ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

อัตราผลตอบแทนในการลงทุนทางการศึกษาจากการรับรู้ ของบัณฑิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และการตัดสินใจเรียนต่อระดับบัณฑิตศึกษา

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : อัตราผลตอบแทนในการลงทุนทางการศึกษาจากการรับรู้ ของบัณฑิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และการตัดสินใจเรียนต่อระดับบัณฑิตศึกษา
นักวิจัย : ปนัดดา บุญชัด
คำค้น : การศึกษา--แง่เศรษฐกิจ , อัตราผลตอบแทน , การศึกษาขั้นอุดมศึกษา--แง่เศรษฐกิจ , การรับรู้
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : พิษเณศ เจษฎาฉัตร , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะเศรษฐศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2544
อ้างอิง : 9741705697 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/148
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2544

ศึกษาค่าใช้จ่ายและผลตอบแทนในการศึกษาต่อระดับปริญญาโท จากการรับรู้ของบัณฑิต และเพื่อคำนวณอัตราผลตอบแทนจากการรับรู้ รวมทั้งเพื่อศึกษาอิทธิพลของอัตราผลตอบแทนจากการรับรู้และปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อการตัดสินใจศึกษาต่อระดับปริญญาโท ของบัณฑิตเศรษฐศาสตร์และบัณฑิตอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งจบการศึกษาในปีการศึกษา 2543 อัตราผลตอบแทนจากการรับรู้ในวิทยานิพนธ์ฉบับนี้คำนวณโดย Elaborate Method และ Short-cut Method หลังจากนั้นจึงนำอัตราผลตอบแทนที่ได้ รวมทั้งปัจจัยอื่นๆ ได้แก่ อายุ เพศ เกรดเฉลี่ย ลักษณะงานและประเภทของหน่วยงานที่สนใจ ลักษณะทางเศรษฐกิจและสังคมของครอบครัว จำนวนพี่น้อง ลำดับที่พี่น้อง และแหล่งเงินทุนที่ใช้ในการศึกษา มาใช้ในการวิเคราะห์ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจศึกษาต่อระดับปริญญาโท ผลการคำนวณอัตราผลตอบแทนจากการรับรู้โดย Elaborate Method พบว่า เมื่อพิจารณาจากบัณฑิตทั้ง 2 คณะรวมกัน อัตราผลตอบแทนจากการรับรู้เท่ากับ 25.91% แต่เมื่อพิจารณาแยกคณะพบว่า บัณฑิตเศรษฐศาสตร์มีอัตราผลตอบแทนจากการรับรู้เท่ากับ 21.83% และบัณฑิตอักษรศาสตร์มีอัตราผลตอบแทนจากการรับรู้เท่ากับ 27.69% และเมื่อคำนวณอัตราผลตอบแทนจากการรับรู้โดย Short-cut Method พบว่ามีค่าเท่ากับ 21.13%, 24.90% และ 19.48% ตามลำดับ ผลจากการศึกษาแบบจำลองโลจิต (Logit Model) พบว่า อัตราผลตอบแทนที่คำนวณทั้ง 2 วิธี ไม่มีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ต่อการตัดสินใจศึกษาต่อของบัณฑิตเศรษฐศาสตร์และบัณฑิตอักษรศาสตร์ ไม่ว่าจะพิจารณาบัณฑิตทั้ง 2 คณะรวมกันหรือพิจารณาแยกคณะก็ตาม ปัจจัยที่มีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ต่อการตัดสินใจศึกษาต่อของบัณฑิตทั้ง 2 คณะรวมกัน ได้แก่ อายุ เกรดเฉลี่ย ลักษณะและประเภทของงานเอกชน ลักษณะทางเศรษฐกิจและสังคมของครอบครัว จำนวนพี่น้อง ลำดับที่พี่น้อง และแหล่งเงินทุนที่ใช้ในการศึกษา ส่วนตัวแปรอื่นๆ ไม่มีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อแยกคณะพบว่า ปัจจัยที่มีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ต่อการตัดสินใจศึกษาต่อของบัณฑิตเศรษฐศาสตร์ ได้แก่ ลักษณะทางเศรษฐกิจและสังคมของครอบครัว ส่วนปัจจัยอื่นๆ ไม่มีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ สำหรับปัจจัยที่มีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ต่อการตัดสินใจศึกษาต่อของบัณฑิตอักษรศาสตร์ ได้แก่ อายุ เกรดเฉลี่ย ลักษณะและประเภทของงานเอกชน ลักษณะทางเศรษฐกิจและสังคมของครอบครัว จำนวนพี่น้อง ลำดับที่พี่น้อง และแหล่งเงินทุนที่ใช้ในการศึกษา ส่วนปัจจัยอื่นๆ ไม่มีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญ และจากการทดสอบความแตกต่างในการตัดสินใจศึกษาต่อ

บรรณานุกรม :
ปนัดดา บุญชัด . (2544). อัตราผลตอบแทนในการลงทุนทางการศึกษาจากการรับรู้ ของบัณฑิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และการตัดสินใจเรียนต่อระดับบัณฑิตศึกษา.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปนัดดา บุญชัด . 2544. "อัตราผลตอบแทนในการลงทุนทางการศึกษาจากการรับรู้ ของบัณฑิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และการตัดสินใจเรียนต่อระดับบัณฑิตศึกษา".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปนัดดา บุญชัด . "อัตราผลตอบแทนในการลงทุนทางการศึกษาจากการรับรู้ ของบัณฑิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และการตัดสินใจเรียนต่อระดับบัณฑิตศึกษา."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2544. Print.
ปนัดดา บุญชัด . อัตราผลตอบแทนในการลงทุนทางการศึกษาจากการรับรู้ ของบัณฑิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และการตัดสินใจเรียนต่อระดับบัณฑิตศึกษา. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2544.