ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศีกษาผลของการให้ธาตุเหล็กแบบสัปดาห์ละครั้งเปรียบเทียบกับการให้ธาตุเหล็กเสริมแบบทุกวันต่อความสามารถในการเรียนรู้และระดับธาตุเหล็กในเลือด

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศีกษาผลของการให้ธาตุเหล็กแบบสัปดาห์ละครั้งเปรียบเทียบกับการให้ธาตุเหล็กเสริมแบบทุกวันต่อความสามารถในการเรียนรู้และระดับธาตุเหล็กในเลือด
นักวิจัย : ลัดดา เหมาะสุวรรณ
คำค้น : cognitive function , educational achievement , IQ , iron deficiency , iron status , school performance
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2546
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=BGJ4380022 , http://research.trf.or.th/node/156
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษานี้เป็นแบบการทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลการให้ยาเม็ดเสริมธาตุ เหล็กแบบสัปดาห์ละครั้ง และแบบทุกวันต่อภาวะโลหิตจาง การเจริญเติบโต และความสามารถในการ เรียนรู้ของเด็กนักเรียนในภาคใต้ของประเทศไทย ตัวอย่างประชากรที่ศึกษาคือเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 จำนวน 461 คน จากโรง เรียน 2 แห่งซึ่งตั้งอยู่นอกเขตเทศบาลของอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จากข้อมูลเบื้องต้นก่อนทำ การทดลอง พบว่าเด็กนักเรียนที่มีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กมีความสามารถในการเรียนรู้ ด้านคณิตศาสตร์น้อยกว่ากลุ่มที่ไม่มีภาวะโลหิตจางอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยังพบว่าเด็กที่มีความ สามารถในการเรียนรู้มากที่สุดและมีผลการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ และภาษาไทยดีที่สุดคือกลุ่มที่มี ระดับซีรั่มเฟอร์ริตินต่ำ (< 20 ?g/L) แต่ยังไม่มีภาวะโลหิตจาง โดยความสามารถในการเรียนรู้เพิ่มขึ้น เมื่อระดับฮีโมโกลบินเพิ่มขึ้น ในขณะที่ไม่พบความสัมพันธ์ดังกล่าวในกลุ่มที่มีระดับซีรั่มเฟอร์ริตินปกติ (>20 ?g/L) นักเรียนจำนวน 397 คนจาก 461 คนที่ไม่มีข้อห้ามต่อการรับประทานยาเม็ดเสริมธาตุเหล็ก ถูกแบ่งเป็น 3 กลุ่มด้วยวิธีการสุ่มได้แก่ 1) กลุ่มที่ได้รับยาเม็ดเสริมธาตุเหล็กแบบทุกวัน 2) กลุ่มที่ได้ รับยาเม็ดเสริมธาตุเหล็กแบบสัปดาห์ละครั้ง และ 3) กลุ่มที่ได้รับ placebo ซึ่งเป็นกลุ่มควบคุม โดยได้ รับเป็นเวลานาน 16 สัปดาห์ พบว่าการรับประทานยาเม็ดเสริมธาตุเหล็กแบบสัปดาห์ละครั้ง และแบบ ทุกวันมีผลในการเพิ่มระดับฮีโมโกลบิน และลดความชุกของภาวะโลหิตจางไม่ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ แต่การรับประทานยาเม็ดเสริมธาตุเหล็กแบบสัปดาห์ละครั้งสามารถเพิ่มส่วนสูง (สัปดาห์ละครั้ง = 2.6 + 0.9 ซ.ม., ทุกวัน = 2.4 + 0.9 ซ.ม.) และความสามารถในการเรียนรู้ (สัปดาห์ละครั้ง = Median (p25, P75) = 5 (-1, 13) จุด, ทุกวัน = 2 (-4, 11) จุด) ได้ดีกว่าแบบทุกวัน ส่วนการรับประทานยาเม็ด เสริมธาตุเหล็กแบบทุกวันสามารถเพิ่มระดับซีรั่มเฟอร์ริตินได้มากกว่าแบบสัปดาห์ละครั้ง (สัปดาห์ละ ครั้ง = 13.4 + 17.3 ?g/L, ทุกวัน = 39.8 + 30.3 ?g/L) จากผลการศึกษาทั้งก่อนและหลังการให้ยาเม็ดเสริมธาตุเหล็กพบว่า ระดับซีรั่มเฟอร์ริตินที่สูงอาจมีผล ไม่ดีต่อการเติบโต และการเรียนรู้ของเด็ก ซึ่งควรมีการศึกษาในรายละเอียดต่อไปในอนาคต ข้อมูล จากการศึกษานี้เป็นหลักฐานหนึ่งที่สนับสนุนการให้ยาเม็ดเสริมธาตุเหล็กแบบสัปดาห์ละครั้งในเด็กวัย เรียนของไทย A randomized controlled trial was carried out to compare the effect of