ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

หาบเร่แผงลอยอาหาร : ความสำเร็จและตัวบ่งชี้

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : หาบเร่แผงลอยอาหาร : ความสำเร็จและตัวบ่งชี้
นักวิจัย : อภิชัย พันธเสน
คำค้น : diversity , indicator of success , Informal economy , self-employment , ความหลากหลาย , ตัวบ่งชี้ , อาชีพอิสระ , เศรษฐกิจนอกภาคทางการ
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2548
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=BGJ4580028 , http://research.trf.or.th/node/219
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

บทคัดย่อ (1) งานศึกษาเรื่อง “หาบเร่แผงลอยอาหาร : ความสำเร็จและตัวบ่งชี้” เป็นการศึกษาที่พิจารณาปรากฏการณ์หาบเร่แผงลอยอาหารในกรุงเทพมหานครในระดับโครงสร้างและระดับการประกอบการ ประเด็นหลักของงานศึกษาชิ้นนี้ก็คือ การเสนอว่าแนวคิดทวิลักษณ์ทางเศรษฐกิจไม่เพียงพอต่อการอธิบายปรากฏการณ์คงอยู่และขยายตัวของหาบเร่แผงลอยอาหารในกรุงเทพมหานคร เนื่องจากการคงอยู่และขยายตัวของการค้าอาหารข้างทางในกรุงเทพมหานครเป็นผลทั้งจากปัจจัยในระดับโครงสร้างทั้งในระดับระหว่างประเทศ และ ระดับประเทศ กล่าวคือ กระแสโลกาภิวัตน์ วัฒนธรรมการบริโภค แนวทางการพัฒนาประเทศ การพัฒนาเป็นเมืองของกรุงเทพมหานคร และนโยบายของรัฐทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น ล้วนมีบทบาทสำคัญทำให้หาบเร่แผงลอยอาหารในกรุงเทพมหานครคงอยู่และขยายตัว ในระดับการประกอบการ งานศึกษาเรื่องนี้ เสนอว่าผู้ประกอบอาชีพหาบเร่แผงลอยอาหารมีความหลากหลายในด้านต่างๆรวมถึงระดับฐานะทางเศรษฐกิจและระดับความสำเร็จซึ่งสะท้อนจากระดับการลงทุน รายได้ และ การประเมินความสำเร็จของผู้ค้าเอง ผู้ค้าจำนวนหนึ่งยังสามารถสะสมทุนและขยายการประกอบอาชีพได้ ทั้งยังมีผู้ค้าที่ประสงค์ประกอบอาชีพนี้ตลอดไป นอกเหนือไปจากข้อค้นพบที่ว่าการเข้าสู่อาชีพมีเหตุผลที่มากกว่าความจำกัดในโอกาสการจ้างงาน ทั้งหมดนี้ไม่สอดคล้องกับข้อเสนอของแนวคิดทวิลักษณ์ทางเศรษฐกิจ การศึกษายังพบว่าความสำเร็จในแต่ละระดับมีตัวบ่งชี้ความสำเร็จที่แตกต่างกัน ผลการศึกษานำไปสู่ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ผู้ศึกษาเสนอว่านโยบายเกี่ยวกับการค้าหาบเร่แผงลอยอาหารต้องเริ่มต้นจากความเข้าใจที่ถูกต้องต่อปรากฏการณ์ รวมทั้งเข้าใจถึงความหลากหลายในด้านต่างๆของผู้ประกอบอาชีพ รัฐไม่พึงใช้นโยบายหนึ่งเดียวสำหรับผู้ค้าที่มีความหลากหลายเหล่านี้ และโดยเฉพาะเมื่อผลการศึกษายืนยันว่าผู้ค้ามีระดับความสำเร็จต่างกัน ทั้งตัวบ่งชี้ความสำเร็จก็ยังมีความแตกต่างกันด้วย ที่สำคัญการค้าหาบเร่แผงลอยอาหารควรที่จะได้รับการยอมรับว่ามีศักยภาพในการขยายการประกอบการ ผู้ค้าควรได้รับการสนับสนุนในฐานะ “ผู้ประกอบการ” ด้วย บทคัดย่อ (2) จุดเริ่มต้นของงานศึกษาเรื่อง “หาบเร่แผงลอยอาหาร : ความสำเร็จและตัวบ่งชี้” มาจากความพยายามค้นหาคำตอบว่าอะไรคือตัวบ่งชี้ความสำเร็จในการประกอบอาชีพหาบเร่แผงลอยอาหาร และการตั้งคำถามต่อทฤษฎีระบบโลก และแนวคิดทวิลักษณ์ของระบบเศรษฐกิจต่ออำนาจในการอธิบายปรากฏการณ์คงอยู่และขยายตัวของการค้าหาบเร่แผงลอยอาหารในกรุงเทพมหานคร คำถามที่การศึกษานี้ต้องการหาคำตอบมีสี่ประการ ประการแรก เหตุใดหาบเร่แผงลอยอาหารจึงยังคงอยู่และขยายตัวในกรุงเทพมหานคร? ประการที่สอง ผู้ค้าหาบเร่แผงลอยอาหารเป็นใคร? มีคุณลักษณะทางเศรษฐกิจสังคมอย่างไร? ประการที่สาม อะไรคือตัวบ่งชี้ความสำเร็จของการค้าหาบเร่แผงลอยอาหารในกรุงเทพมหานคร? และประการสุดท้าย นโยบายเกี่ยวกับการค้าหาบเร่แผงลอยอาหารในกรุงเทพมหานครควรจะเป็นเช่นไร? ในการตอบคำถามข้างต้นผู้ศึกษาใช้ทฤษฎีความรู้เชิงประจักษ์ และทฤษฎีความรู้จุดยืนเฉพาะเป็นแนวทาง แนวคิดหลักที่ใช้เป็นกรอบในการศึกษาได้แก่ แนวคิดทวิลักษณ์ของระบบเศรษฐกิจ แนวคิดการประกอบอาชีพอิสระ แนวคิดเกี่ยวกับการจัดประเภทอาหาร