ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาการปรับปรุงสมรรถนะของรหัสเทอร์โบที่ใช้เฟรมขนาดสั้น สำหรับช่องสัญญาณเฟดดิงแบบเรย์ลีที่มีสหสัมพันธ์

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาการปรับปรุงสมรรถนะของรหัสเทอร์โบที่ใช้เฟรมขนาดสั้น สำหรับช่องสัญญาณเฟดดิงแบบเรย์ลีที่มีสหสัมพันธ์
นักวิจัย : อาทิตย์ จำปาศรี
คำค้น : SHORT-FRAME TURBO CODES , CORRELATED RAYLEIGH FADING CHANNEL
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2544
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082544000160
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาและปรับปรุงสมรรถนะของรหัสเทอร์โบที่ใช้เฟรมขนาดสั้นสำหรับช่องสัญญาณเฟดดิงแบบเรย์ลีที่มีสหสัมพันธ์ แนวความคิดหลักที่ใช้ในการพัฒนาปรับปรุงประสิทธิภาพของวงจรถอดรหัสคือ การนำวงจรกรองแบบปรับตัวได้ชนิด FlR มาประยุกต์ใช้ในการประมาณค่าอัตราขยายของช่องสัญญาณ ซึ่งข่าวสารดังกล่าวจะถูกป้อนให้กับวงจรถอดรหัสเทอร์โบเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจของบิตให้มีความถูกต้องยิ่งขึ้น หลังจากนั้นค่าการตัดสินใจของบิตจะถูกป้อนกลับมายังวงจรกรองแบบปรับตัวได้เพื่อใช้ในการประมาณอัตราขยายของช่องสัญญาณวนซ้ำใหม่อีกครั้ง การแลกเปลี่ยนข่าวสารระหว่างวงจรกรองแบบปรับตัวได้ และวงจรถอดรหัสเทอร์โบจะวนซ้ำจนกระทั่งกระบวนการถอดรหัสเทอร์โบลู่เข้า จากผลการทดสอบด้วยโปรแกรมจำลองคอมพิวเตอร์พบว่า สมรรถนะของการถอดรหัสขึ้นกับความถูกต้องของค่าอัตราขยายของช่องสัญญาณที่ทำการประมาณค่า อย่างไรก็ตามในทางปฏิบัติพบว่าการประมาณค่าอัตราขยายของช่องสัญญาณไม่สามารถกระทำได้โดยสะดวก เพราะช่องสัญญาณที่มีการเปลี่ยนแปลงสถานะอย่างรวดเร็วจะทำให้วงจรกรองแบบปรับตัวได้ไม่สามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงสถานะได้ทัน ในทางกลับกันช่องสัญญาณที่มีการเปลี่ยนแปลงสถานะที่ช้าจนเกินไปจะให้โอกาสที่สูงกว่าเดิมในการเกิดเบิรสต์ขนาดยาวเมื่อเปรียบเทียบกับความยาวของเฟรม และทำให้บิตที่ถูกถอดรหัสนั้นป้อนกลับไปยังวงจรกรองไม่ถูกต้อง ดังนั้นจึงส่งผลให้การติดตามสถานะของช่องสัญญาณไม่ถูกต้องตามไปด้วยเหมือนในกรณีที่ช่องสัญญาณมีการเปลี่ยนแปลงสถานะอย่างรวดเร็วดังนั้นการนำเอาวงจรกรองแบบปรับตัวได้มาประยุกต์ใช้จึงมีช่วงใช้งานจำกัด คืออยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลงสถานะของช่องสัญญาณที่ไม่เร็ว หรือช้าจนเกินไป ในงานวิจัยพบว่าการเปลี่ยนแปลงสถานะของช่องสัญญาณที่ค่าของ ~i(+,ฆ)(,d)T(,s)~i= 0.005 จะทำให้วงจรกรองแบบปรับตัวได้สามารถติดตามสถานะของช่องสัญญาณได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด เมื่อเปรียบเทียบค่า ~i(+,ฆ)(,d)T(,s)~i = 0.01 และ 0.001 นอกจากปัญหาการติดตามสถานะของช่องสัญญาณที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วแล้ว ปัญหาที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือการประวิงเวลาที่เกิดขึ้นจากการนำวงจรกรองแบบปรับตัวได้มาใช้นั่นเอง ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงเสนอกระบวนการถอดรหัสซึ่งมีการชดเชยการประวิงเวลา และการใช้อัลกอริทึมแบบปรับตัวได้ทั้ง 2 ทิศทางเพื่อทำให้ค่าประมาณอัตราขยายของช่องสัญญาณที่หาได้มีความถูกต้องใกล้เคียงกับค่าที่แท้จริงยิ่งขึ้น จากผลการทดสอบด้วยโปรแกรมจำลองคอมพิวเตอร์พบว่าสมรรถนะของรหัสเทอร์โบ (ในพจน์ของค่า Eb/No) ที่ถอดรหัสโดยวิธีที่นำเสนอสามารถถูกปรับปรุงจากวิธีแบบเดิมซึ่งไม่มีการชดเชยการประวิงเวลาอย่างน้อยประมาณ 0.5 dBที่ระดับ BER = 10('-3) และค่า ~i(+,ฆ)(,d)T(,s)~i = 0.005

บรรณานุกรม :
อาทิตย์ จำปาศรี . (2544). การศึกษาการปรับปรุงสมรรถนะของรหัสเทอร์โบที่ใช้เฟรมขนาดสั้น สำหรับช่องสัญญาณเฟดดิงแบบเรย์ลีที่มีสหสัมพันธ์.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อาทิตย์ จำปาศรี . 2544. "การศึกษาการปรับปรุงสมรรถนะของรหัสเทอร์โบที่ใช้เฟรมขนาดสั้น สำหรับช่องสัญญาณเฟดดิงแบบเรย์ลีที่มีสหสัมพันธ์".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อาทิตย์ จำปาศรี . "การศึกษาการปรับปรุงสมรรถนะของรหัสเทอร์โบที่ใช้เฟรมขนาดสั้น สำหรับช่องสัญญาณเฟดดิงแบบเรย์ลีที่มีสหสัมพันธ์."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print.
อาทิตย์ จำปาศรี . การศึกษาการปรับปรุงสมรรถนะของรหัสเทอร์โบที่ใช้เฟรมขนาดสั้น สำหรับช่องสัญญาณเฟดดิงแบบเรย์ลีที่มีสหสัมพันธ์. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.