ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความคิดเห็นของบุคลากรกรมสุขภาพจิตต่อกิจกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพทางจิตเวช

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความคิดเห็นของบุคลากรกรมสุขภาพจิตต่อกิจกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพทางจิตเวช
นักวิจัย : รวินันท์ ทองขาว
คำค้น : OPINION , HEALTH PERSONNEL , SPECIFIED PSYCHIATRIC REHABILITATIONACTIVITIES
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082545000488
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

~bความเป็นมา~b องค์การอนามัยโลกระบุว่า 450 ล้านคน มีปัญหาสุขภาพจิตการฟื้นฟูสมรรถภาพทางจิตเวชเป็นหัวใจสำคัญของการป้องกันภาวะเรื้อรังและการกลับซ้ำของโรค ซึ่งมีอัตราร้อยละ 42.6 ดังนั้น ความคิดเห็นของบุคลากรกรมสุขภาพจิตต่อกิจกรรมฟื้นฟูสมรรถภาพทางจิตเวช มีความสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาบริการที่มีคุณภาพในอนาคต ~bวัตถุประสงค์~b เพื่อศึกษาความคิดเห็นของบุคลากรกรมสุขภาพจิตต่อกิจกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพทางจิตเวช ~bรูปแบบการวิจัย~b การศึกษาเชิงพรรณนา ณ จุดเวลาใด เวลาหนึ่ง ~bกลุ่มประชากรที่ศึกษา~b บุคลากรกรมสุขภาพจิตได้แก่ แพทย์ เภสัชกร พยาบาลนักสังคมสงเคราะห์ และบุคลากรอื่น ๆ ~bขนาดตัวอย่าง~b บุคลากรในโรงพยาบาลจิตเวช 4 แห่ง 682 คน จากทั้งหมด916 คน (อัตราตอบกลับร้อยละ 74.5) ~bสถิติที่ใช้~b Unpaired t-test, Paired t-test, One-way ANOVA และWilcoxon Signed-Ranks test. ~bเครื่องมือ~b แบบสอบถามชนิดตอบเอง ~bผลการศึกษา~b พบว่า ผู้ตอบบุคลากร ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 78.0มีอายุเฉลี่ย 39.3 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป ร้อยละ 72.2 ตำแหน่งผู้ปฏิบัติงานร้อยละ 81.4 มีประสบการณ์ด้านการทำงานจิตเวชเฉลี่ย 16.1 ปี ประเด็นการให้ความสำคัญและการปฏิบัติ 28 กิจกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพทางจิตเวช ใน 5 ด้าน พบว่า คะแนนเฉลี่ยการให้ความสำคัญสูงกว่าและปฏิบัติสอดคล้องกัน โดยกิจกรรมฟื้นฟูสมรรถภาพทางสังคมมีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด 4.11 และ 3.10 นอกจากนั้น ผู้ตอบกว่า 50% ให้คะแนนความสำคัญมากถึงมากที่สุดใน 22 จาก 28 กิจกรรมทั้ง 5 ด้าน โดย 3 อันดับแรกคือ ทักษะการดูแลตนเองการใช้ชีวิต และการงาน แต่ในการปฏิบัติ พบว่า กิจกรรมที่มีคะแนนเฉลี่ยสูงมากกว่า50% มีเพียง 3 จาก 28 กิจกรรม คือ ทักษะการดูแลตนเอง ทักษะการใช้ชีวิต และทักษะการพักผ่อน ส่วน 5 กิจกรรมสำหรับญาติ ผู้ตอบกว่า 50% ให้คะแนนความสำคัญสูงและมากกว่าการปฏิบัติทุกกิจกรรม นอกจากนี้ยังพบว่า กลุ่มอายุ ระดับการศึกษา ตำแหน่งในปัจจุบันการได้รับการอบรม การได้รับการนิเทศ และสถานที่ตั้งของโรงพยาบาลจิตเวช มีผลให้ความคิดเห็นมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ปัญหาสำคัญ ได้แก่ขาดความรู้ ความสามารถและการประสานงาน ~bสรุป~b จากการศึกษานี้ กิจกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพทางจิตเวชที่มีคะแนนความสำคัญสูงจากผู้ตอบส่วนใหญ่ ควรนำไปพิจารณาเป็นดัชนีกิจกรรมสำคัญในการกำหนดเกณฑ์มาตรฐานการปฏิบัติงานกิจกรรมหลัก และการปฏิบัติกิจกรรมส่วนใหญ่ที่ยังไม่ได้ปฏิบัติถึงปฏิบัติน้อยที่สุด อาจเป็นเพราะบุคลากรประมาณครึ่งหนึ่งยังไม่เคยได้รับการอบรมดังนั้นกรมสุขภาพจิตควรสนับสนุนให้มีการจัดอบรมความรู้ ทักษะและสนับสนุนให้มีการนิเทศงานเรื่องการฟื้นฟูสมรรถภาพทางจิตเวช เพื่อทำให้การปฏิบัติกิจกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพทางจิตเวช มีประสิทธิภาพมากขึ้น

บรรณานุกรม :
รวินันท์ ทองขาว . (2545). ความคิดเห็นของบุคลากรกรมสุขภาพจิตต่อกิจกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพทางจิตเวช.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
รวินันท์ ทองขาว . 2545. "ความคิดเห็นของบุคลากรกรมสุขภาพจิตต่อกิจกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพทางจิตเวช".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
รวินันท์ ทองขาว . "ความคิดเห็นของบุคลากรกรมสุขภาพจิตต่อกิจกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพทางจิตเวช."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print.
รวินันท์ ทองขาว . ความคิดเห็นของบุคลากรกรมสุขภาพจิตต่อกิจกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพทางจิตเวช. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.