ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ปัจจัยกำหนดอัตราดอกเบี้ยในประเทศ : ความเชื่อมโยงของการเงินระหว่างประเทศกับนวัตกรรมทางด้านระบบการชำระเงิน

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ปัจจัยกำหนดอัตราดอกเบี้ยในประเทศ : ความเชื่อมโยงของการเงินระหว่างประเทศกับนวัตกรรมทางด้านระบบการชำระเงิน
นักวิจัย : อัจฉรา นาคทน
คำค้น : DOMESTIC INTEREST RATE , INTERNATIONAL FINANCE , INNOVATION , PAYMENT SYSTEM
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2540
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082540000082
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาถึงผลกระทบของการเปิดเสรีทางการเงินและนวัตกรรมทางการเงินต่ออัตราดอกเบี้ยในประเทศ การศึกษาแบ่งออกเป็น 2 ช่วงเวลา คือช่วงก่อนการเปิดเสรีทางการเงินระหว่างปี 2528-2533 และช่วงหลังการเปิดเสรีทางการเงินระหว่างปี 2534-2538 โดยใช้ข้อมูลอนุกรมเวลารายเดือน และวิธีการวิเคราะห์ทางเศรษฐมิติแบบ Cointegration and Error Correction ผลการศึกษาส่วนแรกเป็นการทดสอบความสัมพันธ์ของอัตราดอกเบี้ยในระยะยาวโดยวิธี Cointegration พบว่าถ้าในกรณีที่อัตราดอกเบี้ยต่างประเทศเพิ่มขึ้น 1 เปอร์เซ็นต์จะมีผลทำให้อัตราดอกเบี้ยในประเทศเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ0.62 และ 0.76 ก่อนและหลังการเปิดเสรีทางการเงินตามลำดับ สำหรับตัวแปรนวัตกรรมทางการเงินทั้งในกรณีที่แทนด้วยสัดส่วนของปริมาณเงิน M2 ต่อ M1 และจำนวนเครื่องATM พบว่า ค่าสัมประสิทธิ์เท่ากับ 9.41 และ 2.32 ก่อนการเปิดเสรีทางการเงิน ตามลำดับ และถ้าในกรณีที่นวัตกรรมทางการเงินเพิ่มขึ้น 1 เปอร์เซ็นต์ จะมีผลทำให้อัตราดอกเบี้ยในประเทศลดลงประมาณร้อยละ 87.35 และ 60.12 หลังการเปิดเสรีทางการเงิน ตามลำดับ การทดสอบความสัมพันธ์ของอัตราดอกเบี้ยในระยะสั้นโดยการประยุกต์ใช้แบบจำลอง Error Correction ในการวิเคราะห์เชิงประจักษ์ สามารถสรุปได้ว่า ในระยะสั้นพบว่าถ้าในกรณีที่อัตราดอกเบี้ยต่างประเทศเพิ่มขึ้น 1 เปอร์เซ็นต์จะมีผลทำให้อัตราดอกเบี้ยในประเทศเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ0.24 และ 0.29 ก่อนและหลังการเปิดเสรีทางการเงิน ตามลำดับสำหรับตัวแปรนวัตกรรมทางการเงินทั้งที่แทนด้วยสัดส่วนของปริมาณเงิน M2 ต่อ M1 และจำนวนเครื่อง ATM พบว่าก่อนการเปิดเสรีทางการเงิน ค่าสัมประสิทธิ์เท่ากับ 1.68 และ6.83 ตามลำดับ ในขณะที่ช่วงหลังการเปิดเสรีทางการเงินถ้าในกรณีที่นวัตกรรมทางการเงินเพิ่มขึ้น 1 เปอร์เซ็นต์ จะมีผลทำให้อัตราดอกเบี้ยในประเทศลดลงประมาณร้อยละ 28.47และ 6.68 ตามลำดับ การปรับตัวในระยะสั้นตาม ECM นั้นอัตราดอกเบี้ยในประเทศที่เบี่ยงเบนออกจากดุลยภาพในช่วงเวลาก่อน จะใช้เวลาปรับตัวให้คลาดเคลื่อนน้อยลงประมาณเดือนละ 0.11 และ 0.25 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ทั้งก่อนและหลังการดำเนินนโยบายการเงินเสรี โดยสรุป อัตราดอกเบี้ยต่างประเทศและนวัตกรรมทางการเงิน จะมีอิทธิพลต่ออัตราดอกเบี้ยในประเทศสูงขึ้น ในช่วงหลังการเปิดเสรีทางการเงินในระยะยาว สำหรับในระยะสั้นการปรับตัวของอัตราดอกเบี้ยในประเทศเพื่อเข้าสู่ดุลยภาพในระยะยาวจะเร็วขึ้นหลังการเปิดเสรีทางการเงิน

บรรณานุกรม :
อัจฉรา นาคทน . (2540). ปัจจัยกำหนดอัตราดอกเบี้ยในประเทศ : ความเชื่อมโยงของการเงินระหว่างประเทศกับนวัตกรรมทางด้านระบบการชำระเงิน.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อัจฉรา นาคทน . 2540. "ปัจจัยกำหนดอัตราดอกเบี้ยในประเทศ : ความเชื่อมโยงของการเงินระหว่างประเทศกับนวัตกรรมทางด้านระบบการชำระเงิน".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อัจฉรา นาคทน . "ปัจจัยกำหนดอัตราดอกเบี้ยในประเทศ : ความเชื่อมโยงของการเงินระหว่างประเทศกับนวัตกรรมทางด้านระบบการชำระเงิน."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print.
อัจฉรา นาคทน . ปัจจัยกำหนดอัตราดอกเบี้ยในประเทศ : ความเชื่อมโยงของการเงินระหว่างประเทศกับนวัตกรรมทางด้านระบบการชำระเงิน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.