ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาความสัมพันธ์ของระดับอินเตอร์ลิวคิน ชนิดที่ 1 เบต้า 6 และ 8 ในผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหาร ผู้ป่วยแผลในกระเพาะอาหาร และผู้ป่วยกลุ่มอาการนอนอัลเซอร์ ดิสเปปเซีย ที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อ ~uเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร~u

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาความสัมพันธ์ของระดับอินเตอร์ลิวคิน ชนิดที่ 1 เบต้า 6 และ 8 ในผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหาร ผู้ป่วยแผลในกระเพาะอาหาร และผู้ป่วยกลุ่มอาการนอนอัลเซอร์ ดิสเปปเซีย ที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อ ~uเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร~u
นักวิจัย : รัฐกร วิไลชนม์
คำค้น : INTERLEUKINS , GASTRIC CANCER , GASTRIC ULCER , NONULCER DYSPEPSIA , HELICOBACTER PYLOR
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082545000504
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การติดเชื้อ~iเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร~i ที่บริเวณเยื่อบุกระเพาะอาหารกระตุ้นการสร้าง proinflammatory cytokines หลายชนิด เช่น อินเตอร์ลิวคินชนิดที่ 1เบต้า และ 8 เป็นต้น ซึ่งการศึกษาในหลอดทดลองพบว่าอินเตอร์ลิวคินทั้ง 3 ชนิดนี้อาจมีความสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหาร อย่างไรก็ดีในปัจจุบันนี้ยังไม่มีการศึกษาที่ประเมินความสัมพันธ์ที่ชัดเจนของการติดเชื้อ~iเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร~iและอินเตอร์ลิวคินชนิดที่ 1เบต้า 6 และ 8 กับโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร การศึกษานี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับของอินเตอร์ลิวคินชนิดที่ 1เบต้า 6 และ 8 ในเนื้อเยื่อกระเพาะอาหารและซีรั่ม ที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อ~iเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร~iในผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหารเปรียบเทียบกับผู้ป่วยแผลในกระเพาะอาหารและผู้ป่วยกลุ่มอาการ nonulcer dyspepsia (NUD) ผู้ป่วยเข้าร่วมการวิจัยทั้งหมดจำนวน 172 ราย แบ่งเป็นเพศหญิง 79 ราย เพศชาย93 ราย ประกอบด้วย ผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหาร 50 ราย ผู้ป่วยแผลในกระเพาะอาหาร69 ราย ผู้ป่วยกลุ่มอาการ NUD 53 ราย ชิ้นเนื้อตัวอย่างกระเพาะอาหาร ในการศึกษาระดับของอินเตอร์ลิวคินครั้งนี้ใช้เนื้อเยื่อกระเพาะอาหารบริเวณของแผลในผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหารและผู้ป่วยแผลในกระเพาะอาหาร สำหรับผู้ป่วยกลุ่มอาการ NUD ใช้เนื้อเยื่อกระเพาะอาหารปกติบริเวณ antrum การวัดระดับของอินเตอร์ลิวคินชนิดที่ 1 เบต้า6 และ 8 ในเนื้อเยื่อกระเพาะอาหาร และซีรั่มใช้วิธี enzyme-linked immunosorbentassay (ELISA) จากผลการศึกษาพบว่าการติดเชื้อ~iเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร~i ในผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหาร (87%) และ ผู้ป่วยแผลในกระเพาะอาหาร (80%) นั้นสูงกว่ากลุ่มผู้ป่วยอาการ NUD (47%) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนี้ระดับของอินเตอร์คิวลินชนิดที่1 เบต้า 6 และ 8 ในเนื้อเยื่อกระเพาะอาหารของกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหารมีค่าสูงกว่าผู้ป่วยแผลในกระเพาะอาหารและผู้ป่วยกลุ่มอาการ NUD อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติซึ่งความสัมพันธ์นี้พบเฉพาะในกลุ่มที่ติดเชื้อ~iเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร~i เท่านั้นในผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหารระดับของอินเตอร์คิวลินชนิดที่ 1เบต้า 6 และ 8 ในเนื้อเยื่อกระเพาะอาหาร (พิโคกรัมต่อ 1 มิลลิกรัมโปรตีน) ของกลุ่มที่ติดเชื้อ~iเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร~i