ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การขยายพันธุ์คำฝอยด้วยวิธีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ ของการผลิตกรดไขมัน

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การขยายพันธุ์คำฝอยด้วยวิธีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ ของการผลิตกรดไขมัน
นักวิจัย : อนุพันธ์ กงบังเกิด
คำค้น : CARTHAMUS TINCTORIUS LINN. , FATTY ACID PRODUCTION , TISSUECULTURE
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2537
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082537000999
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ได้ศึกษาพัฒนาวิธีการชักนำและเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อแคลลัสของคำฝอย (Carthamus tinctorius Linn.) ในระบบ in vitro พร้อมทั้ง สภาวะที่เหมาะสมในการหวนกลับคืนเป็นต้น (regeneration) ผลปรากฏว่า แหล่งของเนื้อเยื่อที่เหมาะสมคือ ใบเลี้ยงส่วนบนที่ตัดขวางผ่านเส้นกลางใบที่ได้จากต้นกล้าที่เพาะจากเมล็ดในสภาวะปลอดเชื้อในที่มืดเป็นเวลา 14 วันเมื่อเพาะเลี้ยงในอาหารสูตร MS ที่เสริมด้วย NAA และ BA ที่ความเข้มข้น เท่ากันคือ 0.5 มิลลิกรัมต่อลิตรและน้ำตาล 20 กรัมต่อลิตร โดยทำการเลี้ยงไว้ในที่มืดเป็นเวลา 2 สัปดาห์ก่อนนำออกเลี้ยงในสภาวะที่มีแสง(16/8 hrs. photoperiod) การเสริม NH(,4) NO(,3) (1.65 กรัมต่อลิตร)ลงในอาหารเพาะเลี้ยงสูตร MS สามารถเพิ่มการชักนำให้เกิดต้นได้ดีขึ้นการเติม AgNO(,3) (3.0 มิลลิกรัมต่อลิตร) หรือ CoCL(,2) (5.0 มิลลิกรัมต่อลิตร) ลงในอาหารที่ใช้ในการเลี้ยงเนื้อเยื่อสามารถชักนำให้เกิดการกลับคืนเป็นต้นใหม่ได้ สภาวะที่เหมาะสมในการชักนำให้เกิดรากก็คือการเลี้ยงส่วนต้นที่ได้จากการเพาะเลี้ยงบนอาหารเต็มสูตร MS ที่ไม่มีการเสริมด้วยฮอร์โมน สำหรับการศึกษาการเปลี่ยนแปลงระดับของไขมันและกรดไขมันที่เป็นองค์ประกอบในเนื้อเยื่อคำฝอยเริ่มต้นและแคลลัสของคำฝอยที่อยู่ในช่วงของการเจริญและพัฒนาโดยใช้เทคนิคทางแก๊สโครมาโทกราฟีพบว่า ผลรวมของระดับกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวในเนื้อเยื่อคำฝอยเริ่มต้น (เมล็ด) คือ กรดโอลิอิค(C18:1) และกรดลิโนเลอิค (C18:1) จะสูงกว่าผลรวมของระดับกรดไขมันอิ่มตัวคือ กรดปาล์มิติค (C16:0) และกรดสเตีรริค (C18:0) และพบองค์ประกอบของกรดไขมันชนิดอื่นในปริมาณที่ต่ำมาก ซึ่งปริมาณสะสมของไขมัน ภายในเมล็ดคำฝอยจะสูงกว่าปริมาณที่ควรจะพบในใบเลี้ยงอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังพบว่าระดับของไขมันในใบเลี้ยงจะลดลงเมื่ออายุใบเลี้ยงมากขึ้น และระดับของไขมันในแคลลัสที่เลี้ยงในที่มืด มีอัตราการเจริญสูงกว่าแคลลัสที่เลี้ยงในที่สว่างทุกระยะของการเจริญ และมีเปอร์เซ็นต์น้ำมัน (total lipid content)สูงสุดที่สัปดาห์ที่ 2 ของการเจริญ โดยกรดไขมันที่เป็นองค์ประกอบหลักที่พบในแคลลัสที่เลี้ยงในที่มืดและที่สว่างคือ กรดปาล์มิติค (C16:0) และกรดสเตียริค (C18:0) จากการศึกษาผลกระทบของฮอร์โมนในอาหารต่อการเปลี่ยนแปลงระดับของกรดไขมันพบว่า แคลลัสที่เลี้ยงในอาหารที่เสริมด้วย2.4-D หรือ NAA ร่วมกับ BA หรือ Kn จะมีเปอร์เซ็นต์น้ำมันสูงกว่าแคลลัสที่เลี้ยงในอาหารทีเสริมด้วยฮอร์โมนชนิดอื่น โดยมีกรดปาล์มิติค (C16:0)เป็นองค์ประกอบหลักในแคลลัสที่เลี้ยงในอาหารที่เสริมด้วย NAA ร่วมกับ BAและกรดลิโนเลอิค (C18:2) เป็นองค์ประกอบหลักในแคลลัสที่เลี้ยงในอาหารที่เสริมด้วย 2.4-D ร่วมกับ Kn แคลลัสคำฝอยที่เลี้ยงในอาหารที่เสริมด้วยน้ำตาล 20 กรัมต่อลิตรจะมีระดับของไขมันรวมสูงกว่าที่ความเข้มข้นอื่น ๆและมีกรดปาล์มิติค (C16:0) เป็นองค์ประกอบหลักในไขมันเช่นกัน

บรรณานุกรม :
อนุพันธ์ กงบังเกิด . (2537). การขยายพันธุ์คำฝอยด้วยวิธีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ ของการผลิตกรดไขมัน.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อนุพันธ์ กงบังเกิด . 2537. "การขยายพันธุ์คำฝอยด้วยวิธีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ ของการผลิตกรดไขมัน".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อนุพันธ์ กงบังเกิด . "การขยายพันธุ์คำฝอยด้วยวิธีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ ของการผลิตกรดไขมัน."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2537. Print.
อนุพันธ์ กงบังเกิด . การขยายพันธุ์คำฝอยด้วยวิธีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ ของการผลิตกรดไขมัน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2537.