ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความแปรปรวนที่ได้จากการชักนำด้วยสารเอทิลมีเทนซัลโฟเนตและจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อคำฝอย ~iCarthamus tinctorius~i Linn.

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความแปรปรวนที่ได้จากการชักนำด้วยสารเอทิลมีเทนซัลโฟเนตและจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อคำฝอย ~iCarthamus tinctorius~i Linn.
นักวิจัย : ปวีณา นวมเจริญ
คำค้น : ~iCarthamus tinctorius~i , ETHYLMETHANESULPHONATE , SOMACLONAL VARIATION , MUTATION , LIPIDS , FATTY ACIDS
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2541
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082541000136
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาหาภาวะที่เหมาะสมของการใช้สาร EMS (Ethylmethanesulphonate)เพื่อชักนำให้คำฝอย (~iCarthamus tinctorius Linn.~i) เกิดการกลายพันธุ์ในสภาพเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ พบว่า ภาวะที่เหมาะสม คือ การใช้สาร EMS ความเข้มข้น 0.8%ซึ่งเตรียมในอาหารเหลวสูตร MS ที่ปราศจากสารควบคุมการเจริญเติบโต ค่าความเป็นกรด-ด่าง 5.7 ร่วมกับสารตัวพา คือ DMSO (Dimethylsulfoxide) ความเข้มข้น4.0% เป็นเวลานาน 3 ชั่วโมง ในการศึกษาความแปรปรวนของคำฝอยที่ผ่านการชักนำด้วยสาร EMS ในช่วงความเข้มข้น 0.2-1.0% พบว่า ยอดคำฝอยที่พัฒนามาจากแคลลัสของใบเลี้ยงที่ผ่านการชักนำด้วยสาร EMS มีความแปรปรวนของลักษณะทางสัณฐานวิทยาที่แตกต่างไปจากต้นปกติเป็นปริมาณมากกว่ายอดที่ไม่ได้ผ่านการชักนำด้วยสาร EMSโดยมีความแปรปรวนของลักษณะการยืดยาวของลำต้น การอวบน้ำของใบ รูปร่างใบและความยาวหนามที่ใบ จากการศึกษาปัจจัยที่ทำให้เกิดความแปรปรวนทางพันธุกรรมในสภาพเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ พบว่า ปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ชิ้นส่วนพืช อายุของชิ้นส่วนพืชสูตรอาหาร สารควบคุมการเจริญเติบโต และแหล่งคาร์บอน มีผลต่อการชักนำให้เกิดความแปรปรวนของลักษณะทางสัณฐานวิทยา โดยมีรูปแบบความแปรปรวนคล้ายคลึงกัน การศึกษาความแปรปรวนของการผลิตน้ำมันและกรดไขมันในแคลลัสคำฝอยที่ผ่านการชักนำด้วยสาร EMS และแคลลัสที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ จากการวิเคราะห์ด้วยวิธีแก๊สโครมาโตกราฟี พบว่า แคลลัสของใบเลี้ยงที่ได้รับสาร EMSมีปริมาณน้ำมันสูงกว่าแคลลัสของใบเลี้ยงที่ไม่ได้รับสาร EMS และไม่มีการเปลี่ยนแปลงชนิดของกรดไขมันหลัก คือ กรดปาล์มิติก (C16:0), กรดสเตียริก (C18:0),กรดโอเลอิก (C18:1) และกรดไลโนเลอิก (C18:2) ซึ่งการให้สาร EMS มีผลทำให้กรดไขมันไม่อิ่มตัว คือ กรดโอเลอิก (C18:1) และกรดไลโนเลอิก (C18:2)มีปริมาณสูงขึ้น และกรดไขมันอิ่มตัว คือ กรดปาล์มิติก (C16:0) และกรดสเตียริก(C18:0) มีปริมาณลดลง ในการศึกษาอิทธิพลของอายุชิ้นส่วนพืช อาหารเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ สารควบคุมการเจริญเติบโต และแหล่งคาร์บอน พบว่า ปัจจัยเหล่านี้สามารถชักนำให้เกิดความแปรปรวนของปริมาณน้ำมันและกรดไขมันในแคลลัสได้โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงชนิดของกรดไขมันหลัก กล่าวคือ กรดไขมันส่วนใหญ่จะมีปริมาณสูงที่สุดเมื่อใช้ใบเลี้ยงอายุ 1 สัปดาห์ เพาะเลี้ยงด้วยอาหารแข็งสูตร MSโดยเสริมอาหารด้วย IBA ร่วมกับ BA และเสริมซูโครสเป็นแหล่งคาร์บอนในอาหาร

บรรณานุกรม :
ปวีณา นวมเจริญ . (2541). ความแปรปรวนที่ได้จากการชักนำด้วยสารเอทิลมีเทนซัลโฟเนตและจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อคำฝอย ~iCarthamus tinctorius~i Linn..
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ปวีณา นวมเจริญ . 2541. "ความแปรปรวนที่ได้จากการชักนำด้วยสารเอทิลมีเทนซัลโฟเนตและจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อคำฝอย ~iCarthamus tinctorius~i Linn.".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ปวีณา นวมเจริญ . "ความแปรปรวนที่ได้จากการชักนำด้วยสารเอทิลมีเทนซัลโฟเนตและจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อคำฝอย ~iCarthamus tinctorius~i Linn.."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print.
ปวีณา นวมเจริญ . ความแปรปรวนที่ได้จากการชักนำด้วยสารเอทิลมีเทนซัลโฟเนตและจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อคำฝอย ~iCarthamus tinctorius~i Linn.. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.