ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาพืชอาศัยและการเกิดดอกเห็ดของเชื้อราเอกโตมายคอไรซ่าที่กินได้ในประเทศไทย

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาพืชอาศัยและการเกิดดอกเห็ดของเชื้อราเอกโตมายคอไรซ่าที่กินได้ในประเทศไทย
นักวิจัย : สายสมร ลำยอง
คำค้น : cultivation , ectomycorrhiza , fructification , host , wild edible mushrooms , การเกิดดอกเห็ด , การเพาะเลี้ยง , พืชอาศัย , เชื้อราเอกโตมายคอไรซา , เห็ดป่ากินได้
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2548
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=BGJ4580023 , http://research.trf.or.th/node/216
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

เส้นใยบริสุทธิ์เห็ดห้าสายพันธุ์ WPPH2 (Phaeogyroporus portentosus WPPH2) และเห็ดเผาะสายพันธุ์ PHOR5 (Astraeus hygrometricus PHOR5) เป็นสายพันธุ์ที่ใช้ในงานทดลองทั้งหมดในการศึกษานี้ โดยในการศึกษาหาสภาพที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเจริญนั้นได้ทำการศึกษาถึงชนิดของอาหาร อุณหภูมิ ค่าความเป็นกรดด่าง ความเข้มข้นของวุ้น (สำหรับทำอาหารแข็ง อาหารเหลว อาหารกึ่งแข็งกึ่งเหลว) ความเค็ม และ สับสเตรดที่เป็นของแข็ง พบว่าเชื้อทั้งสองชนิดสามารถเจริญได้ในอาหารทุกชนิดที่นำมาใช้ในการทดลอง อย่างไรก็ตามพบว่าอาหาร Gamborg, MMN และ MS เหมาะสมที่สุดสำหรับเห็ดห้าสายพันธุ์ WPPH2 และอาหาร Fries เหมาะสำหรับเห็ดเผาะสายพันธุ์ PHOR5 ส่วนในเรื่องของอุณหภูมิพบว่าเห็ดห้าสามารถเจริญได้ดีที่สุดที่อุณหภูมิ 30 ?C ส่วนเห็ดเผาะนั้นพบว่าสามารถเจริญได้ดีในอุณหภูมิ 30 ?C เช่นเดียวกับเจริญในที่อุณหภูมิ 37 ?C ในส่วนของค่าความเป็นกรดด่างพบว่าที่ pH 4 จัดเป็นค่าที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเจริญของเห็ดทั้งสองชนิดและพบว่าเห็ดทั้งสองชนิดไม่สามารถเจริญได้ใน pH 2 และ > 7 นอกจากนี้ความแข็งเหลวของอาหารและลักษณะการเลี้ยงในอาหารเหลวที่มีการเขย่าหรือไม่มีการเขย่านั้นมีผลต่อการเจริญของเชื้อทั้งสองชนิดไม่เหมือนกัน นั่นคือ สำหรับเห็ดห้าพบว่า เปอร์เซ็นต์การเจริญของเชื้อลดลงมากกว่า 25% ในการเลี้ยงเชื้อแบบเขย่าเมื่อเปรียบเทียบกับการตั้งทิ้งไว้ แต่ไม่มีความแตกต่างกันในเห็ดเผาะ ความเค็มไม่มีผลต่อการเจริญของเห็ดเผาะ แต่มีผลแบบเส้นตรงในการเจริญของเห็ดห้า นั่นคือเมื่อเพิ่มความเข้มข้นของ NaCl เชื้อก็จะเจริญได้ดียิ่งขึ้นเท่านั้น ส่วนในเรื่องของสับสเตรดที่เป็นของแข็งพบว่า เห็ดห้าสามารถเจริญได้ในอาหารเมล็ดธัญญพืชทุกชนิดและชนิดที่เหมาะสมที่สุดคือเมล็ดข้าวฟ่าง ส่วนเห็ดเผาะนั้นพบว่าสามารถเจริญได้ใน peat-vermiculite เท่านั้น นอกจากนี้ยังได้ทำการศึกษาเพิ่มเติมถึงความสามารถในการย่อยสารในกลุ่มที่มีโครงสร้างเชิงซ้อนคาร์บอนและไนโตรเจน ได้แก่ แป้ง เซลลูโลส ลิกนิน แมนแนนไซแลน และ หางนม พบว่า เห็ดห้ามีความสามารถในการใช้แป้งและหางนมโดยแสดงลักษณะ clear zone ที่ชัดเจน ในขณะที่เห็ดเผาะสามารถใช้แป้งได้เล็กน้อย การผลิตดอกเห็ดของเชื้อราเอกโตมายคอไรซาโดยปราศจากพืชอาศัยได้ถูกทดลองในห้องปฏิบัติการ ซึ่งสามารถพบดอกเห็ดทั้งหมดสี่ดอกขึ้นบนอาหารเมล็ดข้าวฟ่างโดยพบในวันที่ 17 หลังจากที่ได้ทำการย้ายเปลี่ยนสภาพของห้องเพาะเลี้ยงคือ เปลี่ยนจากการเจริญภายใต้อุณหภูมิ 26?1 ?C ในที่มืด มาอยู่ที่อุณหภูมิ 24?1 ?C ในที่สว่างสลับมืดอย่างละ 12 ชั่วโมง ในการศึกษาหาพืชอาศัยของเห็ดห้า WPPH2 และ เห็ดเผาะ PHOR5 ได้ทำการทดลองกับพืชทั้งหมด 6 ชนิด คือ ก่อเดือย (Castanopsis tribuloides), ยางนา (Dipterocarpus alatus), ลำไย (Dimocarpus longan), สนสามใบ (Pinus kesiya) และ หว้า (Syzygium cumini) โดยแบ่งการทดลองเป็น 2 งานทดลอง คือ งานทดลองในห้องปฏิบัติการ เป็นการทดลองกับยูคาลิปตัส (Eucalyptus camaldulensis) และงานทดลองในโรงเรือนกับพืชที่เหลือ 5 ชนิด โดยงานทดลองทั้งสองได้ทำการเก็บผลในเดือนที่ 8 หลังจากการปลูกเชื้อ พบว่าในส่วนของการทดลองภายใต้สภาพปลอดเชื้อในห้องปฏิบัติการนั้นพบลักษณะรากบวมสั้นสีน้ำตาลซึ่งแตกต่างจากรากของยูคาลิปตัสโดยทั่วไป