ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

คติความเชื่อเรื่องพระร่วงในงานงานเขียนประวัติศาสตร์ไทย ตั้งแต่รัชกาลที่1 ถึง รัชกาลที่ 6 (พ.ศ. 2325-2468)

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : คติความเชื่อเรื่องพระร่วงในงานงานเขียนประวัติศาสตร์ไทย ตั้งแต่รัชกาลที่1 ถึง รัชกาลที่ 6 (พ.ศ. 2325-2468)
นักวิจัย : สมศรี ชัยวณิชยา
คำค้น : MYTHS , PHRA RUANG , THAI HISTORICAL WRITINGS
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2535
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082535000051
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษางานเขียนประวัติศาสตร์ไทยเท่าที่ผ่านมาของนักประวัติศาสตร์สมัยปัจจุบัน พบว่าในแต่ละยุคแต่ละสมัยมีลักษณะการเขียน หรือการอธิบายเพื่อแสดงความสำนึกในอดีตร่วมกัน แต่เมื่อพิจารณาเนื้อหาการเขียนและการอธิบายดังกล่าว ของแต่ละบุคคลและแต่ละสมัยจะพบว่าในเนื้อหาเรื่องเดียวกันของงานเขียนเหล่านี้ มีลักษณะเฉพาะที่ต่างกันไปขึ้นกับภาวะแวดล้อมและสถานะของผู้เขียนงานนั้น ๆ ลักษณะเช่นนี้ได้สงผลต่อสาระของคติความเชื่อ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเขียนและอธิบายดังกล่าวด้วย ดังเช่น กรณีคดีความเชื่อเรื่องพระร่วง ภาวะที่เกิดความเปลี่ยนแปลงจากอิทธิพลตะวันตก ความเปลี่ยนแปลงทางภูมิปัญญา ความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจสังคม และการเมือง ได้ส่งผลต่อทัศนะและเนื้อหาสาระการเขียนประวัติศาสตร์ในสมัยรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะแนวคิดเกี่ยวกับรัฐและกษัตริย์ ที่ปรากฏในคติความเชื่อเรื่องพระร่วง ซึ่งมีการเขียนและการอธิบายอย่างสืบเนื่องในสมัยรัตนโกสินทร์ด้วย วิทยานิพนธ์นี้จึงมุ่งศึกษาวิวัฒนาการของคติความเชื่อเรื่องพระร่วงที่ปรากฎในงานเขียนประวัติศาสตร์ ภายใต้บริบททางสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง ตั้งแต่รัชการที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 6 (พ.ศ. 2325-2468) และวิเคราะห์การนำเสนอแนวคิดเกี่ยวกับรัฐและกษัตริย์ในคติความเชื่อเรื่องพระร่วงที่มีจุดมุ่งหมายต่อการสร้างการรับรู้แก่สมาชิกในสังคม ผลจากการศึกษาวิเคราะห์พบว่าวิวัฒนาการของคติความเชื่อเรื่องพระร่วงที่ปรากฎในงานเขียนประวัติศาสตร์ไทย เริ่มตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 โดยมีลักษณะการเขียนและการอธิบายแบบ "จารีต" (พงศาวดาร) แต่ภายในการเขียนและการอธิบายแบบ "จารีต" นี้ ได้มีการเปลี่ยนแปลงลักษณะเกิดขึ้นโดยเฉพาะมาจากอิทธิพลตะวันตก ความเปลี่ยนทางภูมิปัญญาสภาพทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ซึ่งส่งผลต่อความเปลี่ยนแปลงโลกทัศน์บางประการของชนชั้นนำ ได้แก่ ความเชื่อมั่นในพลังความสามารถของมนุษย์ และการปรากฏร่องรอยของแนวคิดแบบ โลกวิลัย มนุษยนิยม เหตุผลนิยม การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว มีผลให้ชนชั้นนำเห็นความสำคัญของความสามารถของมนุษย์มากขึ้น ดังจะพบว่าความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว มีผลให้ชนชั้นนำเห็นความสำคัญของความสามารถของมนุษย์มากขึ้น ดังจะพบว่าความเปลี่ยนแปลงของคติความเชื่อเรื่องพระร่วงในสมัยรัชการที่ 4 และรัชกาลที่ 5 ได้สะท้อนให้เห็นพลังความสามารถของกษัตริย์ในด้านการใช้สติปัญญา และความเป็นผู้นำในศูนย์กลางอำนาจรัฐ รูปแบบของการอธิบายตามแบบจารีต ที่เน้นความเหนือจริงเริ่มถูกปฏิเสธ และเปลี่ยนเป็นการอธิบายโดยใช้เหตุผลและใช้หลักฐานที่ค้นพบมาสนับสนุน ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6 กระแสความตื่นตัวในเรื่องรัฐชาติ และสภาพปัญหาทางการเมืองทั้งภายในและภายนอก ตลอดจนกระบวนการเรียนรู้ของรัชกาลที่ 6 ส่งผลให้พระองค์ทรงสร้างคติความเชื่อเรื่องพระร่วง ในรูปแบบสัญญลักษณ์ของความเป็นเอกภาพของรัฐชาติ ซึ่งมีรูปธรรมอยู่ที่ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์โดยทรงนำคติความเชื่อเรื่องพระร่วงมานิพนธ์เป็นบทละครปลุกใจ ตั้งเป็นชื่อพระพุทธรูป และตั้งเป็นชื่อเรือรบ เป็นต้น

บรรณานุกรม :
สมศรี ชัยวณิชยา . (2535). คติความเชื่อเรื่องพระร่วงในงานงานเขียนประวัติศาสตร์ไทย ตั้งแต่รัชกาลที่1 ถึง รัชกาลที่ 6 (พ.ศ. 2325-2468).
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สมศรี ชัยวณิชยา . 2535. "คติความเชื่อเรื่องพระร่วงในงานงานเขียนประวัติศาสตร์ไทย ตั้งแต่รัชกาลที่1 ถึง รัชกาลที่ 6 (พ.ศ. 2325-2468)".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สมศรี ชัยวณิชยา . "คติความเชื่อเรื่องพระร่วงในงานงานเขียนประวัติศาสตร์ไทย ตั้งแต่รัชกาลที่1 ถึง รัชกาลที่ 6 (พ.ศ. 2325-2468)."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2535. Print.
สมศรี ชัยวณิชยา . คติความเชื่อเรื่องพระร่วงในงานงานเขียนประวัติศาสตร์ไทย ตั้งแต่รัชกาลที่1 ถึง รัชกาลที่ 6 (พ.ศ. 2325-2468). กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2535.