ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การเปรียบเทียบการคิดแบบอนุรักษ์ตามทฤษฎีเพียเจท์ของเด็กไทย ต่างระดับอายุและสถานภาพทางเศรษฐกิจและสังคม

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การเปรียบเทียบการคิดแบบอนุรักษ์ตามทฤษฎีเพียเจท์ของเด็กไทย ต่างระดับอายุและสถานภาพทางเศรษฐกิจและสังคม
นักวิจัย : สมหมาย เที่ยงพูนวงศ์
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : พรรณทิพย์ ศิริวรรณบุศย์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2525
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/25949
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2525

การวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายที่จะศึกษาความสามารถในการคิดแบบอนุรักษ์ตามทฤษฎีเพียเจท์ในเด็กต่างระดับอายุและสถานภาพทางเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย นักเรียนระดับอายุ 7 – 8 ปี 9 - 10 ปี และ 11 - 12 ปี ที่มีสถานภาพทางเศรษฐกิจและสังคมต่างกัน กำลังเรียนอยู่ชั้นประถมปีที่ 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ปีการศึกษา 2523 ของโรงเรียนสามัญราชวินิต โดยสุ่มตัวอย่างนักเรียนชายและนักเรียนหญิง จำนวนเท่ากัน สถานภาพละ 16 คนในแต่ระดับอายุ รวมเป็นกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 96 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นเครื่องมือการทดสอบการคิดแบบอนุรักษ์ด้านความยาว พื้นที่ และปริมาตร ตามทฤษฎีเพียเจท์ใช้วิธีการทดสอบเป็นรายบุคคล ในการวิเคราะห์ข้อมูลใช้วิธีการคำนวณค่าร้อยละ การวิเคราะห์ความแปรปรวนสองทาง การเปรียบเทียบค่ามัชฌิมเลขคณิตเป็นรายคู่ตามวิธีของ นิวแมน คูลส์และวิเคราะห์แนวโน้มของพัฒนาการทางการคิดแบบอนุรักษ์แต่ละด้านตามระดับอายุที่เพิ่มขึ้น ผลการวิจัยพบว่า 1. เด็กทั้ง 2 สถานภาพมีมโนทัศน์ทางการคิดแบบอนุรักษ์ด้านความยาวและพื้นที่ที่ระดับอายุ 11 -12 ปี ส่วนมโนทัศน์ทางด้านปริมาตรนั้น พบในระดับอายุ 11 - 12 ปี เฉพาะเด็กที่มีสถานภาพทางเศรษฐกิจและสังคมสูง 2. จากการวิเคราะห์แนวโน้มพบความสัมพันธ์เชิงเส้นตรงของพัฒนาการทางการคิดแบบอนุรักษ์ด้านความยาว ด้านพื้นที่ และด้านปริมาตรตามระดับอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 จากการทดสอบความแตกต่างเป็นรายคู่ของคะแนนการคิดแบบอนุรักษ์ในแต่ละด้านได้ผลดังนี้ 2.1 ด้านความยาว พบความแตกต่าง 2 คู่คือ ระดับอายุ 7 – 8 ปี กับ 11 – 12 ปี และ 9 – 10 ปี และ 11 -12 ปี โดยแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 2.2 ด้านพื้นที่ พบความแตกต่าง 2 คู่คือ ระดับอายุ 7 – 8 ปี 11 – 12 ปี และ 9 – 10 ปี กับ 11 – 12 ปี โดยแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสิติที่ระดับ .01 2.3 ด้านปริมาตร พบความแตกต่างเพียงคู่เดียวคือ ระดับอายุ 7 – 8 ปี กับ 11 – 12 ปี โดยแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 3. เด็กที่มีสถานภาพทางเศรษฐกิจและสังคมสูงได้คะแนนการคิดแบบอนุรักษ์แต่ละด้านคือ ด้านความยาว ด้านพื้นที่ และด้านปริมาตร สูงกว่าเด็กที่มีสถานภาพทางเศรษฐกิจและสังคมต่ำกว่า และแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

บรรณานุกรม :
สมหมาย เที่ยงพูนวงศ์ . (2525). การเปรียบเทียบการคิดแบบอนุรักษ์ตามทฤษฎีเพียเจท์ของเด็กไทย ต่างระดับอายุและสถานภาพทางเศรษฐกิจและสังคม.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สมหมาย เที่ยงพูนวงศ์ . 2525. "การเปรียบเทียบการคิดแบบอนุรักษ์ตามทฤษฎีเพียเจท์ของเด็กไทย ต่างระดับอายุและสถานภาพทางเศรษฐกิจและสังคม".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สมหมาย เที่ยงพูนวงศ์ . "การเปรียบเทียบการคิดแบบอนุรักษ์ตามทฤษฎีเพียเจท์ของเด็กไทย ต่างระดับอายุและสถานภาพทางเศรษฐกิจและสังคม."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2525. Print.
สมหมาย เที่ยงพูนวงศ์ . การเปรียบเทียบการคิดแบบอนุรักษ์ตามทฤษฎีเพียเจท์ของเด็กไทย ต่างระดับอายุและสถานภาพทางเศรษฐกิจและสังคม. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2525.