ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

เภสัชจลนศาสตร์ของยาไดอาซีแพมผ่านกระพุ้งแก้มและไส้ตรงเพื่อการระงับชักในเด็ก

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : เภสัชจลนศาสตร์ของยาไดอาซีแพมผ่านกระพุ้งแก้มและไส้ตรงเพื่อการระงับชักในเด็ก
นักวิจัย : เด่นพงศ์ พัฒนเศรษฐานนท์
คำค้น : DIAZEPAM , BUCCAL , RECTAL , ADMINISTRATION , PHARMACOKINETICS , SEIZURE , CHILDREN
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2544
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082544000670
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงเภสัชจลนศาสตร์ของยาไดอาซีแพมเมื่อให้ยาทางกระพุ้งแก้มและศึกษาความเป็นไปได้ที่จะใช้เป็นวิถีใหม่ในการให้ยาเพื่อระงับอาการชักในเด็กแทนการให้ยาทางทวารหนัก โดยเปรียบเทียบพารามิเตอร์ทางเภสัชจลนศาสตร์ระหว่างการให้ยาทางกระพุ้งแก้มกับทางทวารหนัก การศึกษานี้เป็นแบบ Opened-label,randomized, 2-way crossover trial โดยทำการศึกษาในผู้ป่วยเด็กโรคลมชัก 20 รายสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ผู้ป่วยที่เข้าร่วมการศึกษามีอายุระหว่าง 3-13 ปี น้ำหนักอยู่ระหว่าง 12 ถึง79 กิโลกรัม มี 12 รายที่เป็นเด็กผู้หญิง ขนาดยาที่ได้รับอยู่ระหว่าง 0.13-0.5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ผู้ป่วยทุกรายมีการทำงานของตับและไตปกติ ค่าเฉลี่ยระดับยาสูงสุดในพลาสมาของผู้ป่วยแต่ละราย (C(,max)) เท่ากับ 264.07(+,ฑ)149.53 และ 314.84(+,ฑ)180.33นาโนกรัม/มิลลิลิตร หลังจากได้รับยาทางกระพุ้งแก้มและทางทวารหนักตามลำดับ โดยค่าเฉลี่ยดังกล่าวไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P=0.184) เมื่อพิจารณาสัดส่วนIn C(,max) ที่ช่วงความเชื่อมั่น 90% พบว่า C(,max) ของการให้ยาทางกระพุ้งแก้มอยู่ในช่วง 65% ถึง 104% ของการให้ยาทางทวารหนัก เวลาที่ระดับยาขึ้นสูงสุด (T(,max))หลังจากให้ยาทางกระพุ้งแก้มช้ากว่าการให้ยาทางทวารหนักอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ(15.75(+,ฑ)7.83 และ 11.5(+,ฑ)5.64 นาที

P=0.031) ค่าคงที่ของการดูดซึมยาทางกระพุ้งแก้มเท่ากับ 21.81(+,ฑ)35.40 ต่อชั่วโมง ขณะที่ทางทวารหนักเท่ากับ 51.64(+,ฑ)76.91 ต่อชั่วโมงซึ่งไม่แตกต่างกันทางสถิติ (P=0.153) หลังจากการให้ยาไม่พบอาการข้างเคียงเกี่ยวกับระบบไหลเวียนเลือดและระบบทางเดินหายใจ ประสิทธิผลทางคลินิกในการระงับการชักไม่สามารถประเมินได้ในการศึกษานี้ อย่างไรก็ตาม พบว่ามีผู้ป่วย 2 รายในแต่ละเส้นทางการให้ยาที่ C(,max) ถึง 500 นาโนกรัม/มิลลิลิตร ซึ่งเป็นระดับยาที่เชื่อว่าสามารถระงับอาการชักได้ โดยทั้ง 2 รายที่ได้รับยาทางกระพุ้งแก้มและ 1 รายที่ได้รับยาทางทวารหนักระดับยาถึงเป้าหมายที่กำหนดภายใน 5 นาทีหลังได้รับยา ผู้ป่วย 13 รายที่ได้รับยาทางกระพุ้งแก้ม และ 15 รายที่ได้รับยาทางทวารหนักมี C(,max) สูงถึงระดับที่ควบคุมอาการชักได้ (200 นาโนกรัม/มิลลิลิตร) โดย 2 รายที่ได้รับยาทางกระพุ้งแก้มและ 5 รายที่ได้รับยาทางทวารหนัก มีระดับยาสูงถึง 200 นาโนกรัม/มิลลิลิตรภายใน5 นาทีหลังได้รับยา มีความเป็นไปได้ที่การให้ยาไดอาซีแพมทางกระพุ้งแก้มจะสามารถทดแทนการให้ยาทางทวารหนักได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีการปรับปรุงสูตรตำรับให้เหมาะสมกับการให้ยาทางกระพุ้งแก้มยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามควรมีการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการให้ยาในขนาดที่สูงขึ้นในผู้ป่วยขณะชัก เพื่อศึกษาผลตอบสนองแท้จริงทางคลินิกต่อไป

บรรณานุกรม :
เด่นพงศ์ พัฒนเศรษฐานนท์ . (2544). เภสัชจลนศาสตร์ของยาไดอาซีแพมผ่านกระพุ้งแก้มและไส้ตรงเพื่อการระงับชักในเด็ก.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
เด่นพงศ์ พัฒนเศรษฐานนท์ . 2544. "เภสัชจลนศาสตร์ของยาไดอาซีแพมผ่านกระพุ้งแก้มและไส้ตรงเพื่อการระงับชักในเด็ก".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
เด่นพงศ์ พัฒนเศรษฐานนท์ . "เภสัชจลนศาสตร์ของยาไดอาซีแพมผ่านกระพุ้งแก้มและไส้ตรงเพื่อการระงับชักในเด็ก."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print.
เด่นพงศ์ พัฒนเศรษฐานนท์ . เภสัชจลนศาสตร์ของยาไดอาซีแพมผ่านกระพุ้งแก้มและไส้ตรงเพื่อการระงับชักในเด็ก. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.