ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การปรึกษาหารือและการรับฟังความคิดเห็นในกระบวนการนิติบัญญัติและการออกกฎข้อบังคับ

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การปรึกษาหารือและการรับฟังความคิดเห็นในกระบวนการนิติบัญญัติและการออกกฎข้อบังคับ
นักวิจัย : จามร โสมานันท์, 2517-
คำค้น : อำนาจนิติบัญญัติ--ไทย , นิติบัญญัติ--ไทย , กฎหมาย--ไทย
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : เกรียงไกร เจริญธนาวัฒน์ , กฤษณ์ วสีนนท์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะนิติศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2544
อ้างอิง : 9740313779 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/811
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (น.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2544

วิทยานิพนธ์นี้มุ่งศึกษาถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในกระบวนการนิติบัญญัติ และการออกกฎ ข้อบังคับของประเทศไทย โดยศึกษาขั้นตอนต่างๆ ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน นอกจากนั้นยังได้ศึกษาถึงกระบวนการนิติบัญญัติและการออกกฎ ข้อบังคับของประเทศอังกฤษ และประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขและนำมาปรับใช้ในประเทศไทยเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ผลการศึกษาพบว่า ในกระบวนการนิติบัญญัติและการออกกฎ ข้อบังคับในประเทศไทยขาดขั้นตอนที่ให้ฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดเนื้อหาของกฎหมาย หรือกฎ ข้อบังคับที่จะตราขึ้นซึ่งมีผลกระทบต่อตนเอง จนอาจกล่าวได้ว่ากระบวนการดังกล่าวไม่อาจทำให้กฎหมาย หรือกฎ ข้อบังคับ เป็นกฎหมายและกฎ ข้อบังคับที่ดีได้ ซึ่งแตกต่างจากในบางประเทศ เช่น ประเทศอังกฤษ และสหรัฐอเมริกาที่ให้ฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย หรือกฎ ข้อบังคับที่จะมีขึ้นทุกฝ่ายมีโอกาสให้ข้อมูล ความคิดเห็น หรือข้อโต้แย้ง แก่ส่วนราชการเจ้าของเรื่อง เพื่อนำข้อมูลที่ได้จากขั้นตอนดังกล่าวมากำหนดเนื้อหาของกฎหมาย หรือกฎ ข้อบังคับที่จะตราขึ้น ซึ่งขั้นตอน ดังกล่าวได้แก่ ขั้นตอนการปรึกษาหารือ และขั้นตอนการรับฟังตามลำดับ จึงทำให้กฎหมาย หรือกฎ ข้อบังคับนั้นมีประสิทธิภาพและเป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่ายอันถือได้ว่าเป็นกฎหมายและกฎ ข้อบังคับที่ดีได้ ผลการศึกษาทำให้ทราบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นสามารถนำขั้นตอนการปรึกษาหารือและการรับฟังมาใช้ในกระบวนการนิติบัญญัติและการออกกฎ ข้อบังคับในประเทศไทยได้ แต่อย่างไรก็ตาม การนำขั้นตอนทั้งสองมาใช้พร้อมกันจะทำให้เสียเวลาและ ค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก ทั้งยังทำให้ผู้ปฏิบัติเกิดความสับสน ดังนั้นจึงควรเลือก ขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง ซึ่งได้แก่ ขั้นตอนการปรึกษาหารือ เพราะนอกจากจะสามารถนำข้อมูลที่ได้จากการปรึกษาหารือไปใช้ในการยกร่างกฎหมาย หรือกฎ ข้อบังคับแล้วยังสามารถนำไปใช้พิจารณาร่างกฎหมาย หรือร่างกฎ ข้อบังคับได้อีกด้วย ซึ่งทำให้เกิดความรวดเร็วในการพิจารณา ส่วนขั้นตอนการรับฟังไม่เหมาะสมแก่การนำมาปรับใช้ในกระบวนการนิติบัญญัติไทยเนื่องจากขั้นตอนดังกล่าวไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในกระบวนการนิติบัญญัติในฝ่ายบริหารได้ กล่าวคือ ส่วนราชการเจ้าของเรื่องยังคงทำการยกร่างกฎหมาย หรือกฎ ข้อบังคับโดยขาดการมีส่วนร่วมจากฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง และก่อให้เกิดความล่าช้าในการพิจารณาร่างกฎหมาย หรือร่างกฎ ข้อบังคับนั้น ดังนั้นจึงควรนำขั้นตอนการปรึกษาหารือมาปรับใช้โดยควรมีคำสั่งของฝ่ายบริหารในลักษณะมติของ คณะรัฐมนตรี หรือระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี กำหนดให้ส่วนราชการต่างๆ ที่จะทำการยกร่างกฎหมาย หรือกฎ ข้อบังคับจัดให้มีขั้นตอนการปรึกษาหารือในช่วงการริเริ่มและเตรียมการที่จะมีการยกร่างกฎหมาย และร่างกฎ ข้อบังคับ เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ในการกำหนดเนื้อหาของร่างกฎหมาย หรือร่างกฎข้อบังคับ อันจะทำให้กฎหมายหรือกฎ ข้อบังคับที่จะมีขึ้นเป็นกฎหมาย หรือกฎ ข้อบังคับที่ดี สามารถจัดสรรสิทธิและผลประโยชน์แก่ฝ่ายต่างๆ ได้อย่าง ถูกต้องและเป็นธรรม และได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มใจ

บรรณานุกรม :
จามร โสมานันท์, 2517- . (2544). การปรึกษาหารือและการรับฟังความคิดเห็นในกระบวนการนิติบัญญัติและการออกกฎข้อบังคับ.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
จามร โสมานันท์, 2517- . 2544. "การปรึกษาหารือและการรับฟังความคิดเห็นในกระบวนการนิติบัญญัติและการออกกฎข้อบังคับ".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
จามร โสมานันท์, 2517- . "การปรึกษาหารือและการรับฟังความคิดเห็นในกระบวนการนิติบัญญัติและการออกกฎข้อบังคับ."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2544. Print.
จามร โสมานันท์, 2517- . การปรึกษาหารือและการรับฟังความคิดเห็นในกระบวนการนิติบัญญัติและการออกกฎข้อบังคับ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2544.