ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผู้สูงอายุกับการขัดเกลาทางสังคมในครอบครัวในการสืบทอดคุณธรรมแก่เยาวชนในกรุงเทพมหานคร

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผู้สูงอายุกับการขัดเกลาทางสังคมในครอบครัวในการสืบทอดคุณธรรมแก่เยาวชนในกรุงเทพมหานคร
นักวิจัย : กฤษณา บูรณะพงศ์
คำค้น : ELDERLY , SOCIALIZATION , MORALITY
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2540
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082540000043
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาบทบาทของผู้สูงอายุในการขัดเกลาด้านคุณธรรมแก่เยาวชนในครอบครัวประเด็นที่ศึกษาประกอบด้วยลักษณะ 3 ด้าน คือ 1) ความสำนึกในคุณธรรมของผู้สูงอายุ ได้แก่ ความเมตตา ความกตัญญู ความซื่อสัตย์ ความยุติธรรมและความเสียสละ 2) ความพึงพอใจในการสืบทอดคุณธรรม และ 3) ความสำเร็จในการขัดเกลาด้านคุณธรรม โดยพิจารณาจากความสำนึกในคุณธรรมของเยาวชนซึ่งแต่ละด้านเกี่ยวข้องกับปัจจัยบางประการ เช่น เพศ ศาสนาภูมิลำเนา สถานภาพสมรส การศึกษา เศรษฐกิจ สุขภาพความสัมพันธ์ในครอบครัว การร่วมกิจกรรมทางสังคม การสนับสนุนทางสังคม และความใกล้ชิดกับเยาวชน นอกจากนั้นได้ศึกษาถึงระดับความสำนึกในคุณธรรมและความพึงพอใจในการสืบทอดคุณธรรมของผู้สูงอายุ ตลอดจนเปรียบเทียบความแตกต่างกับปัจจัยที่เกี่ยวข้อง การรวบรวมข้อมูล ใช้แบบสอบถามที่มีค่าความเชื่อมั่น 0.89 สุ่มตัวอย่างแบบเจาะจงกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษามีจำนวน 230 คน โดยได้จากประชากรชาวพุทธ ชาวมุสลิม และชาวคริสต์ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ การแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบความมีนัยสำคัญระหว่างค่าเฉลี่ยเลขคณิต หรือค่าที การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว และสหสัมพันธ์ถดถอยพหุคูณแบบมีขั้นตอน ผลการวิจัยพบว่า 1) ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความสำนึกในคุณธรรมของผู้สูงอายุมี 4 ปัจจัย ได้แก่ การสนับสนุนทางสังคม ศาสนา เศรษฐกิจและความสัมพันธ์ในครอบครัว และมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 โดยปัจจัยทั้ง 4 สามารถทำนายความแปรปรวนต่อความสำนึกในคุณธรรมได้ร้อยละ 22.382) มีเพียงปัจจัยเดียว คือ การสนับสนุนทางสังคมซึ่งมีอิทธิพลต่อความพึงพอใจในการสืบทอดคุณธรรมของผู้สูงอายุ อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 โดยสามารถทำนายความแปรปรวนต่อความพึงพอใจในการสืบทอดคุณธรรมได้ร้อยละ 11.32 และ3) ไม่มีปัจจัยใดที่มีอิทธิพลต่อความสำเร็จของผู้สูงอายุในการขัดเกลาด้านคุณธรรมแก่เยาวชน นอกจากนั้น พบว่าผู้สูงอายุมีระดับความสำนึกในคุณธรรมและความพึงพอใจในการสืบทอดคุณธรรมอยู่ในระดับสูง และพบว่ามีปัจจัยเพียงด้านเดียวคือ ศาสนาของผู้สูงอายุต่อความสำนึกในคุณธรรม มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05ส่วนความพึงพอใจในการสืบทอด พบว่า ทุกปัจจัยไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 ผลการวิจัยสรุปได้ว่า ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ยังมีความสำนึกในคุณธรรมสูงและมีความพึงพอใจในการทำหน้าที่สืบทอดคุณธรรมแก่เยาวชน แสดงว่าผู้สูงอายุยังคงมีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตในสังคมเมือง ส่วนความสำเร็จในบทบาทดังกล่าว จะต้องอาศัยปัจจัยอีกหลายประการ ฉะนั้นสมาชิกในสังคมควรสนับสนุนอย่างจริงจังให้ผู้สูงอายุได้มีโอกาสแสดงบทบาทดังกล่าวอย่างเหมาะสมในสังคมไทย

บรรณานุกรม :
กฤษณา บูรณะพงศ์ . (2540). ผู้สูงอายุกับการขัดเกลาทางสังคมในครอบครัวในการสืบทอดคุณธรรมแก่เยาวชนในกรุงเทพมหานคร.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
กฤษณา บูรณะพงศ์ . 2540. "ผู้สูงอายุกับการขัดเกลาทางสังคมในครอบครัวในการสืบทอดคุณธรรมแก่เยาวชนในกรุงเทพมหานคร".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
กฤษณา บูรณะพงศ์ . "ผู้สูงอายุกับการขัดเกลาทางสังคมในครอบครัวในการสืบทอดคุณธรรมแก่เยาวชนในกรุงเทพมหานคร."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print.
กฤษณา บูรณะพงศ์ . ผู้สูงอายุกับการขัดเกลาทางสังคมในครอบครัวในการสืบทอดคุณธรรมแก่เยาวชนในกรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.