ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความริเริ่มของความเป็นหุ้นส่วนในการวิจัยกับการเปลี่ยนแปลงของความรู้และการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนและอาจารย์มหาวิทยาลัย : กรณีศึกษาพหุพื้นที่

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความริเริ่มของความเป็นหุ้นส่วนในการวิจัยกับการเปลี่ยนแปลงของความรู้และการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนและอาจารย์มหาวิทยาลัย : กรณีศึกษาพหุพื้นที่
นักวิจัย : จตุภูมิ เขตจัตุรัส, 2522-
คำค้น : วิจัย , การศึกษา--วิจัย
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สุวัฒนา สุวรรณเขตนิคม , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2547
อ้างอิง : 9745320765 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/556
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2547

การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพความรู้และการปฏิบัติงานก่อนและหลังการดำเนินงานความริเริ่มของความเป็นหุ้นส่วนในการวิจัย ลักษณะการดำเนินงานความริเริ่มของความเป็นหุ้นส่วนในการวิจัย และการเปลี่ยนแปลงของความรู้และการปฏิบัติงานอันเนื่องมาจากอิทธิพลของความริเริ่มของความเป็นหุ้นส่วนในการวิจัยของครูโรงเรียนและอาจารย์มหาวิทยาลัย วิธีการวิจัยเป็นแบบกรณีศึกษาพหุพื้นที่ (multisite case study) 4 แห่ง ในโครงการวิจัย 2 โครงการ การศึกษาเป็นแบบสืบย้อน โดยการเก็บข้อมูลด้วยการสังเกตแบบมีส่วนร่วม การสัมภาษณ์อย่างไม่เป็นทางการ และแบบเจาะลึก การวิเคราะห์เอกสาร และการสนทนากลุ่ม การวิเคราะห์ข้อมูลประกอบด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา การลดทอนข้อมูล การเปรียบเทียบข้อมูลและสร้างข้อสรุปแบบอุปนัย ผลวิจัยพบว่า 1) สภาพความรู้และการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนและอาจารย์มหาวิทยาลัยก่อนการดำเนินงานโครงการวิจัย มีลักษณะยังขาดความรู้ในเนื้อหาที่โครงการวิจัยมุ่งเน้นและสำหรับผู้ที่พอมีความรู้ก็ยังขาดการนำความรู้มาใช้ในการปฏิบัติงาน ขาดความสม่ำเสมอในการปฏิบัติ และครูโรงเรียนไม่สามารถทำวิจัยและนำผลการวิจัยมาใช้ในการปฏิบัติงานได้ 2) ลักษณะการดำเนินงานความริเริ่มของความเป็นหุ้นส่วนในการวิจัยระหว่างครูโรงเรียนและอาจารย์มหาวิทยาลัยมี 3 แบบ คือ แบบนำพัฒนา แบบกัลยาณมิตร และแบบสนับสนุน โดยทั้ง 3 แบบมีลักษณะความริเริ่มของความเป็นหุ้นส่วนในการวิจัย 5 ประการ คือ (1) มีการกำหนดเป้าหมายในการวิจัยร่วมกัน (2) มีการกำหนดบทบาทที่ชัดเจนในการวิจัยร่วมกัน (3) มีกิจกรรมที่ทำร่วมกันในการวิจัย (4) มีการทบทวนความสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ และ (5) มีการเอื้อประโยชน์ต่อกันในการวิจัย 3) สภาพความรู้และการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนและอาจารย์มหาวิทยาลัยหลังการดำเนินงานโครงการวิจัย มีการเปลี่ยนแปลงในลักษณะการเพิ่มความรู้มากขึ้นในเนื้อหาสาระที่มุ่งเน้นของโครงการวิจัยและสามารถนำความรู้มาใช้ในการปฏิบัติงานได้มากขึ้นและอย่างหลากหลาย มีการพัฒนางานที่ปฏิบัติอย่างต่อเนื่องสามารถทำวิจัยได้และมีการนำผลการวิจัยไปใช้ในการปฏิบัติงาน อิทธิพลสำคัญของความริเริ่มของความเป็นหุ้นส่วนในการวิจัยคือ ทำให้ครูโรงเรียนและอาจารย์มหาวิทยาลัยมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากกันและกัน อันเป็นผลทำให้แต่ละฝ่ายเกิดความรู้ที่มีคุณค่าทั้งในเชิงทฤษฎีและเชิงปฏิบัติ และก้าวสู่การพัฒนาวิชาชีพร่วมกัน

บรรณานุกรม :
จตุภูมิ เขตจัตุรัส, 2522- . (2547). ความริเริ่มของความเป็นหุ้นส่วนในการวิจัยกับการเปลี่ยนแปลงของความรู้และการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนและอาจารย์มหาวิทยาลัย : กรณีศึกษาพหุพื้นที่.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
จตุภูมิ เขตจัตุรัส, 2522- . 2547. "ความริเริ่มของความเป็นหุ้นส่วนในการวิจัยกับการเปลี่ยนแปลงของความรู้และการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนและอาจารย์มหาวิทยาลัย : กรณีศึกษาพหุพื้นที่".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
จตุภูมิ เขตจัตุรัส, 2522- . "ความริเริ่มของความเป็นหุ้นส่วนในการวิจัยกับการเปลี่ยนแปลงของความรู้และการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนและอาจารย์มหาวิทยาลัย : กรณีศึกษาพหุพื้นที่."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2547. Print.
จตุภูมิ เขตจัตุรัส, 2522- . ความริเริ่มของความเป็นหุ้นส่วนในการวิจัยกับการเปลี่ยนแปลงของความรู้และการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนและอาจารย์มหาวิทยาลัย : กรณีศึกษาพหุพื้นที่. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2547.