ส่วนแนวคิดในระดับรองลงมาคือแนวคิดเกี่ยวกับบทบาททางเพศ พื้นที่และอัตลักษณ์ซึ่งถูกนำมาเป็นกรอบในการอธิบายระดับความสำเร็จในการประกอบอาชีพบางกรณี จากกรอบแนวคิดข้างต้น การศึกษากระทำโดยศึกษาข้อมูลจาก (1) การสัมภาษณ์ผู้ค้าหาบเร่จำนวน 236 คน ผู้ค้าแผงลอยจำนวน 508 คน และ ผู้ซื้ออาหารหาบเร่แผงลอยจำนวน 385 คน ในเขตคลองเตยและดินแดง (2) การสนทนากลุ่มระหว่างผู้ค้าในเขตคลองเตยและดินแดง 2 ครั้ง (3) การสัมภาษณ์เจาะลึกกรณีศึกษาผู้ค้าหาบเร่ 8 คน และ แผงลอย 12 คน ซึ่งประสบความสำเร็จในระดับต่างๆกัน (4) การสัมภาษณ์ผู้บริหารกรุงเทพมหานครชุดปัจจุบัน คือ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ และอดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายพิจิตต รัตตกุล ผู้มีบทบาทสำคัญต่อการเสริมสร้างสุขาภิบาลอาหารในกลุ่มผู้ค้าหาบเร่แผงลอย การวิเคราะห์ข้อมูลจากการศึกษา ใช้สถิติเชิงพรรณนา และ การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร ด้วยค่าไคสแควร์และการวิเคราะห์ค่าความแปรปรวนทางเดียว คำตอบที่พบจากการศึกษาเป็นดังนี้ ประการแรก การคงอยู่และขยายตัวของการค้าอาหารข้างทางในกรุงเทพมหานครเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงในกระบวนทัศน์การจ้างงานอันเป็นผลจากการแข่งขันในระดับโลก และกระแสโลกาภิวัตน์ ซึ่งมีผลต่อการจ้างงานในระดับประเทศ โอกาสการเป็นแรงงานรับจ้างมีข้อจำกัดมากขึ้น ซึ่งเมื่อผนวกเข้ากับเงื่อนไขในระดับประเทศตั้งแต่ ความเป็นมาของการค้าหาบเร่แผงลอยอาหารในกรุงเทพมหานคร ยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจที่ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรม การพัฒนาเป็นเมืองของกรุงเทพมหานคร วัฒนธรรมด้านอาหารซึ่งสะท้อนออกมาในรูปความหลากหลายของอาหาร และ การบริโภคสาธารณะของชาวกรุงเทพมหานคร และที่สำคัญคือนโยบายของรัฐที่มีบทบาทต่อการสนับสนุนทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม เป็นผลให้การค้าอาหารหาบเร่แผงลอยซึ่งเป็นการค้าอาหารข้างทางมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างรายได้ของประชาชน ความสำคัญของอาหารหาบเร่แผงลอยยังสะท้อนออกมาในข้อมูลด้านผู้ซื้อ ซึ่งระบุชัดถึงความถี่ในการซื้ออาหารหาบเร่แผงลอย จำนวนเงินที่ผู้ซื้อจ่ายเพื่อซื้ออาหารในแต่ละวัน ตลอดจนทัศนะของผู้ซื้อต่อความจำเป็นของการมีหาบเร่แผงลอยอาหารในกรุงเทพมหานคร ในด้านคุณลักษณะทางสังคมและเศรษฐกิจของผู้ค้า พบว่าผู้ค้าหาบเร่มากกว่าร้อยละ 90 มีภูมิลำเนานอกเขตกรุงเทพมหานคร ในจำนวนนี้ร้อยละ 75 มาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้ค้าหญิงและชายมีจำนวนใกล้เคียงกัน ผู้ค้ามากกว่าครึ่งมีอายุระหว่าง 30-50 ปี ส่วนใหญ่ของผู้ค้า มีการศึกษาไม่เกิน 6 ปี ผู้ค้าร้อยละ 70 มีรายได้ก่อนหักต้นทุนวันละไม่เกิน 1,000 บาท ในภาพรวมผู้ค้าในเขตดินแดงมีรายได้สูงกว่าผู้ค้าในเขตคลองเตย ผู้ค้าร้อยละ 56 ระบุว่าประสบความสำเร็จในระดับยังชีพ ร้อยละ 38 และร้อยละ 6 ระบุว่าประสบความสำเร็จในระดับมีเงินออม และ ประสงค์ขยายการประกอบอาชีพตามลำดับ ผู้ค้าแผงลอยร้อยละ 67 มีภูมิลำเนานอกกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในจำนวนนี้สัดส่วนของผู้ค้าที่มาจากภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือใกล้เคียงกัน ผู้ค้าแผงลอยมีอายุการย้ายถิ่นยาวนานกว่าผู้ค้าหาบเร่ ผู้ค้ามากกว่าครึ่งอายุระหว่าง 30-50 ปี ผู้ค้าส่วนใหญ่มีระดับการศึกษาไม่เกิน 6 ปี ผู้ค้าร้อยละ 70 ระบุว่าเคยประกอบอาชีพหาบเร่มาก่อน และโดยเฉลี่ยผู้ค้าแผงลอยมีรายได้สูงกว่าผู้ค้าหาบเร่ โดยร้อยละ 50 มีรายได้ก่อนหักต้นทุนไม่เกินวันละ 1,000 บาท ในภาพรวมผู้ค้าในเขตดินแดงมีรายได้สูงกว่าผู้ค้าในเขตคลองเตย ผู้ค้าร้อยละ 54 ระบุว่าประสบความสำเร็จในระดับยังชีพ ร้อยละ 32 และร้อยละ 12 ระบุว่าประสบความสำเร็จในระดับมีเงินออม และ ประสงค์ขยายการประกอบอาชีพตามลำดับ ในด้านตัวบ่งชี้ความสำเร็จในการประกอบอาชีพ พบว่าระดับความสำเร็จที่แตกต่างกันของผู้ค้า มีตัวบ่งชี้ที่แตกต่างกัน ตัวบ่งชี้ความสำเร็จที่ผู้ค้าหาบเร่ทุกกลุ่มความสำเร็จให้ความสำคัญมากตรงกันก็คือ ตัวบ่งชี้ด้านความมั่นใจในตนเอง ความรู้เกี่ยวกับแหล่งวัตถุดิบราคาถูก ทำเลค้าขายที่ใกล้ที่ชุมชน ที่อยู่อาศัยใกล้แหล่งที่ทำการค้า ตัวบ่งชี้ด้านสินค้าซึ่งครอบคลุมด้านความสะอาด รสชาติ และ ราคาของอาหาร และ ตัวบ่งชี้ด้านผู้ค้าซึ่งครอบคลุมด้านอัธยาศัยและความสะอาดของผู้ค้า ตัวบ่งชี้ความสำเร็จที่ผู้ค้าหาบเร่ที่มีระดับความสำเร็จต่างกันให้ความสำคัญต่างกันและเป็นความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ก็คือ ตัวบ่งชี้ด้านความรู้ในด้านการวางแผนการค้า การวางแผนการเงิน การคำนวณต้นทุนกำไร ตัวบ่งชี้ด้านครอบครัวในประเด็นคู่สมรสและลูกช่วยกันประหยัด ตัวบ่งชี้ด้านทุนในประเด็นการมีทุนของตนเอง ตัวบ่งชี้ด้านเครือข่ายทางสังคม ในประเด็นการมีญาติหรือเพื่อนคอยให้ความช่วยเหลือ ซึ่งตัวบ่งชี้เหล่านี้พบในกลุ่มผู้ค้าที่ประสบความสำเร็จสูงกว่าระดับยังชีพ ตัวบ่งชี้ความสำเร็จที่ผู้ค้าแผงลอยทุกระดับความสำเร็จเห็นว่ามีบทบาทสำคัญมากต่อความสำเร็จ ก็คือ ตัวบ่งชี้ด้านความมั่นใจในตนเอง ความรู้เกี่ยวกับแหล่งวัตถุดิบราคาถูก การวางแผนการเงิน ทำเลค้าขายที่ใกล้ที่ชุมชน ทำเลการค้าที่มั่นคง ที่อยู่อาศัยที่ใกล้แหล่งทำการค้า ตัวบ่งชี้ด้านสินค้าซึ่งครอบคลุมด้านความสะอาด รสชาติ และ ราคาของอาหาร และ ตัวบ่งชี้ด้านผู้ค้าซึ่งครอบคลุมด้านอัธยาศัยและความสะอาดของผู้ค้า ตัวบ่งชี้ที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระหว่างผู้ค้าแผงลอยที่มีระดับความสำเร็จต่างกัน ได้แก่ ตัวบ่งชี้ด้านความรู้ในประเด็น การวางแผนการค้า การวางแผนการเงิน และ การคำนวณต้นทุนกำไร ตัวบ่งชี้ด้านครอบครัว ในประเด็น คู่สมรสช่วยค้าขายหรือเตรียมของ ตัวบ่งชี้ด้านทุน ในประเด็น การมีแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ และตัวบ่งชี้ด้านผู้ค้า อันได้แก่แต่งกายสะอาด และ อัธยาศัยที่ดี ผู้ค้าที่ประสบความสำเร็จสูงกว่าระดับยังชีพให้ความสำคัญต่อตัวบ่งชี้ด้านความรู้และครอบครัวสูงกว่าผู้ค้าระดับยังชีพ ส่วนผู้ค้าที่ประสงค์ขยายการประกอบอาชีพให้ความสำคัญต่อตัวบ่งชี้ด้านผู้ค้ามากที่สุด ข้อมูลด้านตัวบ่งชี้ความไม่สำเร็จในการประกอบอาชีพชี้ให้เห็นถึงทั้งลักษณะร่วมและลักษณะที่แตกต่างกันบางประการระหว่างผู้ค้าที่ขาดทุน ต้องเลิกประกอบการค้า และผู้ค้าที่ประกอบอาชีพแล้วไม่มีกำไรและไม่มีเงินออม ทั้งนี้ตัวบ่งชี้ที่มีร่วมกันก็คือ อบายมุข การใช้จ่ายเงินเกินรายรับ ในด้านตัวบ่งชี้ที่แตกต่างกัน พบว่าในกลุ่มผู้ค้าที่ต้องเลิกประกอบอาชีพ การขาดความมั่นในในตนเองมีความสำคัญที่สุด รองลงมาคือ สินค้าหรืออาหารที่ขายซึ่งไม่อร่อย ขาดความรู้ในการคำนวณต้นทุนค่าใช้จ่าย มีทุนน้อย ทำให้ขาดเงินทุนหมุนเวียน ในกลุ่มผู้ค้าที่ไม่มีกำไร พบว่า สินค้า และการคำนวณต้นทุนมีความสำคัญ กรณีศึกษาผู้ค้าจำนวน 20 คนที่มีระดับความสำเร็จที่แตกต่างกันสะท้อนภาพเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้ประกอบอาชีพ จากกรณีศึกษาพบว่า ผู้ค้าที่มีรายได้ระดับยังชีพเป็นสตรี ผู้ค้าสูงอายุที่มีภาระต้องเลี้ยงดูบุตรหลาน ผู้ค้าเหล่านี้ในบางกรณีมีรายได้ต่ำกว่าระดับยังชีพแต่จำเป็นต้องประกอบอาชีพเนื่องจากเป็นแหล่งรายได้เพียงแหล่งเดียว ในผู้ค้าที่มีอายุน้อยกว่า ความเป็นผู้ค้าในระดับยังชีพเป็นผลจากภาวะการเจ็บป่วยในครอบครัว และ การใช้จ่ายเงินเพื่อซื้อสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ สำหรับผู้มีรายได้เกินระดับยังชีพ กรณีศึกษาสะท้อนว่าผู้ค้านอกจากจะเป็นผู้ที่ปรับตัวอยู่ตลอดเวลาแล้ว ยังเป็นผู้ค้าที่มีพื้นที่ขายที่แน่นอน มีลูกค้าประจำ อันทำให้มีรายได้ต่อวันสูง ผู้ค้ายังมีความสามารถในการวางแผนการเงิน และ บริหารจัดการเรื่องการเงินในครอบครัว