ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาปัญหาการใช้พื้นที่เก็บของในห้องชุด : กรณีศึกษาโครงการ ลุมพินีเพลส นาราธิวาส-เจ้าพระยา และ โครงการ ดิแอดเดรส สยาม

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาปัญหาการใช้พื้นที่เก็บของในห้องชุด : กรณีศึกษาโครงการ ลุมพินีเพลส นาราธิวาส-เจ้าพระยา และ โครงการ ดิแอดเดรส สยาม
นักวิจัย : วรยุทธ ช่อมงคลชัย
คำค้น : ห้องชุด , โครงการ ลุมพินีเพลส นาราธิวาส-เจ้าพระยา , โครงการ ดิแอดเดรส สยาม
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : มานพ พงศทัต , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2554
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/27498
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (คพ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554

จากกลุ่มประชากร 318 คน กลุ่มประชากรส่วนใหญ่ประสบปัญหาไม่มีพื้นที่เก็บของ 204 คน คิดเป็นร้อยละ 64.2 และรองลงมาคือไม่มีปัญหาเรื่องพื้นที่เก็บของ 114 คน คิดเป็นร้อยละ 35.8 ตามลำดับ กลุ่มประชากรส่วนใหญ่ประสบปัญหาไม่มีพื้นที่เก็บของ 204 คน ไม่ต้องการที่จะเช่าพื้นที่เก็บของ 139 คน คิดเป็นร้อยละ 68.14 และรองลงมาคือต้องการที่จะเช่าพื้นที่เก็บของ 65 คน คิดเป็นร้อยละ 31.86 ตามลำดับ หรือ คิดเป็นร้อยละ 20.44 ของประชากรทั้งหมด กลุ่มประชากรที่มีขนาดห้องชุด 61 – 70 ตร.ม. มีปัญหาไม่มีพื้นที่เก็บของมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 79.0จากการวิจัยที่ได้ทำให้ได้ผลต่างจากที่ตั้งเอาไว้คือ ขนาดห้องชุด 31– 40 ตร.ม. มีปัญหาไม่มีพื้นที่เก็บของรองลงมา คิดเป็นร้อยละ 65.1 แสดงให้เห็นว่ากลุ่มผู้ที่อาศัยอยู่จริงมีปัญหาไม่มีพื้นที่เก็บของไม่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่ได้ตั้งเอาไว้ เจ้าของห้องชุดขนาด 41 – 50 ตร.ม. มีความต้องการที่จะเช่าพื้นที่เก็บของมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 36.4 รองลงมาคือห้องชุดขนาด 61 – 70 ตร.ม.คิดเป็นร้อยละ 34.7 โดยกลุ่มเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้คือ ขนาดห้องชุด 31– 40 ตร.ม. มีความต้องการที่จะเช่าพื้นที่เก็บของ คิดเป็นร้อยละ 31.7 แสดงให้เห็นว่ากลุ่มผู้ที่อาศัยอยู่จริงมีความต้องการที่จะเช่าพื้นที่เก็บของไม่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่ได้ตั้งเอาไว้ ต้องการจะเช่าพื้นที่เก็บของส่วนใหญ่เมื่อเริ่มต้นเข้าอยู่อาศัยจนถึง 6 เดือนจะมีความต้องการพื้นที่เก็บของ 1-5 ตร.ม. มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 57.1 แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไปความต้องการพื้นที่เก็บของมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น คือ ระยะเวลา 6 เดือน-1 ปี, 1-2 ปี, 2-3 ปี และ3-4 ปี มีความต้องการพื้นที่เก็บของ 5-10 ตร.ม. และ10-15 ตร.ม. มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 63.6, 60.0, 46.2 และ 36.4 ตามลำดับ ดังนั้นขนาดพื้นที่เก็บของที่ต้องการเช่าแปรผันตามระยะเวลาที่เข้าพักอาศัยซึ่งตรงกับสมมติฐานที่ตั้งไว้ ต้องการระยะทางระหว่างที่อยู่และพื้นที่เก็บของน้อยกว่า 1 กม. มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 57.1 ต้องการช่วงระยะเวลาที่จะเก็บของ 1 ปี มากที่สุด ราคาค่าเช่าพื้นที่เก็บของน้อยกว่า 1,500 บาท/เดือนมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 71.4 ข้อเสนอแนะสำหรับผู้อยู่อาศัย มีวิธีการแก้ไขปัญหาโดย เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่สามารถเก็บของได้มากๆ คิดเป็นร้อยละ 49.0 และรองลงมาแก้ไขปัญหาโดยลดปริมาณการเก็บสะสมสิ่งของ คิดเป็นร้อยละ 33.8 ตามลำดับ ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไปควรจะมีการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโครงการห้องเก็บของให้เช่าแบบ City Storage ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ประกอบการ สามารถพัฒนาโครงการให้ตอบสนองความต้องการของผู้อยู่อาศัยในห้องชุดได้อย่างเหมาะสม และเพื่อเป็นการเพิ่มคุณภาพชีวิตในการอยู่อาศัยต่อไป

บรรณานุกรม :
วรยุทธ ช่อมงคลชัย . (2554). การศึกษาปัญหาการใช้พื้นที่เก็บของในห้องชุด : กรณีศึกษาโครงการ ลุมพินีเพลส นาราธิวาส-เจ้าพระยา และ โครงการ ดิแอดเดรส สยาม.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วรยุทธ ช่อมงคลชัย . 2554. "การศึกษาปัญหาการใช้พื้นที่เก็บของในห้องชุด : กรณีศึกษาโครงการ ลุมพินีเพลส นาราธิวาส-เจ้าพระยา และ โครงการ ดิแอดเดรส สยาม".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วรยุทธ ช่อมงคลชัย . "การศึกษาปัญหาการใช้พื้นที่เก็บของในห้องชุด : กรณีศึกษาโครงการ ลุมพินีเพลส นาราธิวาส-เจ้าพระยา และ โครงการ ดิแอดเดรส สยาม."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554. Print.
วรยุทธ ช่อมงคลชัย . การศึกษาปัญหาการใช้พื้นที่เก็บของในห้องชุด : กรณีศึกษาโครงการ ลุมพินีเพลส นาราธิวาส-เจ้าพระยา และ โครงการ ดิแอดเดรส สยาม. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2554.