มีค่าสูงกว่ากลุ่มที่ไม่ติดเชื้อ~iเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร~iอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (450 vs. 21.7: p<0.01, 66.6 vs. 4.2: p<0.05 and2,762 vs. 319: p<0.01, ตามลำดับ) ในผู้ป่วยกลุ่มอาการ NUD ระดับของอินเตอร์ลิวคินชนิดที่ 1เบต้า 6 และ 8 ในเนื้อเยื่อกระเพาะอาหาร ของกลุ่มที่ติดเชื้อ ~iเฮลิโคแบคเตอร์ไพโลไร~i มีค่าสูงกว่ากลุ่มที่ไม่ติดเชื้อ~iเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร~i อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (207 vs. 96: p<0.05, and 1,115 vs. 217: p<0.001, ตามลำดับ)อย่างไรก็ดีไม่พบความแตกต่างของระดับของอินเตอร์ลิวคินในเนื้อเยื่อกระเพาะอาหารของผู้ป่วยแผลในกระเพาะอาหารที่ติดเชื้อและไม่ติดเชื้อ~iเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร~iการศึกษาครั้งนี้ยังพบว่าระดับของอินเตอร์ลิวคินชนิดที่ 1เบต้า 6 และ 8 ในเนื้อเยื่อกระเพาะอาหารที่มากว่า 1,100, 60 และ 2,550 พิโคกรัมต่อ 1 มิลลิกรัมโปรตีน ตามลำดับมีโอกาสการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหารมากขึ้น (adjusted odds ratio [OR] = 5.4 และ95% confidence interval [CI] = 1.8-16.1, OR = 4.1 และ 95% CI = 1.7-9.8,OR = 2.9 และ 95% CI = 1.3-6.5 ตามลำดับ) สำหรับระดับของอินเตอร์ลิวคินชนิดที่1เบต้า 6 และ 8 ในซีรั่มไม่มีความสัมพันธ์กับชนิดของโรคไม่ว่าจะเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารแผลในกระเพาะอาหารหรือ NUD และไม่มีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อ ~iเฮลิโคแบคเตอร์ไพโลไร~i กล่าวโดยสรุปว่าระดับของอินเตอร์ลิวคินชนิดที่ 1เบต้า 6 และ 8 ในเนื้อเยื่อกระเพาะอาหารมีความสัมพันธ์กับกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหารที่ติดเชื้อ~iเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร~i อย่างชัดเจน อินเตอร์ลิวคินในเนื้อเยื่อกระเพาะอาหารเหล่านี้น่าจะมีส่วนสำคัญต่อขบวนการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหารโดยผ่านทางการติดเชื้อ~iเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร~i และสามารถช่วยในการวินิจฉัยแยกโรคระหว่างมะเร็งกระเพาะอาหารและแผลในกระเพาะอาหารได้อีกด้วย

บรรณานุกรม :
รัฐกร วิไลชนม์ . (2545). การศึกษาความสัมพันธ์ของระดับอินเตอร์ลิวคิน ชนิดที่ 1 เบต้า 6 และ 8 ในผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหาร ผู้ป่วยแผลในกระเพาะอาหาร และผู้ป่วยกลุ่มอาการนอนอัลเซอร์ ดิสเปปเซีย ที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อ ~uเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร~u.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
รัฐกร วิไลชนม์ . 2545. "การศึกษาความสัมพันธ์ของระดับอินเตอร์ลิวคิน ชนิดที่ 1 เบต้า 6 และ 8 ในผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหาร ผู้ป่วยแผลในกระเพาะอาหาร และผู้ป่วยกลุ่มอาการนอนอัลเซอร์ ดิสเปปเซีย ที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อ ~uเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร~u".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
รัฐกร วิไลชนม์ . "การศึกษาความสัมพันธ์ของระดับอินเตอร์ลิวคิน ชนิดที่ 1 เบต้า 6 และ 8 ในผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหาร ผู้ป่วยแผลในกระเพาะอาหาร และผู้ป่วยกลุ่มอาการนอนอัลเซอร์ ดิสเปปเซีย ที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อ ~uเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร~u."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print.
รัฐกร วิไลชนม์ . การศึกษาความสัมพันธ์ของระดับอินเตอร์ลิวคิน ชนิดที่ 1 เบต้า 6 และ 8 ในผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหาร ผู้ป่วยแผลในกระเพาะอาหาร และผู้ป่วยกลุ่มอาการนอนอัลเซอร์ ดิสเปปเซีย ที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อ ~uเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร~u. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.