กรณีศึกษายังชี้ให้เห็นถึงการขยายการประกอบอาชีพโดยลำดับของผู้ค้าบางคน บางกรณีบ่งชี้ถึงศักยภาพของผู้ค้าที่จะขยายไปสู่การเป็นวิสาหกิจชุมชน อันจะนำไปสู่การสร้างความเข้มแข็งของชุมชนเมืองได้ ข้อค้นพบประการสำคัญก็คือ ผู้ค้าให้ความสำคัญต่อการมีเงินออมของตนเอง ผู้ค้าที่มีเงินออมและคิดขยายการค้าล้วนแต่ให้ความสำคัญต่อการลงทุนด้วยเงินออมของตนเอง อันสอดคล้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง กรณีศึกษาของผู้ค้าที่ต้องเลิกประกอบอาชีพสะท้อนถึงการไม่สามารถปรับตัวให้ทันกับการแข่งขัน และ การตกเป็นเหยื่อของการพนันและอบายมุข ผลการศึกษาข้างต้นยืนยันว่า การค้าหาบเร่แผงลอยอาหารมีบทบาทสำคัญทั้งในฐานะที่เป็นแหล่งอาหารของชาวกรุงเทพมหานคร และเป็นอาชีพที่สามารถสร้างรายได้และนำไปสู่การเลื่อนฐานะทางเศรษฐกิจ ผู้ศึกษาเสนอว่ามาตรการการสนับสนุนการประกอบอาชีพของผู้ประกอบอาชีพค้าอาหารข้างทางควรที่จะตระหนักถึงบริบททั้ง ในเชิงโครงสร้าง และ เงื่อนไขในระดับบุคคล และควรเป็นมาตรการที่สนับสนุน “ปัจจัยเอื้ออำนวย” ต่อการประกอบอาชีพ และลดปัจจัยที่เป็น “ปัจจัยถ่วง” หรืออีกนัยหนึ่งเป็นมาตรการที่สนับสนุนการสร้าง “รายได้” และเพิ่มเงินออมหรือ “รายเหลือ” และที่สำคัญรัฐไม่อาจใช้นโยบายแบบเดียวกันสำหรับผู้ค้าทุกกลุ่มได้ ทั้งนี้เนื่องจากความหลากหลายในด้านต่างๆ นับตั้งแต่ ประเภทของผู้ค้า (หาบเร่ หรือแผงลอย) ระดับความสำเร็จตามฐานะทางเศรษฐกิจ (ระดับยังชีพ มีเงินออม และประสงค์ขยายการประกอบอาชีพ) ประเภทอาหาร ( อาหารสด อาหารปรุง อาหารปรุงสำเร็จ และ อาหารสำเร็จรูป อันสะท้อนถึงการเป็นผู้ผลิตขนาดเล็ก และ ผู้ขายขนาดเล็ก) แต่ประเด็นสำคัญที่สุดคือรัฐพึงตระหนักถึงความสำคัญของการประกอบอาชีพอิสระขนาดเล็กซึ่งนอกจากจะเป็นแหล่งสร้างงานที่มีความสำคัญแล้วยังสร้างโอกาสในการเลื่อนฐานะทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในบริบทเศรษฐกิจยุคโลกาภิวัตน์ Abstract (1) The study on “Street Food Vending : Success and Indicators” investigates street food vending activity in Bangkok at structural and enterprise levels. At structural level, the study argues that economic dualism theory is not sufficient to explain the persistence and expansion of street food vending activity in Bangkok. The persistence and expansion of street food vending in Bangkok is attributed to factors at global and local levels, namely economic liberalization, globalization, Thailand’s economic development strategy, food culture, the urbanization of Bangkok and government policy at national and local levels. At the enterprise level, the study finds diversity among street food vendors in many aspects. There is diversity in economic performance and levels of success as reflected in daily investment, earnings and vendors’ account on their success. The decision to be a vendor does not limit to lack of opportunity in the ‘formal sector’. Furthermore many vendors manage to accumulate capital and expand their trade, some vendors plan to continue their vending activity in light of good earning opportunity. The study indicates that different in level of success as accounted by vendors are attributed to different indicators. Study recommends that policy regarding street food vending activity must originate from a realistic view, taking into account the real causes of the persistence and expansion of street food vending activity in Bangkok. Besides, given the diversity among food vendors, it is not possible to formulate a single policy for all street food vendors. This is particularly important considering the different