ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

คุณสมบัติของตัวประมาณค่าความเข้มของอิทธิพล : การเปรียบเทียบระหว่างทฤษฎีการทดสอบแบบดั้งเดิมและทฤษฎีการตอบสนองข้อสอบ

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : คุณสมบัติของตัวประมาณค่าความเข้มของอิทธิพล : การเปรียบเทียบระหว่างทฤษฎีการทดสอบแบบดั้งเดิมและทฤษฎีการตอบสนองข้อสอบ
นักวิจัย : ชยุตม์ ภิรมย์สมบัติ, 2524-
คำค้น : ทฤษฎีการตอบสนองข้อสอบ , ข้อสอบ
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สุชาดา บวรกิติวงศ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2547
อ้างอิง : 9745322539 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/489
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2547

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 4 ข้อ ได้แก่ (1) เพื่อเปรียบเทียบคุณสมบัติของตัวประมาณค่าในด้านความลำเอียง ความคงเส้นคงวา และประสิทธิภาพสัมพัทธ์ระหว่างขนาดอิทธิพลที่ได้จากทฤษฎีการทดสอบแบบดั้งเดิม (d[subscript CTT]) ขนาดอิทธิพลที่ได้จากทฤษฎีการตอบสนองข้อสอบที่โมเดลประมาณค่าสอดคล้องกับข้อมูล (d[subscript IRT1]) สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ที่ได้จากทฤษฎีการทดสอบแบบดั้งเดิม (r[IRT1) และสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ที่ได้จากทฤษฎีการตอบสนองข้อสอบที่โมเดลประมาณค่าไม่สอดคล้องกับข้อมูล (r[subscript IRT2]) (2) เพื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยระหว่าง d[subscript CTT], d[subscript IRT1] และ d[subscript IRT2] และระหว่าง r[subscript CTT], r[subscript IRT1] และ r[IRT2] (3) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง d[subscript CTT] และ d[subscript IRT1] และสร้างสมการถดถอยของ d[subscript IRT1] บน d[subscript CTT] และ (4) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง r[subscript CTT] และ r[subscript IRT1] และสร้างสมการถดถอยของ r[subscript IRT1] บน r[subscript CTT] ภายใต้สถานการณ์การสอบ 540 สถานการณ์ ตามเงื่อนไขของค่าความเข้มของอิทธิพลที่แท้จริง (.2, .5, .8, 1.2, 2.6) ขนาดกลุ่มตัวอย่าง (20, 50, 500, 2,000) ความยาวแบบสอบ (10, 50, 90) โมเดลฐาน (โมเดลโลจิสติกแบบหนึ่ง, สอง และสามพารามิเตอร์) และโมเดลประมาณค่า (โมเดลการทดสอบแบบดั้งเดิม โมเดลการตอบสนองข้อสอบที่สอดคล้องกับข้อมูล และโมเดลการตอบสนองข้อสอบที่ไม่สอดคล้องกับข้อมูล) ผลการวิจัยโดยสรุปพบว่า (1) ในภาพรวมตัวประมาณค่าที่มีความลำเอียงต่ำที่สุดคือ r[subscript IRT1] นอกจากนี้ r[subscript IRT1] ยังเป็นตัวประมาณค่าที่มีคุณสมบัติทุกด้านเป็นที่น่าพอใจที่สุด (2) ค่าเฉลี่ยของ d[subscript CTT], d[subscript IRT1] และ d[subscript IRT2] มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดย d[subscript CTT] มีค่าเฉลี่ยสูงสุด เช่นเดียวกับค่าเฉลี่ยของ r[subscript CTT], r[subscript IRT1] และ r[subscript IRT2] ที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดย r[subscript CTT] มีค่าเฉลี่ยสูงสุด (3) สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่าง d[subscript CTT] และ d[subscript IRT1] มีค่า .626 และมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สมการถดถอยของ d[subscript IRT1] บน d[subscript CTT] ในรูปคะแนนดิบ คือ d[subscript IRT1] = .004 + .065d[subscript CTT] สมการในรูปคะแนนมาตรฐาน คือ Z[subscript d][subscript IRT1] = .626Z[subscript d][subscript CTT] (4) สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่าง r[subscript CTT] และ r[subscript IRT1] มีค่า .570 และมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สมการถดถอยของ r[subscript IRT1] บน r[subscript CTT] ในรูปคะแนนดิบ คือ r[subscript IRT1] = .003 + .079[subscript r][subscript CTT] และสมการในรูปคะแนนมาตรฐาน คือ Z[subscript r][subscript IRT1] = .570Z[subscript r][subscript CTT]

บรรณานุกรม :
ชยุตม์ ภิรมย์สมบัติ, 2524- . (2547). คุณสมบัติของตัวประมาณค่าความเข้มของอิทธิพล : การเปรียบเทียบระหว่างทฤษฎีการทดสอบแบบดั้งเดิมและทฤษฎีการตอบสนองข้อสอบ.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ชยุตม์ ภิรมย์สมบัติ, 2524- . 2547. "คุณสมบัติของตัวประมาณค่าความเข้มของอิทธิพล : การเปรียบเทียบระหว่างทฤษฎีการทดสอบแบบดั้งเดิมและทฤษฎีการตอบสนองข้อสอบ".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ชยุตม์ ภิรมย์สมบัติ, 2524- . "คุณสมบัติของตัวประมาณค่าความเข้มของอิทธิพล : การเปรียบเทียบระหว่างทฤษฎีการทดสอบแบบดั้งเดิมและทฤษฎีการตอบสนองข้อสอบ."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2547. Print.
ชยุตม์ ภิรมย์สมบัติ, 2524- . คุณสมบัติของตัวประมาณค่าความเข้มของอิทธิพล : การเปรียบเทียบระหว่างทฤษฎีการทดสอบแบบดั้งเดิมและทฤษฎีการตอบสนองข้อสอบ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2547.