ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

เอสเทอริฟิเคชันของกรดออกทาโนอิกกับไตรเมทิลอลโพรเพน โดยใช้ H₃PW₁₂O₄₀ ในคาร์บอนไดออกไซด์ภาวะเหนือวิกฤต

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : เอสเทอริฟิเคชันของกรดออกทาโนอิกกับไตรเมทิลอลโพรเพน โดยใช้ H₃PW₁₂O₄₀ ในคาร์บอนไดออกไซด์ภาวะเหนือวิกฤต
นักวิจัย : ศิวพล พิมเสน
คำค้น : น้ำมันหล่อลื่น -- การสังเคราะห์ , เอสเทอริฟิเคชัน , ตัวเร่งปฏิกิริยา , การเร่งปฏิกิริยาวิวิธพันธุ์ , อุตสาหกรรมการหล่อลื่นและสารหล่อลื่น , น้ำมันพืช , ของไหลวิกฤตยิ่งยวด , คาร์บอนไดออกไซด์ , ออกทาโนอิก , ไตรเมทิลอลโพรเพน
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สมเกียรติ งามประเสริฐสิทธิ์ , ชวลิต งามจรัสศรีวิชัย , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิทยาศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2554
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/30763
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554

งานวิจัยนี้ศึกษาเอสเทอริฟิเคชันของกรดออกทาโนอิกกับไตรเมทิลอลโพรเพนโดนใช้ H₃PW₁₂O₄₀ ในคาร์บอนไดออกไซด์ภาวะเหนือวิกฤต โดยศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อค่าการเปลี่ยนไตรเมทิลอลโพรเพน (TMP conversion) และการเลือกเกิด (selectivity) โมโน, ได และไตรเอสเทอร์ โดยพบว่า การลดอัตราส่วนของไตรเมทิลอลโพรเพนกับกรดออกทาโนอิก ทำให้กรดออกทาโนอิกสามารถถูกดูดซับบนผิวตัวเร่งปฏิกิริยาได้ขึ้นลดลงเนื่องจากไตรเมทิลอลโพรเพนไปเกาะที่ตัวเร่งปฏิกิริยาทำให้ค่าการเลือกเกิดไตรเอสเทอร์ลดลง การเพิ่มปริมาณของตัวเร่งปฏิกิริยาทำให้พื้นผิวในการทำปฏิกิริยาสูงขึ้นทำให้การเลือกเกิดไตรเอสเตอร์สูงขึ้น การเพิ่มอุณหภูมิและเวลาในการทำปฏิกิริยาส่งผลทำให้ค่าการเปลี่ยนไตรเมทิลอลโพรเพนและการเลือกเกิดไตรเอสเทอร์สูงขึ้น ส่วนกรดไขมันที่มีสายโซ่สั้นให้การเลือกเกิดไตรเอสเทอร์ ที่สูงกว่ากรดไขมันที่มีสายโซ่ยาวเนื่องจากสามารถแพร่เข้าทำปฏิกิริยาภายในรูพรุนของตัวเร่งปฏิกิริยาได้ดีกว่า อย่างไรก็ตามเมื่อเปรียบเทียบภาวะที่ใช้ในการทำปฏิกิริยาพบว่าภายใต้ภาวะบรรยากาศป้อนแก๊สไนโตรเจน นั้นให้การเลือกเกิดไตรเอสเทอร์สูงกว่าในคาร์บอนไดออกไซด์ภาวะเหนือวิกฤต เนื่องจากการป้อนแก๊สไนโตรเจนเข้าไปในปฏิกิริยาเป็นการไล่น้ำที่เกิดขึ้นออกจากปฏิกิริยา ส่วนปริมาณสารอินทรีย์ที่ถูกดูดซับบนตัวเร่งหลังการทำปฏิกิริยาในคาร์บอนไดออกไซด์ภาวะเหนือวิกฤต นั้นมีปริมาณสารอินทรีย์ที่ถูกดูดซับบนตัวเร่งน้อยกว่าที่ภาวะบรรยากาศป้อนแก๊สไนโตรเจน เนื่องจากคาร์บอนไดออกไซด์ภาวะเหนือวิกฤตมีสมบัติการถ่ายเทความร้อน และถ่ายโอนมวลสารที่ดีกว่าในบรรยากาศป้อนแก๊สไนโตรเจน ภาวะที่เหมาะสมสำหรับปฏิกิริยาเอสเทอิฟิเคชัน คือ อัตราส่วนโดยโมลไตรเมทิลอลโพรเพนต่อกรดออกทาโนอิกเท่ากับ 1:4 อุณหภูมิปฏิกิริยา 150 องศาเซลเซียส ปริมาณตัวเร่งปฏิกิริยา 8 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักของไตรเมทิลอลโพรเพน และเวลาในการทำปฏิกิริยา 8 ชั่วโมง ในภาวะบรรยากาศป้อนแก๊สไนโตรเจน

บรรณานุกรม :
ศิวพล พิมเสน . (2554). เอสเทอริฟิเคชันของกรดออกทาโนอิกกับไตรเมทิลอลโพรเพน โดยใช้ H₃PW₁₂O₄₀ ในคาร์บอนไดออกไซด์ภาวะเหนือวิกฤต.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศิวพล พิมเสน . 2554. "เอสเทอริฟิเคชันของกรดออกทาโนอิกกับไตรเมทิลอลโพรเพน โดยใช้ H₃PW₁₂O₄₀ ในคาร์บอนไดออกไซด์ภาวะเหนือวิกฤต".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศิวพล พิมเสน . "เอสเทอริฟิเคชันของกรดออกทาโนอิกกับไตรเมทิลอลโพรเพน โดยใช้ H₃PW₁₂O₄₀ ในคาร์บอนไดออกไซด์ภาวะเหนือวิกฤต."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554. Print.
ศิวพล พิมเสน . เอสเทอริฟิเคชันของกรดออกทาโนอิกกับไตรเมทิลอลโพรเพน โดยใช้ H₃PW₁₂O₄₀ ในคาร์บอนไดออกไซด์ภาวะเหนือวิกฤต. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2554.