levels of success among food vendors and indicators of success at each level. More importantly, the study proposes that street food vending should be regarded as having potential to expand into larger ventures. Abstract (2) The study on “Street Food Vending : Success and Indicators” is aimed at investigating food vending activities in Bangkok and the indicators on the success of street food vending activities. From the limited explanatory value of the world system theory and economic dualism theory towards the persistence of street food vending activities in Bangkok, the study set out to address four research questions as follows : 1) Why does street food vending in Bangkok persist? What are the factors that contribute to it? 2) Who are street food vendors? What are their socio-economic characteristics? Does food vending provide income and economic advancement? 3) What are the indicators of success? and 4) how should a policy regarding street food vending be informed ? The major theoretical concepts on which the theoretical framework of this study are based are economic dualism, self-employment whereas concepts on foods, gender relations, space and identity in addition to related research findings are also employed. Data collection is done by questionnaires. The samples of the study are 236 mobile food vendors, 508 fixed food vendors and 385 customers of street foods in Klong Toey and Din Daeng districts. The present Governor of Bangkok, the former Governor of Bangkok and the Director of City Patrol Division have been interviewed. The qualitative study involves two focus group discussions and 20 case studies. Statistical methods applied for data analysis are descriptive statistics, Chi-square and Analysis of Variance. Study finds that the persistence of street food vending activities in Bangkok is attributed to many factors, namely the paradigm shift in employment which results from globalization, the growth-oriented development strategy, the urbanization of Bangkok and the food culture which reflects in variety of foods and ‘public eating’ and finally the role of the state which directly and indirectly contribute to the persistence of food vending activities. Data from the consumers of street foods confirm the significance of street food vending activities to the everyday life of people in Bangkok. Findings on the socio-economic characteristics of food vendors in Bangkok reveals that more than 90 percent of mobile food vendors are rural migrants, out of which 75 percent are from the northeastern provinces. More than half of the vendors are between 30 to 50 years of age. Most receive not more than six years of education. The percentage of female and male vendors are almost equal. More than 70 percent of vendors have not higher than 1,000 baht gross daily earnings. In general vendors in Din Daeng have higher earnings than vendors in Klong Toey. With regard to success, 56 vendors see themselves as having subsistence level of income, 38 percent says they have savings and six percent reveal they are considering to expand their ventures. Data on fixed vendors indicate that 67 percent of the vendors are migrants from the provinces. The percentage of migrants from the central provinces and the northeastern provinces are almost equal. The