once- weekly and daily iron supplementation on iron status, growth and cognitive function. Baseline data of this trial was also examined to observe the associations between iron status and cognitive function among schoolchildren. Four hundred and sixty-one primary schoolchildren were recruited for baseline data. Children with IDA had poorer cognitive function than their normal peers but only significantly poorer in mathematics. Unexpectedly, children who were iron deficient but not anemic had the highest IQ and school performance. IQ and school performances increased with an increase in Hb in the low SF group (?20 ?g/L) with a significant dose response relationship. Conversely, cognitive function scores barely changed with Hb concentration in the normal SF group (>20 ?g/L). In a randomized controlled trial (RCT), 397 children from the baseline study completed an intervention program. These children were randomly allocated into 3 groups which were daily (received ferrous sulfate (300 mg) every schoolday), once-weekly (received ferrous sulfate (300 mg) once-weekly and placebo on the rest of the schooldays) and placebo (received placebo tablet every schoolday). Albendazole was given to eradicate hookworm infection before the intervention started. No significant difference was found in Hb increase between daily (6.5 ? 6.0 g/L) and once-weekly (5.7 ? 6.3 g/L) iron supplementation. However the daily group (39.8 ? 30.3 ?g/L) had significantly greater increase in SF than the once-weekly group (13.4 ? 17.3 ?g/L). The once-weekly group, on the other hand, had a greater increase in height (daily = 2.4 ? 0.9 cm, weekly = 2.6 ? 0.9 cm ) and IQ (daily = median (P25, P75) = 2 (-4,11), weekly = (5 (-1,13) than the daily group. From both baseline study and RCT, we found evidence of adverse effects of daily iron supplementation on growth and cognition. Our findings therefore support the proposal for once-weekly iron supplementation among schoolchildren in Thailand, particularly in areas where the prevalence of thalassemia is high. Since this study is the first to report this finding, further study is needed.

บรรณานุกรม :
ลัดดา เหมาะสุวรรณ . (2546). การศีกษาผลของการให้ธาตุเหล็กแบบสัปดาห์ละครั้งเปรียบเทียบกับการให้ธาตุเหล็กเสริมแบบทุกวันต่อความสามารถในการเรียนรู้และระดับธาตุเหล็กในเลือด.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ลัดดา เหมาะสุวรรณ . 2546. "การศีกษาผลของการให้ธาตุเหล็กแบบสัปดาห์ละครั้งเปรียบเทียบกับการให้ธาตุเหล็กเสริมแบบทุกวันต่อความสามารถในการเรียนรู้และระดับธาตุเหล็กในเลือด".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ลัดดา เหมาะสุวรรณ . "การศีกษาผลของการให้ธาตุเหล็กแบบสัปดาห์ละครั้งเปรียบเทียบกับการให้ธาตุเหล็กเสริมแบบทุกวันต่อความสามารถในการเรียนรู้และระดับธาตุเหล็กในเลือด."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2546. Print.
ลัดดา เหมาะสุวรรณ . การศีกษาผลของการให้ธาตุเหล็กแบบสัปดาห์ละครั้งเปรียบเทียบกับการให้ธาตุเหล็กเสริมแบบทุกวันต่อความสามารถในการเรียนรู้และระดับธาตุเหล็กในเลือด. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2546.