ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความเป็นพิษและพิษตกค้างของสารสกัดจากสะเดาไทย

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความเป็นพิษและพิษตกค้างของสารสกัดจากสะเดาไทย
นักวิจัย : ชุลีมาศ บุญไทย
คำค้น : TOXICITY , NEEM EXTRACT , CYHALOTHRIN , APIS FLOREA, APIS CERANA
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2536
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082536000159
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ศึกษาความเป็นพิษของสารสกัดจากสะเดาไทยและสารไซฮาโลทรินต่อผึ้งมิ้มและผึ้งโพรงโดยวิธีหยดสารลงบนตัวผึ้งและวิธีผสมสารกับน้ำเชื่อมให้ผึ้งกิน และประเมินความเป็นพิษในรูปของค่า LD(,50) ในระยะเวลา 24ชั่วโมงที่ช่วงความเชื่อมั่น p=0.05 ด้วยโปรแกรมโปรบิท พบว่า โดยวิธีหยดสารลงตัวผึ้งมัน ค่าเฉลี่ย 24 h LD(,50) ของสารสกัดจากเมล็ดสะเดาไทยเท่ากับ 129.5 ไมโครกรัมต่อผึ้ง 1 ตัว, สารสกัดจากใบสะเดาเท่ากับ2021.4 ไมโครกรัมต่อผึ้ง 1 ตัว, น้ำมันสะเดาเท่ากับ 325.7 ไมโครกรัมต่อผึ้ง 1 ตัว, สารสกัดจากสะเดาในรูปการค้า Margosan-O เท่ากับ4539.9 ไมโครกรัมต่อผึ้ง 1 ตัว, Neemix เท่ากับ 2099.0 ไมโครกรัมต่อผึ้ง 1 ตัว, Advantage เท่ากับ 12899.0 ไมโครกรัมต่อผึ้ง 1 ตัว และสำหรับผึ้งโพรงมีค่าเท่ากับ 67.4, 3779.6, 380.3, 1788.4, 789.0 และ1621.0 ไมโครกรัมต่อผึ้ง 1 ตัว ตามลำดับ ค่าเฉลี่ย 24 h LD(,50)ของสารไซฮาโลทริน ต่อผึ้งมิ้มและผึ้งโพรงเท่ากับ 0.0003 และ 0.0039ไมโครกรัมต่อผึ้ง 1 ตัว โดยวิธีหยดสารลงบนตัวผึ้งและ 0.0005 และ0.018 ไมโครกรัมต่อผึ้ง 1 ตัว โดยวิธีผสมสารกับน้ำเชื่อมให้ผึ้งกิน ศึกษาความเป็นพิษตกค้างของสารสกัดจากสะเดาไทยและสายไซฮาโลทรินต่อผึ้งมิ้มและผึ้งโพรงโดยฉีดพ่นสารสกัดจากเมล็ดสะเดา 1% และสารไซฮาโลทริน 0.002% บนดอกพวงชมพูและเก็บดอกมาสกัดที่ระยะเวลาต่าง ๆเพื่อทดสอบความเป็นพิษพบว่าพิษตกค้างของสารสกัดจากเมล็ดสะเดาต่อผึ้งมิ้มและผึ้งโพรงมีค่าน้อยกว่า 3 และ 6 ชั่วโมง โดยวิธีหยดสารลงตัวและ น้อยกว่า1 ชั่วโมง โดยวิธีผสมสารกับน้ำเชื่อมให้ผึ้งกิน ตามลำดับและพิษตกค้างของสารไซฮาโลทรินต่อผึ้งมิ้มและผึ้งโพรงมีค่าน้อยกว่า 48 และ 6 ชั่วโมงโดยวิธีหยดสารลงตัวและน้อยกว่า 12 และ 1 ชั่วโมง โดยวิธีผสมสารกับน้ำเชื่อมให้ผึ้งกินตามลำดับและพบว่าสารไซฮาโลทรินมีผลในการไล่ผึ้งสูง แตกต่างจากกลุ่มควบคุมและสารสกัดจากสะเดาอย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) ศึกษาผลของสารสกัดจากเมล็ดสะเดาต่อสภาพภายในรังผึ้งโพรงในภาคสนามโดยการฉีดพ่นสารสกัดจากเมล็ดสะเดา 1% ทุก ๆ 3 วันในตาข่ายขนาด 3มx3มx2มที่มีดอกไม้และรังผึ้งโพรงตั้งอยู่ พบว่าการเปลี่ยนแปลงของสภาพภายในรังผึ้งได้แก่ จำนวนของไข่, ตัวอ่อน, ตัวเต็มวัย, น้ำหนักของรัง, การเก็บน้ำหวานและเกสร และความผิดปกติของตัวอ่อน ไม่มีความแตกต่างกับกลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) แต่พบว่ามีผลกระทบต่อจำนวนของตัวหนอนในสัปดาห์ที่ 9 และการหนีรังของผึ้งอย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) ศึกษาผลของสารสกัดจากเมล็ดสะเดา 0.1% ต่อตัวหนอนของผึ้งโพรงอายุ1,2,3 วัน พบว่ามีผลกระทบต่อเปอร์เซนต์ความผิดปกติของตัวหนอนและการคาบตัวหนอนทิ้งอย่างมีนัยสำคัญ (p<(,-)0.05)

บรรณานุกรม :
ชุลีมาศ บุญไทย . (2536). ความเป็นพิษและพิษตกค้างของสารสกัดจากสะเดาไทย.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ชุลีมาศ บุญไทย . 2536. "ความเป็นพิษและพิษตกค้างของสารสกัดจากสะเดาไทย".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ชุลีมาศ บุญไทย . "ความเป็นพิษและพิษตกค้างของสารสกัดจากสะเดาไทย."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2536. Print.
ชุลีมาศ บุญไทย . ความเป็นพิษและพิษตกค้างของสารสกัดจากสะเดาไทย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2536.