ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การบำบัดน้ำเสียจากกระบวนการผลิตน้ำยางข้นโดยถังปฏิกรณ์ไฮบริดแบบไม่ใช้ออกซิเจน

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การบำบัดน้ำเสียจากกระบวนการผลิตน้ำยางข้นโดยถังปฏิกรณ์ไฮบริดแบบไม่ใช้ออกซิเจน
นักวิจัย : อลิสรา วงศ์กิตติวิมล
คำค้น : ถังปฏิกรณ์ไฮบริดแบบไม่ใช้ออกซิเจน , อัตราส่วน COD , SO(,4)(2-) , กระบวนการผลิตน้ำยางข้น , Hybrid Anaerobic Reactor , COD , SO(,4)(2-) Ratio , Concentrated Latex Processing
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2543
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1162
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาประสิทธิภาพของการบำบัดน้ำเสียจากกระบวนการผลิตน้ำยางข้น โดยถังปฏิกรณ์ไฮบริดแบบไม่ใช้ออกซิเจน ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างระบบยูเอเอสบีและระบบ ฟิล์มตรึงภายในถังเดียวกัน โดยทำการทดลองที่ระยะเวลาเก็บกักน้ำเสีย 1.5, 2.5, 4 และ 6 วัน คิดเป็นอัตราภาระบรรทุกสารอินทรีย์ เท่ากับ 4.3, 2.6, 1.6 และ 1.05 กรัม/ลิตร.วัน ตามลำดับ ทำการทดลองโดยใช้ถังปฏิกรณ์ขนาดโต๊ะทดลอง 2 ถัง ตัวกลางที่ใช้ทำจากเชือกไนลอนซึ่งมีพื้น ที่ผิวจำเพาะเท่ากับ 0.358 ตร.ม./ลิตร โดยติดตั้งไว้บริเวณส่วนบนของถัง น้ำเสียที่ป้อนเข้าถัง ของชุดทดลองที่มีระยะเวลาเก็บกักน้ำเสีย 1.5 และ 2.5 วัน และชุดทดลองที่มีระยะเวลาเก็บกัก น้ำเสีย 4 และ 6 วัน มีความเข้มข้นซีโอดีเฉลี่ย 6428 มก./ล. และ 6281 มก./ล. ตามลำดับ และ มีอัตราส่วน COD/SO(,4)(2-) เฉลี่ย 2.07 และ 1.50 ก.COD/ก.SO(,4)(2-) ตามลำดับ พบว่า มีประสิทธิภาพในการกำจัดซีโอดีทั้งหมดที่ระยะเวลาเก็บกักน้ำเสีย 1.5, 2.5, 4 และ 6 วัน มี ค่าเฉลี่ยร้อยละ 40.9, 59.0, 80.8 และ 83.6 ตามลำดับ พีเอชของน้ำภายในถังของทั้ง 4 การ ทดลอง มีค่าอยู่ระหว่าง 7.37-7.81 ร้อยละของก๊าซมีเทนของทั้ง 4 ชุดการทดลองเท่ากับ 85.19, 84.36, 93.74 และ 94.72 และมีการผลิตก๊าซมีเทนต่อกรัมซีโอดีที่ถูกกำจัดเท่ากับ 0.103, 0.157, 0.164 และ 0.148 ลิตร/กรัม ตามลำดับ ในการทดลองครั้งนี้ไม่มีการยับยั้งการทำงานของแบคทีเรียกลุ่มที่ผลิตก๊าซมีเทน (MPB) จากปริมาณความเข้มข้นของกรดอินทรีย์ และแอมโมเนียไนโตรเจน แต่เกิดการยับยั้งการทำงาน ของแบคทีเรียกลุ่มที่ผลิตก๊าซมีเทนจากปริมาณความเข้มข้นของซัลเฟต และไฮโดรเจนซัลไฟด์ และพบว่าที่ระยะเวลาเก็บกักน้ำเสียที่ยาวนาน และอัตราส่วนการหมุนเวียนน้ำกลับสูง แบคทีเรีย กลุ่มรีดักชั่นซัลเฟต (SRB) มีผลกระทบเพียงเล็กน้อยต่อ MPB นอกจากไฮโดรเจนซัลไฟด์อิออนที่เกิดขึ้นแล้ว การเกิดปฏิกิริยาการรีดักชั่นซัลเฟตยังทำ ให้เกิดไบคาร์บอเนต (HCO(,3)) ซึ่งอิออนทั้งสองนี้ทำให้น้ำภายในถังมีค่าความเป็นด่างเพิ่มขึ้น ดังจะเห็นได้จากการทดลอง ค่าความเป็นด่างที่เพิ่มขึ้นต่อปริมาณซัลเฟตที่ถูกรีดิวซ์เท่ากับ 0.49, 0.48, 0.41 และ 0.42 มก.CaCO(,3)/มก.SO(,4)(2-) ที่ระยะเวลาเก็บกักน้ำเสีย 1.5, 2.5, 4 และ 6 วัน ตามลำดับ เนื่องจากมีไฮโดรเจนซัลไฟด์อิออนที่เกิดขึ้น จึงเกิดการตกตะกอน สังกะสีซึ่งมีอยู่ในน้ำเสียจากกระบวนการผลิตน้ำยางข้น จึงเป็นการกำจัดสังกะสีที่มี ในน้ำเสีย ดังนั้นจากการทดลองพบว่าที่ระยะเวลาเก็บกักน้ำเสีย 4 วัน มีความเหมาะสมในการบำบัด น้ำเสียจากกระบวนการผลิตน้ำยางข้น ที่ความเข้มข้นซีโอดี 6,000 มก./ล. PH ในการดำเนินระบบ อยู่ในช่วง 7.2-7.8 และอัตราส่วนการหมุนเวียนน้ำกลับ 2 เท่า

บรรณานุกรม :
อลิสรา วงศ์กิตติวิมล . (2543). การบำบัดน้ำเสียจากกระบวนการผลิตน้ำยางข้นโดยถังปฏิกรณ์ไฮบริดแบบไม่ใช้ออกซิเจน.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อลิสรา วงศ์กิตติวิมล . 2543. "การบำบัดน้ำเสียจากกระบวนการผลิตน้ำยางข้นโดยถังปฏิกรณ์ไฮบริดแบบไม่ใช้ออกซิเจน".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อลิสรา วงศ์กิตติวิมล . "การบำบัดน้ำเสียจากกระบวนการผลิตน้ำยางข้นโดยถังปฏิกรณ์ไฮบริดแบบไม่ใช้ออกซิเจน."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print.
อลิสรา วงศ์กิตติวิมล . การบำบัดน้ำเสียจากกระบวนการผลิตน้ำยางข้นโดยถังปฏิกรณ์ไฮบริดแบบไม่ใช้ออกซิเจน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.