ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพิสูจน์เอกลักษณ์ลิปิดโดยแก๊สโครมาโตกราฟีที่อุณหภูมิต่างๆโดยไม่ต้องใช้สารอ้างอิง

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพิสูจน์เอกลักษณ์ลิปิดโดยแก๊สโครมาโตกราฟีที่อุณหภูมิต่างๆโดยไม่ต้องใช้สารอ้างอิง
นักวิจัย : คณิต กฤษณังกูร
คำค้น : Capillary column , equivalent chain length , gas chromatography , retention index , temperature programming , ความยาวโซ่คาร์บอนเทียบเท่า , คอลัมน์แบบแคพิลลารี , เวลาคงค้าง , แก๊สโครมาโตกราฟี , โปรแกรมอุณหภูมิ
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2548
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=BRG4180008 , http://research.trf.or.th/node/269
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ในปี ค.ศ. 1997 คณิต และคณะ (J. Chromatogr. Sci. (1997) 35,329) ได้เสนอสมการ ทำนายการเคลื่อนที่สารในแก๊สโครมาโตกราฟี คือ (สมการ 1) โดย tR และ tm เป็นเวลาคงค้างของสารตัวอย่างและสารไม่คงค้าง (เวลาศูนย์) ตามลำดับ a, b, c และ d เป็นค่าคงที่ของคอลัมน์ n เป็นจำนวนคาร์บอน หรือจำนวนคาร์บอนเทียบเท่า T เป็น อุณหภูมิสัมบูรณ์ การศึกษานี้ได้ขยายขอบเขตการใช้งานของสมการ 1 นี้ให้กว้างออกไป โดยใช้ใน การเปลี่ยนค่ากลับไปมาระหว่างค่าความยาวคาร์บอนเทียบเท่ากับค่าดัชนีคงค้างโกแวทซ์ โดยไม่ ต้องทำการทดลองฉีดสารตัวอย่างเข้าเครื่องแก๊สโครมาโตกราฟอีกครั้งหนึ่ง เมื่อทำการทดสอบกับ คอลัมน์ ไม่มีความเป็นขั้วโอวี 101 พบว่า ความแตกต่างของเวลาคงค้างระหว่างการคำนวณและผล การทดลองต่ำกว่า 5 หน่วยดัชนีคงค้าง หรือคิดเป็นร้อยละต่ำกว่า 1.5 นั่นคือ สมการ 1 นี้ สามารถ คำนวณความยาวคาร์บอนเทียบเท่า และดัชนีคงค้างในเวลาเดียวกันโดยไม่ต้องมีกรดไขมันเมทิล เอสเทอร์เป็นสารอ้างอิง ซึ่งช่วยให้ผู้วิเคราะห์ว่าจะเลือกใช้วิธีทั่วไปด้วยค่าดัชนีคงค้าง หรือวิธี เฉพาะด้วยความยาวคาร์บอนเทียบเท่าในการวิเคราะห์ เอกลักษณ์สารกรดไขมันเมทิลเแสเทอร์ เมื่อนำวิธีการแบ่งส่วนคอลัมน์ของ Calvalli และ Quinchard (J. Chromatogr. Sci (1975) 33, ) มารวมเข้ากับสมการ 1 จะให้สมการ 2 เพื่อใช้ในสภาวะโปรแกรมอุณหภูมิ ทว่า ความหนืด และอัตราไหลของแก๊สตัวพาจะเปลี่ยนแปลงตามอุณหภูมิ ดังนั้น จำเป็นต้องมีตัวประกอบปรับแก้ อัตราไหลที่เปลี่ยนแปลงไป ดังสมการ 3 (สมการ 2) (สมการ 3) โดย g คือตัวประกอบปรับแก้อัตราไหลเนื่องจากอุณหภูมิ TI และ Tt คืออุณหภูมิเริ่มต้นและอุณหภูมิ ณ เวลา t ตามลำดับ ความแตกต่างสูงสุดระหว่างค่าเวลาคงค้างที่คำนวณได้จากสมการ 3 และค่าที่ ได้จากการทดลองต่ำกว่าร้อยละ 1.5 สำหรับกรดลิโนลีนิก เมทิลเอสเทอร์ ที่ทำในสภาวะโปรแกรม 10 0ซ/นาที อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างนี้มีแนวโน้มสูงขึ้นเมื่อ อัตราเพิ่มอุณหภูมิต่อนาทีสูงขึ้น และความยาวคาร์บอนสูงขึ้น ความชันของเส้นกราฟที่ได้จากการเขียนกราฟระหว่างเวลาคงค้างจาก การคำนวณกับจำนวนคาร์บอนจะชันน้อยกว่าเส้นกราฟที่ได้จากการทดลอง ทั้งนี้อาจสืบเนื่องมา จากการถ่ายเทความร้อนผ่านผนังคอลัมน์ (มี 3 ชั้น ผิวเคลือบภายนอก คอลัมน์ซิลิกา และวัฏภาค นิ่งภายใน) ทำให้อุณหภูมิภายในคอลัมน์ต่ำกว่าด้านนอกเล็กน้อย แต่เมื่อทดสอบโดยเปลี่ยนวัสดุ เคลือบภายนอกเป็นโลหะอะลูมิเนียม ซึ่งนำความร้อนได้ดีกว่าเรซินโพลีอิมีด ความแตกต่างร้อยละ ของเวลาคงค้างระหว่างการคำนวณกับการทดลองจากคอลัมน์ทั้งสองไม่แตกต่างกัน ดังนั้น จึงสรุป ได้ว่า ผิวเคลือบภายนอกซึ่งเป็นชั้นบางมากมีผลต่อการถ่ายเทความร้อนน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบ กับการถ่ายเทความร้อนทั้งระบบ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้จึงยังไม่อาจจะสรุปได้แน่ชัดว่าการถ่ายเท ความร้อนผ่านผนังคอลัมน์มีผลต่อเวลาคงค้างหรือไม่ การหักสั้นลงของคอลัมน์ถึงร้อยละ 30 จะยังไม่ส่งผลกระทบหรือเปลี่ยนแปลงค่าคงตัวของ คอลัมน์ทั้งสี่ ค่าคงตัวทั้งสี่นั้นยังสามารถทำนายเวลาคงค้างสารได้แม่นยำทั้งในสภาวะอุณหภูมิคงที่ และสภาวะโปรแกรมอุณหภูมิ Recently Krisnangkura et al (J. Chromatogr. Sci. (1997) 35,329) showed that the migration of fatty acid methyl esters (FAMEs) along the gas chromatographic column follows Eq.1. Eq 1. Where tR and tm are retention times of sample and hold-up time respectively, a, b, c and d are column constants, n