ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลของการเรียนวิทยาศาสตร์โดยใช้กลวิธีเมตาคอคนิชัน ต่อความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาวิทยาศาสตร์ และต่อการพัฒนาเมตาคอคนิชันของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลของการเรียนวิทยาศาสตร์โดยใช้กลวิธีเมตาคอคนิชัน ต่อความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาวิทยาศาสตร์ และต่อการพัฒนาเมตาคอคนิชันของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น
นักวิจัย : พัทธ ทองต้น, 2518-
คำค้น : เมตาคอคนิชัน , วิทยาศาสตร์--การศึกษาและการสอน , นักเรียนมัธยมศึกษา
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : พิมพันธ์ เดชะคุปต์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : 9741797427 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/275
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2545

ศึกษาความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาวิทยาศาสตร์ และการพัฒนาเมตาคอคนิชันของนักเรียน ที่เรียนวิทยาศาสตร์โดยใช้กลวิธีเมตาคอคนิชัน และเพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น ระหว่างกลุ่มที่เรียนวิทยาศาสตร์โดยใช้กลวิธีเมตาคอคนิชัน และกลุ่มที่เรียนวิทยาศาสตร์แบบปกติ ตัวอย่างประชากรคือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม แบ่งเป็น 2 กลุ่มๆ ละ 30 คน กลุ่มหนึ่งเป็นกลุ่มทดลอง ที่เรียนวิทยาศาสตร์โดยใช้กลวิธีเมตาคอคนิชัน อีกกลุ่มหนึ่งเป็นกลุ่มควบคุมที่เรียนวิทยาศาสตร์แบบปกติ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ 1) แบบสอบความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาวิทยาศาสตร์ ซึ่งมีค่าความเที่ยง 0.85 ค่าความยากอยู่ในระดับ 0.34-0.63 และค่าอำนาจจำแนกอยู่ในระดับ 0.20-0.33 2) แบบวัดเมตาคอคนิชัน ที่มีความตรงเชิงเนื้อหา วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ ค่ามัชฌิมเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่ามัชฌิมเลขคณิตร้อยละ และสถิติทดสอบค่าที (t-test) ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. นักเรียนที่เรียนวิชาวิทยาศาสตร์โดยใช้กลวิธีเมตาคอคนิชัน มีความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาวิทยาศาสตร์หลังการเรียน สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด คือ สูงกว่า 60% 2. นักเรียนที่เรียนวิชาวิทยาศาสตร์ โดยใช้กลวิธีเมตาคอคนิชัน มีความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาวิทยาศาสตร์ สูงกว่านักเรียนที่เรียนวิทยาศาสตร์แบบปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 3. นักเรียนที่เรียนวิชาวิทยาศาสตร์โดยใช้กลวิธีเมตาคอคนิชัน มีการพัฒนาเมตาคอคนิชัน โดยมีเมตาคอคนิชันหลังการเรียน สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05

บรรณานุกรม :
พัทธ ทองต้น, 2518- . (2545). ผลของการเรียนวิทยาศาสตร์โดยใช้กลวิธีเมตาคอคนิชัน ต่อความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาวิทยาศาสตร์ และต่อการพัฒนาเมตาคอคนิชันของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พัทธ ทองต้น, 2518- . 2545. "ผลของการเรียนวิทยาศาสตร์โดยใช้กลวิธีเมตาคอคนิชัน ต่อความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาวิทยาศาสตร์ และต่อการพัฒนาเมตาคอคนิชันของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พัทธ ทองต้น, 2518- . "ผลของการเรียนวิทยาศาสตร์โดยใช้กลวิธีเมตาคอคนิชัน ต่อความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาวิทยาศาสตร์ และต่อการพัฒนาเมตาคอคนิชันของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2545. Print.
พัทธ ทองต้น, 2518- . ผลของการเรียนวิทยาศาสตร์โดยใช้กลวิธีเมตาคอคนิชัน ต่อความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาวิทยาศาสตร์ และต่อการพัฒนาเมตาคอคนิชันของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2545.