length of migration among fixed vendors are longer than mobile vendors. More than half of the vendors are between 30-50 years of age and there has not been not much difference between the percentage of female and male vendors. Most receive not higher than six years of education. Interestingly 70 percent of fixed vendors used to be mobile vendors. On the average fixed vendors earn higher income than mobile vendors as only 50 percent of the vendors earn not higher than 1,000 baht daily gross earnings. Vendors in Din Daeng have higher earnings. With regard to success, 54 percent of vendors see themselves as having subsistence level of income, 32 percent say they have savings and 12 percent say they are considering to expand their ventures. Findings on indicators reveal two sets of indicators, indicators that all vendors regard as important and indicators that vendors at different levels of success regard as important. Though scores varies, all groups of mobile vendors cite self-confidence as most important. They also list having their own capital, being able to carry on their trade adjacent to densely populated areas, living near to their business area, and selling clean, tasty food at a reasonable price. Good rapport and clean attire are understood to be important. Obviously, in comparison with vendors at higher levels of success, vendors at subsistence level tend to give more importance to selling locations and living areas and put less emphasis on having their own capital. Vendors who hope to expand their trade score highest in indicators pertaining to foods and sellers. Indicators that vendors at different levels of success regard differently are knowledge, family, capital and social network. Vendors operating at subsistence levels give much importance to knowing how best to obtain inexpensive materials. Vendors who have accumulated savings point out that, in addition to having sources of low-cost materials, cost-profit calculation, financial planning, business planning and production of food in demand are also important. The cooperation of the family in terms of thrift and moral support also contribute to their success. Vendors who plan to expand their ventures value information about producing food in demand as well as knowledge about sources of cheap materials. Moral support from the family is also important. The latter group of vendors is the only one who gives high regard to having low-interest loans and good social networks. Analysis of variance confirms differences in indicators as specified by vendors at different levels of success. They are marketing planning, financial planning, cost-profit calculation, thrift of family members, having own capital and social networks. All groups of fixed vendors cite self-confidence as most important to their success. They also list knowing how best to obtain inexpensive materials, financial planning, having their own capital, being able to carry on their trade adjacent to densely populated areas, having a secured location, living near to their business area, and selling clean, tasty food at a reasonable price. Good rapport and clean attire are understood to be important. Analysis of variance confirms differences in indicators as specified by vendors at different levels of