ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ตัวแปรคัดสรรที่ส่งผลต่อลักษณะไฟแรงใฝ่รู้คู่ศักยภาพของนักเทคโนโลยีการศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา สังกัดทบวงมหาวิทยาลัย

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ตัวแปรคัดสรรที่ส่งผลต่อลักษณะไฟแรงใฝ่รู้คู่ศักยภาพของนักเทคโนโลยีการศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา สังกัดทบวงมหาวิทยาลัย
นักวิจัย : พร้อมภักดิ์ กัลยาศิลปิน
คำค้น : PERSONAL MASTERY , EDUCATIONAL TECHNOLOGISTS , LEARNING ORGANIZATION
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2544
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082544000443
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาลักษณะไฟแรงใฝ่รู้คู่ศักยภาพของนักเทคโนโลยีการศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา สังกัดทบวงมหาวิทยาลัย 2) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะไฟแรงใฝ่รู้คู่ศักยภาพของนักเทคโนโลยีการศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา สังกัดทบวงมหาวิทยาลัย กับตัวแปรคัดสรรด้านลักษณะส่วนบุคคล ลักษณะของงานและลักษณะขององค์การ และ 3) เพื่อศึกษาตัวแปรคัดสรรที่ร่วมกันอธิบายความแปรปรวนของลักษณะไฟแรงใฝ่รู้คู่ศักยภาพของนักเทคโนโลยีการศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา สังกัดทบวงมหาวิทยาลัย กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเทคโนโลยีการศึกษา จำนวน 608 คนที่ปฏิบัติงานในปีการศึกษา 2543 ในสถาบันอุดมศึกษา สังกัดทบวงมหาวิทยาลัย 24 แห่ง ผลการวิจัยพบว่า 1. นักเทคโนโลยีการศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา สังกัดทบวงมหาวิทยาลัย มีลักษณะไฟแรงใฝ่รู้คู่ศักยภาพในระดับมาก ลักษณะย่อยที่พบมาก 3 อันดับแรก ได้แก่ 1) การปฏิบัติงานอย่างเต็๋มความสามารถ 2) ประสบการณ์ในการทำงานช่วยพัฒนาความรู้ ความสามารถและทักษะของตนเอง และ 3) การตระหนักและเห็นภาพอนาคตที่ต้องการ 2. ในการหาความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะไฟแรงใฝ่รู้คู่ศักยภาพกับตัวแปรคัดสรรพบตัวแปรที่มีความสัมพันธ์ทางบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จำนวน 30 ตัว3 อันดับแรกได้แก่ 1) การให้รางวัลด้วยการเลื่อนขั้นเงินเดือน 2) การศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี สาขาโสตทัศนศึกษา และ 3) การมีอิสระในการเลือกวิธีการทำงาน และพบตัวแปรที่มีความสัมพันธ์ทางลบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จำนวน 21 ตัว คือ 1) หน้าที่ให้บริการยืมสื่อการสอน 2) หน้าที่วิจัยและพัฒนาสื่อ และ 3) การมีเครื่องเสียงใช้อย่างเพียงพอ 3. การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบปกติ มีตัวแปรที่สามารถอธิบายลักษณะไฟแรงใฝ่รู้คู่ศักยภาพได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จำนวน 60 ตัว โดยตัวแปรทั้งหมดที่พบสามารถอธิบายความแปรปรวนของลักษณะไฟแรงใฝ่รู้คู่ศักยภาพได้เท่ากับ 34.7% 4. การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบเพิ่มตัวแปรเป็นขั้น มีตัวแปรที่สามารถอธิบายลักษณะไฟแรงใฝ่รู้ศักยภาพได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จำนวน 12 ตัวได้แก่1) หน้าที่ให้คำปรึกษาด้านสื่อ 2) การศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี สาขาที่เกี่ยวข้องกับโสตทัศนศึกษา 3) หน้าที่ให้คำปรึกษาด้านเทคนิค 4) การมีอิสระในการทำงาน 5) การให้รางวัลด้วยการเลื่อนขั้นเงินเดือน 6) หน้าที่ผลิตสื่อกราฟิกด้วยคอมพิวเตอร์ 7) รายได้ต่อเดือน10,001-15,000 บาท 8) โครงสร้างองค์การซับซ้อน 9) หัวหน้าศูนย์แบบร่วมใจ 10) การมีอุปกรณ์บันทึกเสียงใช้อย่างเพียงพอ 11) การศึกษาปริญญาตรีสาขาอื่นๆ และ 12) การร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ตามลำดับ โดยตัวแปรทั้งหมดที่พบสามารถอธิบายความแปรปรวนของลักษณะไฟแรงใฝ่รู้คู่ศักยภาพ ได้เท่ากับ 28.9%

บรรณานุกรม :
พร้อมภักดิ์ กัลยาศิลปิน . (2544). ตัวแปรคัดสรรที่ส่งผลต่อลักษณะไฟแรงใฝ่รู้คู่ศักยภาพของนักเทคโนโลยีการศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา สังกัดทบวงมหาวิทยาลัย.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พร้อมภักดิ์ กัลยาศิลปิน . 2544. "ตัวแปรคัดสรรที่ส่งผลต่อลักษณะไฟแรงใฝ่รู้คู่ศักยภาพของนักเทคโนโลยีการศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา สังกัดทบวงมหาวิทยาลัย".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พร้อมภักดิ์ กัลยาศิลปิน . "ตัวแปรคัดสรรที่ส่งผลต่อลักษณะไฟแรงใฝ่รู้คู่ศักยภาพของนักเทคโนโลยีการศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา สังกัดทบวงมหาวิทยาลัย."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print.
พร้อมภักดิ์ กัลยาศิลปิน . ตัวแปรคัดสรรที่ส่งผลต่อลักษณะไฟแรงใฝ่รู้คู่ศักยภาพของนักเทคโนโลยีการศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา สังกัดทบวงมหาวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.