ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การจำลองการแตกหักของส่วนหัวและส่วนปลายของกระดูกต้นขาและกระดูกต้นแขนที่เกิดจากอุบัติเหตุ

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การจำลองการแตกหักของส่วนหัวและส่วนปลายของกระดูกต้นขาและกระดูกต้นแขนที่เกิดจากอุบัติเหตุ
นักวิจัย : นพชณรรจน์ โลหรัตน์
คำค้น : กระดูก – โรค -- การป้องกันและควบคุม , กระดูกพรุน , กระดูกหัก
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ธันวา ตันสถิตย์ , ยุทธนา กุลวิทิต , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิศวกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2554
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/30430
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554

ปัญหากระดูกพรุนหรือกระดูกโปร่งบาง (Osteoporosis) เป็นภาวะที่อาจพบได้ในทุกคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในหญิงวัยหมดประจำเดือนและผู้สูงอายุ โรคกระดูกพรุนเป็นปัญหาหนึ่งของผู้สูงอายุเพราะเมื่อเกิดขึ้นแล้วย่อมมีปัญหาซับซ้อนตามมา ซึ่งโดยปกติแล้วร่างกายมนุษย์มีทั้งการสร้างและการทำลายเนื้อกระดูกไปพร้อมกันตลอดเวลาอย่างสมดุลและข้อมูลที่น่าสนใจ คือ อัตราผู้เสียชีวิตจากกระดูกหักจากภาวะกระดูกพรุนสูงกว่าอัตราผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งปากมดลูก มะเร็งมดลูกและเต้านมรวมกัน โดยการศึกษานี้จะใช้กระดูกต้นขาและกระดูกต้นแขนของอาจารย์ใหญ่ อย่างละ 60 ข้าง อายุเฉลี่ย 76.6 ±9.3ปี แล้วทำการกดจุดเพื่อวัดค่าความแข็งของแต่ละตำแหน่งนั้น จะพบว่า ค่าความแข็งของกระดูกต้นขาส่วนหัวในช่วงการวัดตำแหน่งที่ 5, 6, 7, 8ซึ่งเป็นบริเวณส่วนคอของกระดูก จะมีค่าเฉลี่ยของค่าความแข็งในแบบระนาบมากที่สุด เท่ากับ 28.8±13.5 นิวตัน/ตร.มม.เพราะบริเวณดังกล่าวเป็นช่วงที่มีการรับน้ำหนักร่างกายมากที่สุด จึงทำให้มีความแข็งแรงมากกว่าบริเวณอื่น และในตำแหน่งที่ 9, 10, 11, 12ซึ่งเป็นบริเวณส่วนหัวของกระดูกนั้นจะมีค่าเฉลี่ยค่าความแข็งในแบบระนาบน้อยที่สุด เท่ากับ 20.8±10.1นิวตัน/ตร.มม. เป็นบริเวณที่มีความอ่อนนุ่มมาก เพราะเป็นช่วงที่ต้องมีการสัมผัสและเข้าไปอยู่ในส่วนของเบ้าของกระดูกสะโพกจึงทำให้มีความอ่อนนุ่มเพื่อลดการเสียดสีและรับกับรูปเบ้าของกระดูกสะโพกได้ ส่วนค่าความแข็งของกระดูกต้นแขนส่วนหัวในช่วงการวัด จะได้ว่า ในตำแหน่งที่ 1, 2, 3, 4 ซึ่งเป็นบริเวณส่วนฐานคอของกระดูกนั้น จะมีค่าเฉลี่ยของค่าความแข็งในแบบระนาบมากที่สุด เท่ากับ 25.3±11.9 นิวตัน/ตร.มม.เป็นเพราะบริเวณดังกล่าวเป็นช่วงที่มีการรับน้ำหนักร่างกายมากที่สุด จึงทำให้บริเวณดังกล่าวมีความแข็งแรงมากกว่าบริเวณอื่น และในตำแหน่งที่ 5, 6, 7, 8เป็นบริเวณส่วนคอของกระดูกนั้นจะมีค่าเฉลี่ยของค่าความแข็งในแบบระนาบน้อยที่สุด เท่ากับ 18.3±9.7นิวตัน/ตร.มม.เป็นบริเวณที่มีความอ่อนนุ่มมาก เพราะเป็นช่วงที่ต้องมีการสัมผัสและเข้าไปอยู่ในส่วนเบ้าของกระดูกหัวไหล่จึงทำให้บริเวณดังกล่าวมีความอ่อนนุ่มเพื่อลดการเสียดสีและรับกับรูปเบ้าของกระดูกหัวไหล่ได้ ซึ่งข้อมูลในงานวิจัยนี้จะช่วยแนะแนวทางแก่ศัลยแพทย์ ในการรักษา ป้องกันและลดปัญหาต่างๆก่อนที่กระดูกจะเกิดการแตกหักได้ และอาจเป็นข้อมูลพื้นฐานช่วยเสริมในงานทางด้าน Finite Element เพื่อลดโอกาสที่จะเกิดความผิดพลาดในการสร้างข้อมูลที่ไม่ได้มาจากกระดูกต้นขาและกระดูกต้นแขนได้

บรรณานุกรม :
นพชณรรจน์ โลหรัตน์ . (2554). การจำลองการแตกหักของส่วนหัวและส่วนปลายของกระดูกต้นขาและกระดูกต้นแขนที่เกิดจากอุบัติเหตุ.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นพชณรรจน์ โลหรัตน์ . 2554. "การจำลองการแตกหักของส่วนหัวและส่วนปลายของกระดูกต้นขาและกระดูกต้นแขนที่เกิดจากอุบัติเหตุ".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นพชณรรจน์ โลหรัตน์ . "การจำลองการแตกหักของส่วนหัวและส่วนปลายของกระดูกต้นขาและกระดูกต้นแขนที่เกิดจากอุบัติเหตุ."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554. Print.
นพชณรรจน์ โลหรัตน์ . การจำลองการแตกหักของส่วนหัวและส่วนปลายของกระดูกต้นขาและกระดูกต้นแขนที่เกิดจากอุบัติเหตุ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2554.