ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาความแตกต่างของระดับอะโปไลโปโปรตีนเอไฟว์ในภาวะพิษเหตุติดเชื้อ และภาวะความเจ็บป่วยเฉียบพลันจากสาเหตุอื่นที่ไม่มีการติดเชื้อ

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาความแตกต่างของระดับอะโปไลโปโปรตีนเอไฟว์ในภาวะพิษเหตุติดเชื้อ และภาวะความเจ็บป่วยเฉียบพลันจากสาเหตุอื่นที่ไม่มีการติดเชื้อ
นักวิจัย : กัญชนา ง้าวสุวรรณ
คำค้น : แอพโพลิโปโปรตีน , เลือดติดเชื้อ
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : วีรพันธุ์ โขวิฑูรกิจ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2554
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/28174
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554

การศึกษาความแตกต่างของระดับอะโปไลโปโปรตีนเอไฟว์ในภาวะพิษเหตุติดเชื้อ และภาวะความเจ็บป่วยเฉียบพลันจากสาเหตุอื่นที่ไม่มีการติดเชื้อ( Investigation of the Difference in Apolipoprotein A-V Level During Sepsis and Non Infectious Cause of Acute Illness ) ที่มามีการค้นพบสารที่เป็นตัวบ่งชี้ภาวะการอักเสบในร่างกายหลายชนิดแต่มีส่วนน้อยเท่านั้นที่พบว่าสารเหล่านั้นมีความจำเพาะต่อภาวะพิษเหตุติดเชื้อสำหรับอะโปไลโปโปรตีนเอไฟว์เป็นอะโปไลโปโปรตีนชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญต่อกระบวนการเมแทบอลิซึมของไทรกลีเซอไรด์ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่ามีการเปลี่ยนแปลงของระดับไทรกลีเซอไรด์ในภาวะที่มีการอักเสบของร่างกายและมีข้อมูลในสัตว์ทดลองว่ามีการเปลี่ยนแปลงของระดับอะโปไลโปโปรตีนเอไฟว์ในภาวะพิษเหตุติดเชื้อ วัตถุประสงค์ในการศึกษาเพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของระดับอะไลโปโปรตีนเอไฟว์ในภาวะพิษเหตุติดเชื้อและภาวะการอักเสบของร่างกายที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ วิธีการศึกษา ผู้ป่วยที่มีการเจ็บป่วยแบบเฉียบพลัน 150 รายแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือกลุ่มที่มีพิษเหตุติดเชื้อ 75 รายและกลุ่มที่มีภาวะความเจ็บป่วยเฉียบพลันที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ 75 รายได้รับการตรวจเลือดหลังการเก็บเลือดเพื่อเพาะเชื้อสำหรับกลุ่มแรกหรือหลังจากเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลภายใน 24ชั่วโมงแรกเพื่อวัดตรวจระดับอะโปไลโปโปรตีนเอไฟว์โดยวิธี ELISA ผลการศึกษาผู้ป่วยทั้งหมด150 ราย เป็นเพศชายร้อยละ 56 อายุเฉลี่ย 62 ปีพบว่าระดับอะโปไลโปโปรตีนเอไฟว์เฉลี่ย 37.5 ± 25.2นาโนกรัมต่อมิลลิลิตรในกลุ่มที่มีพิษเหตุติดเชื้อและ 35.1 ± 21.0นาโนกรัมต่อมิลลิลิตรในกลุ่มที่มีความเจ็บป่วยเฉียบพลันที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อโดยความแตกต่างนี้ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ(p = 0.84) ถ้าแบ่งผู้ป่วยออกตามผลการรักษาในโรงพยาบาลพบระดับอะโปไลโปโปรตีนเอไฟว์เฉลี่ย38.1 ± 22.2นาโนกรัมต่อมิลลิลิตรในกลุ่มที่มีชีวิตรอดจำนวน 119 ราย และ 29.6 ± 26.0นาโนกรัมต่อมิลลิลิตรในกลุ่มที่เสียชีวิตหลังเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจำนวน 29 ราย โดยแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = 0.008) สรุปผลการศึกษา ระดับอะโปไลโปโปรตีนเอไฟว์ของผู้ป่วยในภาวะพิษเหตุติดเชื้อไม่มีความแตกต่างกับภาวะความเจ็บป่วยเฉียบพลันจากสาเหตุอื่น แต่ระดับอะโปไลโปโปรตีนเอไฟว์ในผู้ป่วยที่เสียชีวิตมีระดับต่ำกว่าผู้ป่วยที่รอดชีวิตซึ่งต้องรอการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป

บรรณานุกรม :
กัญชนา ง้าวสุวรรณ . (2554). การศึกษาความแตกต่างของระดับอะโปไลโปโปรตีนเอไฟว์ในภาวะพิษเหตุติดเชื้อ และภาวะความเจ็บป่วยเฉียบพลันจากสาเหตุอื่นที่ไม่มีการติดเชื้อ.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กัญชนา ง้าวสุวรรณ . 2554. "การศึกษาความแตกต่างของระดับอะโปไลโปโปรตีนเอไฟว์ในภาวะพิษเหตุติดเชื้อ และภาวะความเจ็บป่วยเฉียบพลันจากสาเหตุอื่นที่ไม่มีการติดเชื้อ".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กัญชนา ง้าวสุวรรณ . "การศึกษาความแตกต่างของระดับอะโปไลโปโปรตีนเอไฟว์ในภาวะพิษเหตุติดเชื้อ และภาวะความเจ็บป่วยเฉียบพลันจากสาเหตุอื่นที่ไม่มีการติดเชื้อ."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554. Print.
กัญชนา ง้าวสุวรรณ . การศึกษาความแตกต่างของระดับอะโปไลโปโปรตีนเอไฟว์ในภาวะพิษเหตุติดเชื้อ และภาวะความเจ็บป่วยเฉียบพลันจากสาเหตุอื่นที่ไม่มีการติดเชื้อ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2554.