ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ศึกษาวิธีการที่ครูใช้แก้ไขพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ศึกษาวิธีการที่ครูใช้แก้ไขพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์
นักวิจัย : จิณณวัตร ปะโคทัง
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2532
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=2271
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาเป็นองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาคุณภาพของเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นพลังสำคัญ ในการพัฒนาประเทศในอนาคต และเป็นผู้สืบทอดมรดกวัฒนธรรมของชาติ โรงเรียนเป็นสถาบัน ในสังคมซึ่งมีหน้าที่จัดการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชน ซึ่งไม่ได้มีหน้าที่เพียงแต่ให้ความรู้ ทางวิชาการอย่างเดียวเท่านั้น โรงเรียนยังมีหน้าที่รับผิดชอบสำคัญยิ่งในการสร้างเสริม พัฒนาการทุก ๆ ด้านให้เจริญงอกงามยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา การศึกษาพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของเด็กประถมศึกษานั้นต้องเข้าใจพัฒนาการ และสาเหตุพื้นฐานของเด็ก เพราะเด็กในระดับชั้นประถมศึกษาเป็นวัยที่มีการพัฒนาที่สำคัญมาก เป็นวัยที่มีความพร้อมมากขึ้น เด็กเริ่มเรียนรู้อย่างมีระบบและสนใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และกว้างขวางกว่าเดิม นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เพราะเด็กเริ่มออกสู่สังคมนอกบ้าน ต้องปรับตัวกับสิ่งแวดล้อมใหม่ ครูจึงมีหน้าที่ในการแก้ไขพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของ นักเรียนและสร้างพฤติกรรมที่พึงประสงค์ให้เกิดขึ้นนับตั้งแต่นักเรียนเริ่มเข้ามาในโรงเรียน ทั้งนี้เพราะครูเปรียบเสมือนตัวจักรสำคัญที่จะคอยชี้แนะ แก้ไขความประพฤติของเด็กใน โรงเรียน ดังนั้นผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะศึกษาวิธีการที่ครูใช้แก้ไขพฤติกรรมที่ไม่พึง ประสงค์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาในจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับเทคนิค ในการแก้ไขพฤติกรรมและนำไปพิจารณาเลือกใช้เทคนิคที่เหมาะสม ซึ่งจะเป็นแนวทางให้ความ ช่วยเหลือนักเรียนให้มีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ รวมทั้งแนวทางในการอบรมบุคลากรครูในเรื่อง การใช้วิธีการแก้ไขพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของนักเรียน และจะเป็นประโยชน์ต่อการจัดการ เรียนการสอนตลอดจนการดำเนินงานแนะแนวในโรงเรียนให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ~uจุดมุ่งหมายของการศึกษาค้นคว้า~u 1. เพื่อจัดอันดับที่ของวิธีการที่ครูใช้แก้ไขพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษา 2. เพื่อศึกษาเปรียบเทียบวิธีการที่ครูใช้แก้ไขพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษา จำแนกตามเพศ วุฒิทางการศึกษา และระดับชั้นที่สอน ~uสมมติฐานในการศึกษาค้นคว้า~u 