แต่หลังจากที่ได้ทำการตัด section ไม่พบลักษณะ Hartig net หรือ mantle sheath ส่วนในงานทดลองในโรงเรือนนั้น พบรากมายคอไรซาลักษณะแตกต่างกันหลายชนิดและไม่สามารถบ่งบอกชนิดได้ ซึ่งพบว่า DNA จากรากมายคอไรซาจากสนสามใบที่ปลูกเชื้อด้วยเห็ดห้าเท่านั้นที่ให้ผลบวก เมื่อใช้ primer ที่สร้างขึ้นคือ HAR2A และพบลักษณะ mantle และ Hartig net Phaeogyroporus portentosus strain WPPH2 and Astraeus hygrometricus strain PHOR5 were isolated from sporocarps and used for all experiments. Culture conditions for the growth of P. portentosus and A. hygrometricus were studied. The effects of culture media, temperature, pH, agar concentration, salinity, and solid substrate were examined to determine optimal conditions. Both edible ectomycorrhizal fungi (ECMF) had capability to grow in all tested culture media. Gamborg, MMN, and MS medium were considered to be the best media for WPPH2 and Fries medium was considered to be appropriate for vegetative growth of PHOR5. Growth of P. portentosus WPPH2 was optimal at 30 ?C whereas A. hygrometricus PHOR5 grew equally well at 30 and 37 ?C. A pH of 4 was optimal for both ECMF and growth was inhibited at pH 2 and pH >7. Maximum biomass production in P. portentosus occurred in still liquid culture and growth was reduced by more than 25% in shaking culture. In contrast, shaking did not reduce growth in A. hygrometricus. Biomass of P. portentosus increased linearly with NaCl whereas NaCl had no effect on yield of A. hygrometricus. P. portentosus grew in all types of grain media. Peat-vermiculite was the only medium tested that was suitable for A. hygrometricus. P. portentosus was able to degrade starch and skim milk; and a clear zone was clearly visible. A. hygrometricus shown very poor ability to degrade starch. Production of fruit bodies without a host plant was investigated under laboratory conditions. Four fruit bodies of P. portentosus WPPH2 formed on sorghum grain medium 17 days after plates were transferred from 26?1 ?C in the dark to 12 hr light/12 hr dark and 24?1 ?C. Five native tree species (Castanopsis tribuloides, Dipterocarpus alatus, Dimocarpus longan, Pinus kesiya and Syzygium cumini) were used for evaluating host range with P. portentosus and A. hygrometricus under greenhouse conditions. Eucalyptus camaldulensis, an exotic tree from Australia, was challenged with the two fungi in vitro. Both experiments were run for 8 months. E. camaldulensis showed typical incompatible interactions with the two fungi (Hartig nets and fungal mantles did not form). In the greenhouse, diverse ectomycorrhiza morphotypes formed on all kind of native tree species. However, only P. kesiya inoculated with P. portentosus showed a positive reaction with the designed primer HAR2A. This mycorrhiza had a distinct mantle and Hartig net.

บรรณานุกรม :
สายสมร ลำยอง . (2548). การศึกษาพืชอาศัยและการเกิดดอกเห็ดของเชื้อราเอกโตมายคอไรซ่าที่กินได้ในประเทศไทย.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สายสมร ลำยอง . 2548. "การศึกษาพืชอาศัยและการเกิดดอกเห็ดของเชื้อราเอกโตมายคอไรซ่าที่กินได้ในประเทศไทย".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สายสมร ลำยอง . "การศึกษาพืชอาศัยและการเกิดดอกเห็ดของเชื้อราเอกโตมายคอไรซ่าที่กินได้ในประเทศไทย."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2548. Print.
สายสมร ลำยอง . การศึกษาพืชอาศัยและการเกิดดอกเห็ดของเชื้อราเอกโตมายคอไรซ่าที่กินได้ในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2548.