success. Vendors who accumulate savings point out that, in addition to having sources of low-cost materials, cost-profit calculation, financial planning, business planning and production of food in demand are also important. The cooperation of the family in terms of assisting in the venture, having low-interest loans, having good rapport and clean attire contribute to their success. Vendors of higher levels of success give higher regards to indicators pertaining to knowledge and family. Vendors who plan to expand their ventures value indicators pertaining to sellers. Vendors who are not able to make profit, accumulate savings and those who have to discard their venture due to cumulative loss share both common and different attributes. The common attributes include addiction to gambling and overspending whereas other characteristics are lack of self-confidence, selling inferior foods, lack of knowledge in cost calculation, and having insufficient revolving capital. The case studies reveal that vendors who earn subsistence level of income or lower are women. In the case of the elderly women, these vendors have to support their children’s families as selling foods are their only source of income whereas illness in the family and overspending are evident in younger vendors. The case studies also reflect that vendors at higher levels of success are not only adaptive, but they also have secured selling location and regular customers. They are also capable of financial planning. Case studies also portray the transformation of ‘survivalist’ into ‘entrepreneur’ , some have inspiration to expand into a community enterprise. Vendors who have acquired higher levels of success emphasize having own saving other than low-interest loans. This is pertinent to the concept of sufficient economy. The case studies of former vendors reveal their inability to adapt to high competition and being addicted to gambling. The above findings confirm the significance of street food vending activities as a viable food strategy for Bangkok people and means for economic advancement among the less-privileged people. The study recommends that rather than focusing on the abolishment of street food vending activities, efforts should be made to promote the activities. Interventions concerning the promotion of the activities should take into consideration the structural and individual contexts and should be the interventions that promote the ‘enabling’ factors and reduce the ‘disabling’ factors. More importantly diversities among food vendors, i.e. fixed vs. mobile, different levels of success; different types of food sold; must be taken into consideration. Above all the state should be aware of the petty enterprise as a means to economic advancement in the time of globalization.

บรรณานุกรม :
อภิชัย พันธเสน . (2548). หาบเร่แผงลอยอาหาร : ความสำเร็จและตัวบ่งชี้.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
อภิชัย พันธเสน . 2548. "หาบเร่แผงลอยอาหาร : ความสำเร็จและตัวบ่งชี้".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
อภิชัย พันธเสน . "หาบเร่แผงลอยอาหาร : ความสำเร็จและตัวบ่งชี้."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2548. Print.
อภิชัย พันธเสน . หาบเร่แผงลอยอาหาร : ความสำเร็จและตัวบ่งชี้. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2548.