ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การตรวจหาชนิด HUMAN PAPILLOMAVIRUS ใน CERVICALINTRAEPITHELLALL NEOPLASIA (CIN) ระยะที่ III โดยปฏิกิริยาลูกโซ่โพลีเมอเรส และ ดอท ไฮบริไดเซชั่น

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การตรวจหาชนิด HUMAN PAPILLOMAVIRUS ใน CERVICALINTRAEPITHELLALL NEOPLASIA (CIN) ระยะที่ III โดยปฏิกิริยาลูกโซ่โพลีเมอเรส และ ดอท ไฮบริไดเซชั่น
นักวิจัย : มณฑล เลิศวรปรีชา
คำค้น : HUMAN PAPILLOMAVIRUS , CERVICAL INTRAEPITHELIALNEOPLASIS , PCR , DOT HYBRIDIZATION
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2540
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082540000432
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

Genital human papillomavirus (HPV) มีบทบาทสำคัญทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูก โดยมีการพัฒนามาจากระยะก่อนมะเร็งที่เรียกว่า cetvical intraepithelial neoplasia(CIN) ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ระยะคือ CIN-I, CIN-II, และCIN-III ในปัจจุบันนี้ สามารถจำแนก HPV ได้มากกว่า70 types และประมาณ 35 types มีความเกี่ยวข้องกับการก่อโรคที่บริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ (anogenital tract) ในจำนวนนี้โดยประมาณ 20 types หรือมากกว่า พบว่ามีความสัมพันธ์กับการเกิด CIN และมะเร็งปากมดลูก (cervical cancer) ในการศึกษานี้เป็นการศึกษาความชุกของการติดเชื้อHPV และการแพร่กระจายของเชื้อ HPV-type ต่าง ๆ ในผู้ป่วยCIN ระยะที่ III จำนวน 100 ตัวอย่าง เปรียบเทียบกับผู้ป่วย chronic cervicitis เป็นตัวอย่างควบคุม จำนวน100 ตัวอย่าง เนื้อเยื่อจากตัวอย่างทั้งหมดถูกตรึงด้วยฟอร์มาลินและฝังเก็บในพาราฟิน (formalin-fixed paraffinembedded tissue) และตรวจหาเชื้อ HPV โดยวิธี PCR ด้วยL1 consensus primers ตัวอย่างที่ผ่านขบวนการ PCR แล้วนำมาทำการวิเคราะห์ ด้วยวิธี gel electrophoresis (GE)และ dot hybridization (DH) โดยใช้ตัวตรวจจับทั่วไป(generic probe : GP), และตัวตรวจจับแบบจำเพาะ(type-specific probes

TS) ต่อ HPV-6, 11, 16, 18และ 33 (TS-6, TS-11, TS-16, TS-18 และ TS-33) ผลการศึกษาในตัวอย่าง CIN-III สามารถตรวจพบHPV-DNA 72 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 72 และในกลุ่มควบคุมตรวจพบเพียง 6 ตัวอย่างคิดเป็นร้อยละ 6 ผู้ป่วย CIN-IIIมีโอกาสตรวจพบเชื้อ HPV มากกว่ากลุ่มควบคุมถึง 40.28 เท่าโดยมีนัยสำคัญทางสถิติ (95% CI = 19.23-84.35) ในตัวอย่างกลุ่ม CIN-III พบว่าส่วนใหญ่เป็น HPV-16 คิดเป็นร้อยละ48.61 (35/72) รองลงมาคือ HPV-18 พบเป็นร้อยละ 15.27(4/72), HPV-6 และ HPV-33 พบจำนวนเท่ากันคือ 4 จาก72 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 5.56 และ HPV-11 พบร้อยละ2.7 (2/72) นอกจากนี้มี 10 ตัวอย่างที่มีการติดเชื้อร่วมกันมากกว่า 1 type ได้แก่ HPV-6/16, HPV-16/18,HPV-16/33 และ HPV-16/18/33 ที่เหลือ 27 ตัวอย่างคิดเป็นร้อยละ 37.5 ไม่สามารถทำการจำแนก type ได้ ในตัวอย่างกลุ่มควบคุมตรวจพบ HPV-6 ร้อยละ 33.3 (2/6) และ HPV-18ร้อยละ 16.6 (1/6) อีก 3 ตัวอย่างไม่สามารถทำการจำแนกtype ได้ ผลการวิจัยครั้งนี้สนับสนุนสมมุติฐานที่ว่า HPVบาง type โดยเฉพาะ HPV-16 และ 18 มีความเกี่ยวข้องอย่างมากกับการเกิด CIN และมะเร็งปากมดลูก

บรรณานุกรม :
มณฑล เลิศวรปรีชา . (2540). การตรวจหาชนิด HUMAN PAPILLOMAVIRUS ใน CERVICALINTRAEPITHELLALL NEOPLASIA (CIN) ระยะที่ III โดยปฏิกิริยาลูกโซ่โพลีเมอเรส และ ดอท ไฮบริไดเซชั่น.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
มณฑล เลิศวรปรีชา . 2540. "การตรวจหาชนิด HUMAN PAPILLOMAVIRUS ใน CERVICALINTRAEPITHELLALL NEOPLASIA (CIN) ระยะที่ III โดยปฏิกิริยาลูกโซ่โพลีเมอเรส และ ดอท ไฮบริไดเซชั่น".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
มณฑล เลิศวรปรีชา . "การตรวจหาชนิด HUMAN PAPILLOMAVIRUS ใน CERVICALINTRAEPITHELLALL NEOPLASIA (CIN) ระยะที่ III โดยปฏิกิริยาลูกโซ่โพลีเมอเรส และ ดอท ไฮบริไดเซชั่น."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print.
มณฑล เลิศวรปรีชา . การตรวจหาชนิด HUMAN PAPILLOMAVIRUS ใน CERVICALINTRAEPITHELLALL NEOPLASIA (CIN) ระยะที่ III โดยปฏิกิริยาลูกโซ่โพลีเมอเรส และ ดอท ไฮบริไดเซชั่น. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.