ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การสื่อสารผ่านบทเพลงของคริสต์ศาสนานิกายโปรเตสแตนต์ในประเทศไทย

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การสื่อสารผ่านบทเพลงของคริสต์ศาสนานิกายโปรเตสแตนต์ในประเทศไทย
นักวิจัย : ฐาปกรณ์ กระแสทิพย์
คำค้น : คริสต์ศาสนา -- ไทย , การโน้มน้าวใจ , เพลง , Christianity -- Thailand , Persuasion (Psychology) , Songs
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : กิตติ กันภัย , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะนิเทศศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2554
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/32579
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (นศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554

งานวิจัยชิ้นนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์เนื้อหาและดนตรีเพลงคริสเตียนนิกายโปรเตสแตนต์ในประเทศไทย และ เพื่อศึกษาการใช้เพลงในกิจกรรมทางศาสนาของคริสต์ศาสนานิกายโปรเตสแตนต์.ในประเทศไทย นอกจากนี้ยังเพื่อวิเคราะห์ผลของเพลงคริสเตียนที่ในการนมัสการของคริสตจักรโปรเตสแตนต์ในประเทศไทยที่มีผลต่อคริสเตียนเป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้เครื่องมือในการเก็บข้อมูลคือ การวิเคราะห์เนื้อหาเพลงที่ใช้ในคริสตจักรกลุ่มตัวอย่างการสัมภาษณ์แบบเจาะลึกผู้นำการนมัสการและนักดนตรีคริสตจักรและผู้ประพันธ์เพลงทั้งสิ้น 27 คน และคริสเตียนนิกายโปรเตสแตนต์ทั้งสิ้น 40 คน และสังเกตการณ์แบบมีส่วนร่วมคริสตจักรนิกายโปรเตสแตนต์ทั้งสิ้น 7 แห่ง ผลการศึกษาพบว่า เพลงคริสเตียนนิกายโปรเตสแตนต์ในประเทศไทยเป็นสื่อเสียงที่เป็นการสื่อสารเชิงอารมณ์กับผู้รับสาร ประกอบด้วยองค์ประกอบ 2 ส่วนคือ ส่วนเนื้อหา และ ส่วนองค์ประกอบของดนตรี ส่วนเนื้อหาประกอบด้วย เนื้อหาที่ถ่ายทอดความเชื่อและคำสอนของคริสต์ศาสนา กับ เนื้อหาที่ถ่ายทอดความคิดและความรู้สึกที่มีต่อพระเจ้า ส่วนองค์ประกอบของดนตรี พบแนวเพลงที่นิยมใช้ในประเทศไทย 2 ประเภทคือ เพลงฮิมน์ และ เพลงนมัสการร่วมสมัย มีความแตกต่างกันจากปัจจัยด้าน ยุคสมัยที่มีอิทธิพลต่อเพลง ความเร็วของจังหวะดนตรี รูปแบบการประพันธ์ และเครื่องดนตรีที่ใช้บรรเลง องค์ประกอบทั้ง 2 ส่วนของเพลง ผลการศึกษาพบว่า การสื่อสารผ่านเพลงคริสเตียนโดยคริสตจักรนิกายโปรเตสแตนต์เป็นการสื่อสารแบบมุ่งเป้าหมาย ที่มีจุดประสงค์สำคัญ 4 อย่าง คือ เป็นสัญลักษณ์ในการสื่อสารเชิงจิตวิญญาณกับพระเจ้า ใช้ถ่ายทอดและอบรมบ่มเพาะความเชื่อและคำสอนของคริสต์ศาสนา ใช้รวมกลุ่มคนและสร้างบรรยากาศในพิธีนมัสการ และ ใช้เน้นย้ำความหมายและความสำคัญของขั้นตอนในพิธีนมัสการ เป็นการสร้างและเสริมศรัทธาในหมู่สมาชิกคริสตจักรเพื่อให้คริสตจักรมีความเข็มแข็งและสามารถดำรงสืบทอดต่อไปได้ ส่วนรูปแบบการนำเพลงคริสเตียนมาใช้ในพิธีนมัสการนั้นมีความหลากหลาย ซึ่งมีปัจจัยสำคัญมาจากความนิยมของผู้นำคริสตจักรและการปรับใช้เพลงให้เข้ากับลักษณะของสมาชิกคริสตจักรแต่ละแห่ง ผลการศึกษาพบว่า เพลงคริสเตียนมีผลต่อผู้ฟังใน 2 ระดับ คือ ระดับปัจเจกบุคคลและระดับองค์กรคริสตจักร ระดับปัจเจกบุคคล มีผล 3 ด้าน คือ ด้านอารมณ์ความรู้สึก ด้านความรู้ความคิด และด้านพฤติกรรม ระดับองค์กรคริสตจักร มีผลด้านการสร้างเวทีการรวมกลุ่ม การสร้างความมีส่วนร่วม และการทำให้เกิดการแบ่งปันประสบการณ์เพื่อเสริมสร้างศรัทธาซึ่งกันและกัน

บรรณานุกรม :
ฐาปกรณ์ กระแสทิพย์ . (2554). การสื่อสารผ่านบทเพลงของคริสต์ศาสนานิกายโปรเตสแตนต์ในประเทศไทย.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ฐาปกรณ์ กระแสทิพย์ . 2554. "การสื่อสารผ่านบทเพลงของคริสต์ศาสนานิกายโปรเตสแตนต์ในประเทศไทย".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ฐาปกรณ์ กระแสทิพย์ . "การสื่อสารผ่านบทเพลงของคริสต์ศาสนานิกายโปรเตสแตนต์ในประเทศไทย."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554. Print.
ฐาปกรณ์ กระแสทิพย์ . การสื่อสารผ่านบทเพลงของคริสต์ศาสนานิกายโปรเตสแตนต์ในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2554.