ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การหาประสิทธิภาพในการวัดรังสีแกมมาสำหรับตัวอย่างที่มีลักษณะทางเรขาคณิตต่าง ๆ กันโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป ISOCS

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การหาประสิทธิภาพในการวัดรังสีแกมมาสำหรับตัวอย่างที่มีลักษณะทางเรขาคณิตต่าง ๆ กันโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป ISOCS
นักวิจัย : เจตรจันทร์ จันทร์นุ้ย
คำค้น : เรขาคณิต , รังสีแกมมา -- การวัด , สารกัมมันตรังสี , Geometry , Gamma rays -- Measurement , Radioactive substances
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : นเรศร์ จันทน์ขาว , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิศวกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2553
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/31906
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553

งานวิจัยนี้ได้จัดหาโปรแกรมสำเร็จรูป ISOCS (In-Situ Object Counting System) มาใช้เพื่อหาประสิทธิภาพในการวัดรังสีแกมมาแบบเจอร์มาเนียมความบริสุทธิ์สูง สำหรับตัวอย่างที่มีลักษณะทางเรขาคณิตต่างๆ กัน โดยได้เริ่มทำการทดลองวัดรังสีแกมมาพลังงาน 661.7 กิโล-อิเล็กตรอนโวลต์ จากต้นกำเนิดรังสีแกมมามาตรฐานซีเซียม-137 แบบจุดที่มีความแรงรังสี 37 กิโล-เเบคเคอเรล (1 ไมโครคูรี) ซึ่งผ่านการรับรองแล้ว ที่ระยะต่าง ๆ กัน เปรียบเทียบผลกับค่าที่ได้จากโปรแกรมสำเร็จรูป ISOCS ต่อมาได้ทำการวัดรังสีแกมมาพลังงาน 1460.8 กิโลอิเล็กตรอนโวลต์ ของโพแทสเซียม-40 จากตัวอย่างผงโพแทสเซียมคลอไรด์ที่ทราบความแรงรังสีแน่นอนแล้ว โดยบรรจุในภาชนะที่มีลักษณะเรขาคณิตต่างๆ กัน ผลการวิจัยพบว่า เมื่อนำประสิทธิภาพในการวัดรังสีแกมมาจากโปรแกรมสำเร็จรูป ISOCS สำหรับต้นกำเนิดรังสีแกมมาแบบจุด แบบแผ่นกลม แบบทรงกระบอก และแบบภาชนะ Marinelli beaker มาคำนวณหาความแรงรังสีจะมีความคลาดเคลื่อนจากความแรงรังสีจริงในช่วงระหว่างร้อยละ 2-6, 1-3, 3-7 และ 26-28 ตามลำดับ ในขั้นสุดท้ายนำโปรแกรมสำเร็จรูป ISOCS มาใช้คำนวณหาความแรงรังสีจำเพาะของตัวอย่างในสิ่งแวดล้อมรูปทรงกลมและทรงแผ่นกลม (สารมาตรฐานแร่ยูเรเนียม) มีความแตกต่างจากความแรงรังสีจริงอยู่ร้อยละ -10.28 และ +4.95 ตามลำดับ และรูปทรง Rectangular plane (ผนังตึก-1) มีความแรงรังสีจำเพาะของเรเดียม-226 ยูเรเนียม-238 ทอเรียม-232 และโพแทสเซียม-40 เท่ากับ 29.99 ± 6.46 Bq/kg, 13.85 ± 0.37 Bq/kg, 18.53 ± 0.48 Bq/kg และ 196.20 ± 2.56 Bq/kg ตามลำดับ ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าโปรแกรม ISOCS สามารถใช้ในการหาประสิทธิภาพในการวัดรังสีแกมมาได้โดยไม่จำเป็นต้องมีต้นกำเนิดรังสีหรือสารมาตรฐานที่เหมาะสม อย่างไรก็ตามสำหรับตัวอย่างที่มีลักษณะทางเรขาคณิตอื่น ๆ ควรที่จะได้ทำการทดสอบก่อนเพื่อความถูกต้องของผลการวัด

บรรณานุกรม :
เจตรจันทร์ จันทร์นุ้ย . (2553). การหาประสิทธิภาพในการวัดรังสีแกมมาสำหรับตัวอย่างที่มีลักษณะทางเรขาคณิตต่าง ๆ กันโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป ISOCS.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เจตรจันทร์ จันทร์นุ้ย . 2553. "การหาประสิทธิภาพในการวัดรังสีแกมมาสำหรับตัวอย่างที่มีลักษณะทางเรขาคณิตต่าง ๆ กันโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป ISOCS".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เจตรจันทร์ จันทร์นุ้ย . "การหาประสิทธิภาพในการวัดรังสีแกมมาสำหรับตัวอย่างที่มีลักษณะทางเรขาคณิตต่าง ๆ กันโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป ISOCS."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553. Print.
เจตรจันทร์ จันทร์นุ้ย . การหาประสิทธิภาพในการวัดรังสีแกมมาสำหรับตัวอย่างที่มีลักษณะทางเรขาคณิตต่าง ๆ กันโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป ISOCS. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2553.