1. ครูที่มีเพศต่างกันใช้วิธีการแก้ไขพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของนักเรียนต่างกัน 2. ครูที่มีวุฒิทางการศึกษาต่างกันใช้วิธีการแก้ไขพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของ นักเรียนต่างกัน 3. ครูที่มีระดับชั้นที่สอนต่างกันใช้วิธีการแก้ไขพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของ นักเรียนต่างกัน ~uวิธีการดำเนินการศึกษาค้นคว้า~u กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ ครูผู้ทำหน้าที่การสอนในโรงเรียนประถมศึกษา จำนวน 583 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา เป็นแบบสำรวจวิธีการที่ครูใช้แก้ไขพฤติกรรม ที่ไม่พึงประสงค์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา การวิเคราะห์ข้อมูล ใช้ร้อยละ ความถี่ และ ทดสอบสมมติฐานด้วย ไค-สแควร์ (Chi-square) ~uสรุปผลการศึกษาค้นคว้า~u 1. ครูประถมศึกษาใช้วิธีการแก้ไขพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของนักเรียนชั้นประถม ศึกษา เรียงตามอันดับมากน้อยดังนี้คือ การแนะนำ วิธีการลงโทษทางวาจา วิธีการลงโทษทาง กาย ค้นหาสาเหตุและหาทางแก้ไข การทำสัญญาเงื่อนไข วิธีการลงโทษทางสังคม และให้การ เสริมแรงพฤติกรรมที่พึงประสงค์ 2. ครูเพศชายและครูเพศหญิง ใช้วิธีการแก้ไขพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยครูเพศชายใช้วิธีแก้ไข พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา เรียงจากมากไปน้อยดังนี้ อันดับที่ 1 การแนะนำ ร้อยละ 26.78 อันดับที่ 2 วิธีการลงโทษทางวาจา ร้อยละ 22.73 อันดับที่ 3 วิธีการลงโทษทางกาย ร้อยละ 21.86 อันดับที่ 4 ค้นหาสาเหตุและหาทางแก้ไข ร้อยละ 17.83 อันดับที่ 5 วิธีการลงโทษทางสังคม ร้อยละ 4.38 อันดับที่ 6 การทำสัญญาเงื่อนไข ร้อยละ 3.78 และอันดับที่ 7 ให้การเสริมแรงพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ร้อยละ 2.64 ส่วนครูเพศหญิง ใช้วิธีการแก้ไขพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา เรียงจากมากไปน้อย ดังนี้ อันดับที่ 1 วิธีการลงโทษทางวาจา ร้อยละ 25.37 อันดับที่ 2 วิธีการลงโทษทางกาย ร้อยละ 24.30 อันดับที่ 3 การแนะนำ ร้อยละ 23.53 อันดับที่ 4 ค้นหาสาเหตุและหาทางแก้ไข ร้อยละ 16.65 อันดับที่ 5 การทำสัญญาเงื่อนไข ร้อยละ 4.17 อันดับที่ 6 วิธีการลงโทษทาง สังคม ร้อยละ 3.43 และอันดับที่ 7 ให้การเสริมแรงพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ร้อยละ 2.55 3. ครูที่มีวุฒิทางการศึกษาระดับต่ำกว่าปริญญาตรี และครูที่มีวุฒิทางการศึกษาระดับ ตั้งแต่ปริญญาตรีขึ้นไป ใช้วิธีการแก้ไขพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยครูที่มีวุฒิทางการศึกษาระดับต่ำกว่า ปริญญาตรีลงมา ใช้วิธีการแก้ไขพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา เรียง จากมากไปน้อยดังนี้ อันดับที่ 1 การแนะนำ ร้อยละ 25.83 อันดับที่ 2 วิธีการลงโทษทางกาย ร้อยละ 23.74 อันดับที่ 3 วิธีการลงโทษทางวาจา ร้อยละ 23.64 อันดับที่ 4 ค้นหาสาเหตุ และหาทางแก้ไข ร้อยละ 16.47 อันดับที่ 5 การทำสัญญาเงื่อนไข ร้อยละ 4.05 อันดับที่ 6 