ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

นามสกุลพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว : การวิเคราะห์ทางอรรถศาสตร์ชาติพันธุ์

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : นามสกุลพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว : การวิเคราะห์ทางอรรถศาสตร์ชาติพันธุ์
นักวิจัย : ปานทิพย์ มหาไตรภพ
คำค้น : KING RAMA VI , THAI , SURNAMES , ETHNOSEMANTICS
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082545001384
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษานามสกุลพระราชทานในรัชกาลที่ 6 ตามแนวอรรถศาสตร์ชาติพันธุ์ ซึ่งหมายถึงการศึกษาภาษาเพื่อเข้าถึงระบบความนึกคิดของผู้พูดภาษานั้นๆ ประเด็นที่มุ่งศึกษาในงานนี้ ได้แก่ ) เกณฑ์ในการตั้งนามสกุล 2) รูปแบบและโครงสร้างของนามสกุล 3) ความหมายของนามสกุล และ 4) ค่านิยมและลักษณะของวัฒนธรรมไทยที่สะท้อนจากนามสกุลดังกล่าว ในการวิจัยผู้วิจัยสุ่มตัวอย่าง 3,000 นามสกุลจากนามสกุลทั้งหมด 6,000 กว่านามสกุลและอาศัยข้อมูลภูมิหลังความเป็นมาของนามสกุลจากอักขรานุกรมพระราชทานในรัชกาลที่ 6 สมมติฐานของงานวิจัยนี้คือ การตั้งนามสกุลพระราชทานมี 2 เกณฑ์ ได้แก่ เกณฑ์ภูมิหลังและเกณฑ์ทางภาษา ส่วนรูปแบบของนามสกุลมีหลากหลายและสามารถสรุปเป็นกฏได้ว่ามีส่วนประกอบ 3 ส่วน และส่วนแรกที่ต้องปรากฏเสมอคือชื่อบรรพบุรุษ ในด้านความหมายคำที่นำมาตั้งเป็นนามสกุลมีความหมายเป็นสิริมงคลและสะท้อนให้เห็นค่านิยมและลักษณะของวัฒนธรรมไทยเกี่ยวกับการให้ความสำคัญแก่ฝ่ายชายและการที่คนไทยนิยมรับราชการแต่ชาวจีนนิยมค้าขาย ผลการวิจัยพบว่า นามสกุลพระราชทานมีเกณฑ์การตั้งนามสกุล 2 เกณฑ์ คือการตั้งตามภูมิหลังของผู้ขอพระราชทาน และการตั้งโดยใช้กลวิธีทางภาษา การตั้งตามภูมิหลังของผู้ขอพระราชทาน พบว่าเป็นการตั้งตามชื่อและลักษณะทางสังคมของผู้ขอพระราชทานและบรรพบุรุษส่วนการตั้งตามเกณฑ์ภาษา พบว่าเป็นการตั้งโดยใช้ความหมายและเสียงของชื่อเดิมเป็นเกณฑ์ในด้านโครงสร้างและรูปแบบของนามสกุล พบว่านามสกุลประกอบด้วยส่วนประกอบ 2 ส่วน คือ[ส่วนหลัก+(ส่วนเสริมท้าย)] และ [ณ+ชื่อสถานที่] โดยอาจปรากฏส่วนเดียวหรือสองส่วนก็ได้ดังนั้นจึงมี 3 รูปแบบ ได้แก่ 1. [ส่วนหลัก+(ส่วนเสริมท้าย)] 2. [ณ+ชื่อสถานที่] และ3. [ส่วนหลัก+ (ส่วนเสริมท้าย)] + [ณ+ชื่อสถานที่] และยังพบว่าส่วนแรกของนามสกุลมักจะเป็น "ชื่อบรรพบุรุษ" ส่วนความหมายของนามสกุลซึ่งพิจารณาจากหน่วยศัพท์นอกเหนือจากที่มาจากชื่อเดิมหรือภูมิหลังทางสังคมนั้นมีการนำความหมายที่ดีเป็นสิริมงคลมาตั้ง ได้แก่ความสุข ความเจริญรุ่งเรือง การสืบเชื้อสาย คุณสมบัติ และความมั่งคั่งร่ำรวย ความหมายเหล่านี้สะท้อนให้เห็นค่านิยมและลักษณะของวัฒนธรรมไทย 3 ประการ คือ 1) คนไทยปรารถนาในความสุข ความเจริญและความมั่งคั่ง รวมทั้งความแตกต่างของการประกอบอาชีพระหว่างชาวไทยที่นิยมอาชีพรับราชการ ขณะที่ชาวจีนนิยมอาชีพค้าขาย 2) วัฒนธรรมการเน้นฝ่ายชายในการสืบเชื้อสาย และ 3) ความนิยมยกย่องบุคคลที่มีคุณสมบัติดี เช่น ความเป็นผู้มีความรู้ความเมตตา ความเสียสละ

บรรณานุกรม :
ปานทิพย์ มหาไตรภพ . (2545). นามสกุลพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว : การวิเคราะห์ทางอรรถศาสตร์ชาติพันธุ์.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ปานทิพย์ มหาไตรภพ . 2545. "นามสกุลพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว : การวิเคราะห์ทางอรรถศาสตร์ชาติพันธุ์".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ปานทิพย์ มหาไตรภพ . "นามสกุลพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว : การวิเคราะห์ทางอรรถศาสตร์ชาติพันธุ์."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print.
ปานทิพย์ มหาไตรภพ . นามสกุลพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว : การวิเคราะห์ทางอรรถศาสตร์ชาติพันธุ์. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.