ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ชีวภูมิอากาศวิทยาและการเคลื่อนย้ายมวลชีวภาพของกล้าไม้วงศ์ยางบางชนิดในป่าเต็งรัง จังหวัดเชียงใหม่

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ชีวภูมิอากาศวิทยาและการเคลื่อนย้ายมวลชีวภาพของกล้าไม้วงศ์ยางบางชนิดในป่าเต็งรัง จังหวัดเชียงใหม่
นักวิจัย : เยาวลักษณ์ วงศ์สิงห์
คำค้น : กล้าไม้ป่า , ป่าเต็งรัง -- ไทย -- เชียงใหม่ , ป่าผลัดใบ -- ไทย -- เชียงใหม่ , ชีวมวลป่าไม้ -- ไทย -- เชียงใหม่
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : พิพัฒน์ พัฒนผลไพบูลย์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิทยาศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2554
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/26063
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554

ศึกษาชีวภูมิอากาศวิทยา (Phenology) และการเคลื่อนย้ายมวลชีวภาพ (Biomass alllocation) ของกล้าไม้วงศ์ยาง 3 ชนิด คือ พลวง (Dipterocarpus tuberculatus Roxb.) เหียง (D. obtusifolius Teijsm. ex Miq.) และเต็ง (Shorea obtusa Wall. ex Blume) จากแปลงศึกษาถาวรในป่าเต็งรังที่ความสูง 800 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง บริเวณสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ จังหวัดเชียงใหม่ แบ่งกล้าไม้เป็น 3 ขนาด โดยใช้ความสูงเป็นเกณฑ์ดังนี้ กล้าไม้ขนาดเล็กสูง 16-35 ซม. กล้าไม้ขนาดกลางสูง 36-75 ซม. และกล้าไม้ขนาดใหญ่สูง 76-130 ซม. ศึกษาชีวภูมิอากาศวิทยาโดยวัดความสูง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้นที่ระดับพื้นดิน ขนาดใบ และนับจำนวนใบพร้อมทั้งบันทึกการเปลี่ยนสีใบทุกเดือน ตั้งแต่เดือนเมษายน 2553 ถึงเดือนกรกฎาคม 2554 ผลการศึกษาพบว่ากล้าไม้พลวง เหียงและเต็งผลิใบใหม่ในเดือนพฤษภาคมและสีของใบเริ่มเปลี่ยนหลังจากเข้าสู่ฤดูแล้ง 2 เดือน โดยใบของกล้าไม้พลวงและเต็งเปลี่ยนสีในเดือนมกราคม และกล้าไม้เหียงเปลี่ยนสีในเดือนกุมภาพันธ์ กล้าไม้เหียงมีอายุใบมากที่สุดคือ 13 เดือน รองมาคือพลวงและเต็ง ซึ่งมีอายุใบเท่ากันคือ 9 เดือน จำนวนใบผลิใหม่และหลุดร่วงของกล้าไม้พลวงและเต็งในฤดูแล้ง (พ.ย.- เม.ย.) แตกต่างจากฤดูฝน (พ.ค.-ต.ค) แต่ไม่แตกต่างสำหรับกล้าไม้เหียง จำนวนใบผลิใหม่มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับความชื้นในดินแต่มีความสัมพันธ์เชิงลบกับอุณหภูมิอากาศสูงสุด ศึกษาการเคลื่อนย้ายมวลชีวภาพระหว่างใบ ลำต้น และราก ช่วงฤดูฝนซึ่งเป็นช่วงที่ใบเจริญเติบโตเต็มที่ ผลการศึกษาพบว่าน้ำหนักรากมีค่ามากกว่าน้ำหนักส่วนเหนือดินในทุกชนิดและทุกขนาด เมื่อเปรียบเทียบสัดส่วนใบ ลำต้น และรากของกล้าไม้ชนิดเดียวกันในแต่ละขนาด รวมทั้งจากการพิจารณาอัตราส่วนระหว่างส่วนที่สามารถสังเคราะห์ด้วยแสงต่อส่วนที่ไม่สามารถสังเคราะห์ด้วยแสงพบว่ากล้าไม้พลวงและเต็งมีสัดส่วนแตกต่างกันตามขนาดกล้าไม้ แต่กล้าไม้เหียงทุกขนาดมีอัตราส่วนดังกล่าวไม่แตกต่างกันค่าอัตราส่วนของส่วนมวลชีวภาพเหนือดินและใต้ดินที่มีค่าน้อยกว่า 1.0 ชี้ให้เห็นว่ากล้าไม้ทุกชนิดและทุกขนาดสะสมมวลชีวภาพส่วนรากเป็นปริมาณมาก เมื่อเปรียบเทียบรูปแบบการเคลื่อนย้ายมวลชีวภาพระหว่างชนิด พบว่า รูปแบบการเคลื่อนย้ายมวลชีวภาพของกล้าไม้ขนาดเล็กแตกต่างน้อยกว่ากล้าไม้ขนาดใหญ่ จากการศึกษาสรุปได้ว่า ชีวภูมิอากาศวิทยาของกล้าไม้วงศ์ยางในป่าเต็งรังมีการเปลี่ยนแปลงระหว่างฤดูกาลอย่างชัดเจน เนื่องจากปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกันได้แก่ ความชื้นในดิน และอุณหภูมิอากาศซึ่งกล้าไม้แต่ละชนิดมีรูปแบบการเคลื่อนย้ายมวลชีวภาพแตกต่างกัน ความแตกต่างนี้จะมากขึ้นตามขนาดของกล้าไม้

บรรณานุกรม :
เยาวลักษณ์ วงศ์สิงห์ . (2554). ชีวภูมิอากาศวิทยาและการเคลื่อนย้ายมวลชีวภาพของกล้าไม้วงศ์ยางบางชนิดในป่าเต็งรัง จังหวัดเชียงใหม่.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เยาวลักษณ์ วงศ์สิงห์ . 2554. "ชีวภูมิอากาศวิทยาและการเคลื่อนย้ายมวลชีวภาพของกล้าไม้วงศ์ยางบางชนิดในป่าเต็งรัง จังหวัดเชียงใหม่".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เยาวลักษณ์ วงศ์สิงห์ . "ชีวภูมิอากาศวิทยาและการเคลื่อนย้ายมวลชีวภาพของกล้าไม้วงศ์ยางบางชนิดในป่าเต็งรัง จังหวัดเชียงใหม่."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554. Print.
เยาวลักษณ์ วงศ์สิงห์ . ชีวภูมิอากาศวิทยาและการเคลื่อนย้ายมวลชีวภาพของกล้าไม้วงศ์ยางบางชนิดในป่าเต็งรัง จังหวัดเชียงใหม่. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2554.