ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

แนวทางการใช้ฉนวนเชิงบูรณาการสำหรับอาคารในภูมิภาคร้อนชื้น

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : แนวทางการใช้ฉนวนเชิงบูรณาการสำหรับอาคารในภูมิภาคร้อนชื้น
นักวิจัย : สฤกกา พงษ์สุวรรณ
คำค้น : อาคาร -- ฉนวนความร้อน , ภาวะสบาย , สถาปัตยกรรมกับภูมิอากาศ
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สุนทร บุญญาธิการ , วรสัณฑ์ บูรณากาญจน์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2552
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/21197
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (สถ.ด.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552

การใช้ฉนวนในอาคารมีความจำเป็นอย่างมากสำหรับอาคารในประเทศไทยที่อยู่ในภูมิอากาศร้อนชื้น เพื่อป้องกันทั้งความร้อนและความชื้นเข้าสู่อาคาร ปัจจุบันผู้ใช้ฉนวนยังขาดความเข้าใจหลายด้าน ทำให้เกิดผลกระทบต่อการลงทุน และสุขภาพของผู้ใช้อาคาร ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยสำคัญของฉนวนในการลดความร้อนเข้าสู่อาคาร คือ ค่าการต้านทานความร้อนหรือค่าการนำความร้อน มวลสาร และการสะท้อนรังสีความร้อน องค์ประกอบของเปลือกอาคารที่จำเป็นต้องใช้ฉนวนในประเทศไทย ได้แก่ หลังคา ผนังและพื้น เทคนิคการใช้ฉนวนในประเทศไทยมีหลายประเภท ได้แก่ 1) ฉนวนที่ใช้ช่องว่างอากาศนิ่ง 2)ฉนวนที่ใช้มวลสาร และ 3)ฉนวนที่ใช้การสะท้อนรังสีความร้อน ผลการศึกษาการใช้ฉนวนที่เหมาะสมกับองค์ประกอบเปลือกอาคารสรุปได้ ดังนี้ 1)ส่วนหลังคาใช้ฉนวนใยแก้ว หนา 12 นิ้ว (ค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อน 0.02 บีทียูต่อชั่วโมง ตร.ฟุต ฟาเรนไฮท์) 2) ส่วนผนังเปลือกอาคารภายนอกใช้โพลีสไตรีนหนา 4 นิ้ว (ค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อน 0.06 บีทียูต่อชั่วโมง ตร.ฟุต ฟาเรนไฮท์) เพื่อป้องกันการเกิดสะพานความร้อน สำหรับอาคารปรับอากาศช่วงกลางวันหรือช่วงกลางคืน ผนังภายในควรมีมวลสารน้อย เช่น ผนังยิปซั่ม สำหรับอาคารปรับอากาศตลอด 24 ชั่วโมงนั้น กรณีใช้ผนังเบาจะลดภาระการทำความเย็นในช่วงเปิดการปรับอากาศครั้งแรก กรณีใช้ผนังที่มีมวลสารมากจะใช้พลังงานในการลดความร้อนในมวลสารมากกว่าผนังเบา แต่สามารถสะสมความเย็นในระยะเวลาเท่ากับการลดความร้อนของมวลสาร 3)เปลือกอาคารส่วนพื้นทั้งส่วนสัมผัสดินและพื้นสัมผัสอากาศใช้ฉนวนโพลียูริเทนหรือฉนวนโพลีสไตรีน หนา 2 นิ้ว (ค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อน 0.12-0.14 บีทียูต่อชั่วโมง ตร.ฟุต ฟาเรนไฮท์) เมื่อใช้ฉนวนที่มีค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อนต่ำช่วยลดอิทธิพลของสีเปลือกอาคาร ฉนวนที่เหมาะสมต้องมีคุณสมบัติกันความชื้นจากภายนอกอาคารเพื่อป้องกันการควบแน่นในเนื้อฉนวนหรือผนังที่ติดกับฉนวนนั้นๆ ผลการใช้ฉนวนช่วยเพิ่มความรู้สึกสบายจากอุณหภูมิพื้อผิวเฉลี่ยโดยรอบที่ลดลง อุณหภูมิพื้นผิวเฉลี่ยโดยรอบแตกต่างกันจากอุณหภูมิอากาศภายในไม่เกิน 1 องศาเซลเซียสทั้งอาคารปรับอากาศและอาคารไม่ปรับอากาศ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตัวแปรของอุณหภูมิผิวเปลือกอาคาร ค่าการแผ่รังสีดวงอาทิตย์สัมประสิทธ์การดูดกลืนรังสีดวงอาทิตย์และความเร็วลม สำหรับอาคารไม่ปรับอากาศฉนวนช่วยเพิ่มจำนวนชั่วโมงสภาวะน่าสบายจากอุณหภูมิพื้นผิวเฉลี่ยโดยรอบของอาคารทั่วไป 1,948 ชั่วโมงต่อปี เป็น 2,111 ชั่วโมงต่อปี (ร้อยละ 1.86) สำหรับอาคารปรับอากาศช่วยลดภาวะการทำความเย็น 12 เท่า ลงทุนค่าติดตั้งฉนวนเปลือกอาคารเพิ่มขึ้น 7,000 บาทต่อตารางเมตรของพื้นใช้สอยอาคารระยะเวลาการคืนทุน 7-10 ปี

บรรณานุกรม :
สฤกกา พงษ์สุวรรณ . (2552). แนวทางการใช้ฉนวนเชิงบูรณาการสำหรับอาคารในภูมิภาคร้อนชื้น.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สฤกกา พงษ์สุวรรณ . 2552. "แนวทางการใช้ฉนวนเชิงบูรณาการสำหรับอาคารในภูมิภาคร้อนชื้น".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สฤกกา พงษ์สุวรรณ . "แนวทางการใช้ฉนวนเชิงบูรณาการสำหรับอาคารในภูมิภาคร้อนชื้น."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552. Print.
สฤกกา พงษ์สุวรรณ . แนวทางการใช้ฉนวนเชิงบูรณาการสำหรับอาคารในภูมิภาคร้อนชื้น. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2552.