is carbon number and T is absolute temperature. In this study, Eq 1 has been use as a tool to convert equivalent chain length (ECL) of FAMEs to Kovats retention index or vice versa without re-injection the sample into a gas chromatographic column. For a non-polar OV-101 phase, the highest difference of the calculated retention index from the literature for common FAMEs is 5 units which is lower than 1.5%. Thus, Eq 1 can be used to calculate both ECL and Kovats retention index simultaneously without a FAME as the reference. Analyst would have alternatives whether to use the more general system of Kovats retention index or a specific system of ECL for identification of FAMEs. Using column-slicing method of Calvalli and Guinchard (J. Chromatogr. Sci (1975) 33, ) Eq 1 is rearranged to Eq 2 and Eq 2 is used to predict retention times of FAMEs in both linear and non-linear temperature programmed gas chromatography (TPGC). The differences between the experimental and predicted values increase as the carbon length of FAMEs and temperature program rate increase. The differences are too high and unacceptable for accurate identification of FAMEs. It is generally known that carrier gas viscosity tend to increase as temperature increases and carrier gas flow will be lower when inlet pressure is kept constant. Consequently a flow correction factor is added to Eq 2. Eq 3 is obtained and it is used to predict the retention times of lipid homologues eluted from both linear and non-linear TPGC. Eq 2 Eq 3 where g is the flow correction factor due to change in temperature Ti and Tt are initial column temperature and temperature at time t, respectively. The highest percent difference between experimental and predicted value is less than 1.5% for methyl linolinate at the temperature program rate as high as 10 oC/min. However, the differences tend to be higher at higher temperature gradient or higher carbon chain length. The slope of the plot between calculated retention tine and carbon number is slightly shallower than that of the experimental curve. This is probably due to temperature different between inside and outside (oven) the column, which arises from resistant to heat transfer across the capillary wall. The capillary column wall has three layers, i.e. outside protective coating, fused silica and the liquid phase. When metal (aluminum) which has higher heat transfer than organic resin is used as an outside coating the percent differences between the experimental and predicted retention times are not improved. It is concluded if there be any resistant to heat transfer across the capillary wall, the protective coating would have a very minor contribution. Nevertheless, the effect of heat transfer across the capillary wall can not be answer at this time. When the column has been broken intentionally or accidentally up to 30% in length, it does not affect the numerical values of the four column constants. The same values can be used to predict retention times of FAMEs in either isothermal GC or temperature programmed GC.

บรรณานุกรม :
คณิต กฤษณังกูร . (2548). การพิสูจน์เอกลักษณ์ลิปิดโดยแก๊สโครมาโตกราฟีที่อุณหภูมิต่างๆโดยไม่ต้องใช้สารอ้างอิง.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
คณิต กฤษณังกูร . 2548. "การพิสูจน์เอกลักษณ์ลิปิดโดยแก๊สโครมาโตกราฟีที่อุณหภูมิต่างๆโดยไม่ต้องใช้สารอ้างอิง".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
คณิต กฤษณังกูร . "การพิสูจน์เอกลักษณ์ลิปิดโดยแก๊สโครมาโตกราฟีที่อุณหภูมิต่างๆโดยไม่ต้องใช้สารอ้างอิง."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2548. Print.
คณิต กฤษณังกูร . การพิสูจน์เอกลักษณ์ลิปิดโดยแก๊สโครมาโตกราฟีที่อุณหภูมิต่างๆโดยไม่ต้องใช้สารอ้างอิง. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2548.