าที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร หลังจากนั้นศึกษาการกลายพันธุ์และ polymorphisms ของยีน ~iG6PD~i ในผู้ที่มีภาวะพร่องเอ็นไซม์G6PD ด้วยวิธี PCR-RFLP ผลการทดลองพบว่าความชุกของผู้ที่มีภาวะพร่องเอ็นซัยม์ G6PD ในชาวเขมร, ไทยและลาวคือ 18.5, 21.4 และ 17.4% ตามลำดับ ซึ่งจัดว่าสูงกว่าในชาวพม่าที่มีความชุกของผู้ที่มีภาวะพร่องเอ็นซัยม์ G6PD เพียง 9.7% ส่วนความชุกของผู้ที่มีภาวะพร่องเอ็นซัยม์ G6PD ในเด็กที่ตัวเหลืองชาวเขมร, ไทย และลาวคือ 25.0, 16.0 และ 20.5%ตามลำดับ และเมื่อศึกษาการกลายพันธุ์ของยีน ~iG6PD~i พบว่าชาวเขมร, ไทย และลาวมีการกลายพันธุ์แบบ G6PD เวียงจันทน์มากที่สุดคือ 82.4, 47.7 และ 46.2% ตามลำดับแต่การกลายพันธุ์ดังกล่าวไม่พบเลยในชาวพม่า แต่จะพบการกลายพันธุ์แบบ G6PD มหิดลเป็นส่วนใหญ่ในชาวพม่า (62.5% ของชาวพม่าที่มีภาวะพร่องเอ็นซัยม์ G6PD ทั้งหมด)และพบเล็กน้อยในชาวไทย (4.5% ของชาวไทยมีภาวะพร่องเอ็นซัยม์ G6PD ทั้งหมด)แต่ไม่พบเลยในชาวเขมรและชาวลาว จากการศึกษา polymorphisms ของ G6PD เวียงจันทน์พบรูปแบบ haplotype 2 รูปแบบคือ -,-,+,+,+,+ (~iPvu~i II: 611C (+,ฎ) G,~iSca~i I: 175C (+,ฎ) T, ~iBsp~iH I: 163C (+,ฎ) T, ~iPst~i I: 1116G (+,ฎ)A, ~iBcl~i I: 1311C (+,ฎ) T, ~iNla~i III: 93T (+,ฎ) C) (46 จาก 49 ราย

93.9%) ซึ่งพบได้ในคนปกติ (43 จาก 202 ราย

21.3%)(~ip~i<0.0001) และ haplotypeอีกรูปแบบหนึ่งคือ -,-,+,+,+,-(3 จาก 49 ราย

6.1%) และเมื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างตำแหน่งกลายพันธุ์และ polymorphism พบว่า G6PD เวียงจันทน์มีความสัมพันธ์กับ 1311Tและ 93C อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ขณะที่การกลายพันธุ์แบบอื่นๆ จะมีรูปแบบ haplotypeเพียงแบบเดียวคือ -,-,+,+,-,- ซ่งพบได้เป็นส่วนใหญ่ของคนปกติ (141 จาก 202

69.8%) G6PD เวียงจันทน์เป็นการกลายพันธุ์ที่พบได้บ่อยในผู้ที่มีภาวะพร่องเอ็นซัยม์G6PD ที่เป็นชาวเขมร, ไทย และลาว โดยมีความถี่ของ allele คือ 0.10, 0.06 และ0.06 ตามลำดับ และพบว่าตำแหน่ง 1311T เป็น polymorphism บรรพบุรุษของ G6PD เวียงจันทน์

บรรณานุกรม :
ชาลิสา หลุยเจริญ . (2546). การวิเคราะห์การกลายพันธุ์และแฮปโปลทัยป์ของยีนสร้างกลูโคส -6- ฟอสเฟต ดีไฮโดรจีเนสในประชากรเอเชียตะวันออกเฉียงใต้.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ชาลิสา หลุยเจริญ . 2546. "การวิเคราะห์การกลายพันธุ์และแฮปโปลทัยป์ของยีนสร้างกลูโคส -6- ฟอสเฟต ดีไฮโดรจีเนสในประชากรเอเชียตะวันออกเฉียงใต้".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ชาลิสา หลุยเจริญ . "การวิเคราะห์การกลายพันธุ์และแฮปโปลทัยป์ของยีนสร้างกลูโคส -6- ฟอสเฟต ดีไฮโดรจีเนสในประชากรเอเชียตะวันออกเฉียงใต้."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print.
ชาลิสา หลุยเจริญ . การวิเคราะห์การกลายพันธุ์และแฮปโปลทัยป์ของยีนสร้างกลูโคส -6- ฟอสเฟต ดีไฮโดรจีเนสในประชากรเอเชียตะวันออกเฉียงใต้. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.