วิธีการลงโทษทางสังคม ร้อยละ 3.46 และอันดับที่ 7 ให้การเสริมแรงพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ร้อยละ 2.81 ส่วนครูที่มีวุฒิทางการศึกษาระดับตั้งแต่ปริญญาตรีขึ้นไป ใช้วิธีการแก้ไข พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของนักเรียน เรียงจากมากไปน้อยดังนี้ อันดับที่ 1 มี 2 วิธีการ คือ วิธีการลงโทษทางวาจา และการแนะนำ ร้อยละ 24.49 เท่ากัน อันดับที่ 3 วิธีการลงโทษ ทางกาย ร้อยละ 22.79 อันดับที่ 4 ค้นหาสาเหตุและหาทางแก้ไข ร้อยละ 17.63 อันดับที่ 5 วิธีการลงโทษทางสังคม ร้อยละ 4.14 อันดับที่ 6 การทำสัญญาเงื่อนไข ร้อยละ 3.95 และ อันดับที่ 7 ให้การเสริมแรงพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ร้อยละ 2.45 4. ครูที่สอนในระดับชั้น ป.1-2, ป.3-4 และ ป.5-6 ใช้วิธีการแก้ไขพฤติกรรมที่ไม่พึง ประสงค์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยครู ที่มีระดับชั้นที่สอนชั้น ป.1-ป.2 ใช้วิธีการแก้ไขพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษา เรียงจากมากไปน้อยดังนี้ อันดับที่ 1 การแนะนำ ร้อยละ 26.17 อันดับที่ 2 วิธี การลงโทษทางวาจา ร้อยละ 24.25 อันดับที่ 3 วิธีการลงโทษทางกาย ร้อยละ 23.16 อันดับที่ 4 ค้นหาสาเหตุและหาทางแก้ไข ร้อยละ 16.67 อันดับที่ 5 การทำสัญญาเงื่อนไข ร้อยละ 4.33 อันดับที่ 6 วิธีการลงโทษทางสังคม ร้อยละ 2.87 และอันดับที่ 7 ให้การเสริมแรงพฤติกรรม ที่พึงประสงค์ ร้อยละ 2.60 ส่วนครูที่สอนระดับชั้น ป.3-ป.4 ใช้วิธีการแก้ไขพฤติกรรมที่ ไม่พึงประสงค์ของนักเรียน เรียงจากมากไปน้อยดังนี้ อันดับที่ 1 การแนะนำ ร้อยละ 24.12 อันดับที่ 2 วิธีการลงโทษทางกาย ร้อยละ 23.56 อันดับที่ 3 วิธีการลงโทษทางวาจา ร้อยละ 22.94 อันดับที่ 4 ค้นหาสาเหตุและหาทางแก้ไข ร้อยละ 18.40 อันดับที่ 5 วิธีการลงโทษทาง สังคม ร้อยละ 4.04 อันดับที่ 6 การทำสัญญาเงื่อนไข ร้อยละ 3.90 อันดับที่ 7 ให้การเสริม แรงพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ร้อยละ 3.03 และครูที่มีระดับชั้น ป.5-ป.6 ใช้วิธีการแก้ไข พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของนักเรียน เรียงจากมากไปน้อยดังนี้ อันดับที่ 1 วิธีการลงโทษ ทางวาจา ร้อยละ 24.95 อันดับที่ 2 การแนะนำ ร้อยละ 24.60 อันดับที่ 3 วิธีการลงโทษ ทางกาย ร้อยละ 22.94 อันดับที่ 4 ค้นหาสาเหตุและหาทางแก้ไขร้อยละ 16.81 อันดับที่ 5 วิธีการลงโทษทางสังคม ร้อยละ 4.70 อันดับที่ 6 การทำสัญญาเงื่อนไข ร้อยละ 3.78 และ อันดับที่ 7 ให้การเสริมแรงพฤติกรรมที่พึงประสงค์ร้อยละ 2.21

บรรณานุกรม :
จิณณวัตร ปะโคทัง . (2532). ศึกษาวิธีการที่ครูใช้แก้ไขพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
จิณณวัตร ปะโคทัง . 2532. "ศึกษาวิธีการที่ครูใช้แก้ไขพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
จิณณวัตร ปะโคทัง . "ศึกษาวิธีการที่ครูใช้แก้ไขพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2532. Print.
จิณณวัตร ปะโคทัง . ศึกษาวิธีการที่ครูใช้แก้ไขพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2532.