ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การวิเคราะห์เนื้อหาวารสารธรรมศาสตร์

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การวิเคราะห์เนื้อหาวารสารธรรมศาสตร์
นักวิจัย : วรรณา โตพิบูลย์พงศ์
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ศจี จันทวิมล , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2527
อ้างอิง : 9745630926 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/21015
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (อ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2527

การวิจัยเรื่อง “การวิเคราะห์เนื้อหาวาระสารธรรมศาสตร์” มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจปริมาณบทความในแต่ละแขนงวิชา และศึกษาขอบเขตเนื้อหาว่าสอดคล้องกับแขนงวิชาที่เปิดสอนในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์หรือไม่ สำรวจผู้เขียนบทความ และวิเคราะห์เนื้อหาว่าตรงตามวัตถุประสงค์ในการจัดพิมพ์หรือไม่ นอกจากนี้ยังศึกษาแนวโน้มของเนื้อหาบทความในแต่ละช่วงความรับผิดชอบของบรรณาธิการในแต่ละสมัย ในการดำเนินการวิจัย ผู้วิจัยได้ศึกษาเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องพร้อมทั้งสัมภาษณ์บรรณาธิการ และผู้ที่มีส่วนในการจัดทำวารสารธรรมศาสตร์ ใช้คู่มือการศึกษาชั้นปริญญาตรี 2525 – 2526 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นแนวทางในการสร้างตารางการวิเคราะห์เนื้อหาสำรวจและวิเคราะห์เนื้อหาบทความที่เป็นกลุ่มประชากรทั้งหมด 275 บทความ จากวารสารธรรมศาสตร์ ตั้งแต่ปี 1 ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2514 ถึงปีที่ 11 ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2525 บันทึกรอยคะแนนลงในตารางวิเคราะห์เนื้อหารวมคะแนนทั้งหมด และนำมาหาค่าร้อยละ ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้คือ 1. จำนวนเนื้อหาในวิชาต่างๆ พบว่ามีเนื้อหาในสาขาวิชาศิลปศาสตร์มากที่สุดคือ 133 บทความ จากบทความทั้งสิ้น 275 บทความ คิดเป็นร้อยละ 48.36 รองลงมาอันดับที่ 2 ได้แก่ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ มี 54 บทความ คิดเป็นร้อยละ 19.64 อันดับ ที่ 3 ได้แก่ สขาวิชารัฐศาสตร์มี 39 บทความ คิดเป็นร้อยละ 14.18 สาขาวิชาที่มีจำนวนบทความน้อยที่สุดคือ สาขาวิชานิติศาสตร์มีจำนวน 2 บทความ คิดเป็นร้อยละ 0.73 2. จำนวนเนื้อหาในช่วงปีต่างๆ 5 ช่วง ตั้งแต่ พ.ศ. 2514 – 2525 ซึ่งคณะบรรณาธิการแต่ละชุดรับผิดชอบในการจัดทำวารสาร พบว่า เนื้อหาสาขาวิชาศิลปศาสตร์มีมากเป็นอันดับที่ 1 ทั้ง 5 ช่วง สำหรับสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์มีมากเท่ากับสาขาวิชาศิลปศาสตร์คือมากเป็นอันดับที่ 1 อยู่ 1 ช่วง คือช่วงปี พ.ศ. 2520 – 2521 ส่วนช่วงปี พ.ศ. 2514 – 2516 ช่วงปี พ.ศ. 2517 – 2519 ช่วงปี พ.ศ. 2522 – 2523 และช่วงปี พ.ศ. 2524-2525 จะมีมากเป็นอันดับที่ 2 สาขาวิชารัฐศาสตร์จะมีมากเป็นอันดับที่ 2 อยู่ 1ช่วง คือ ช่วงปี พ.ศ. 2520-2521 ส่วนช่วงปี พ.ศ. 2514-2516 ช่วงปี พ.ศ. 2517-2519 และช่วงปี พ.ศ. 2522-2523 จะมีมากเป็นอันดับที่ 3 และช่วงปี พ.ศ. 2524-2525 จะมีมากเป็นอันดับที่ 4 และในช่วงปี พ.ศ. 2524-2525 นี้ สาขาวิชาที่มีมากเป็นอันดับที่ 3 ได้แก่ สาขาวิชาพาณิชยศาสตร์และการบัญชี และสาขาอื่นๆ 3. แหล่งที่มาของบทความ พบว่าจำนวนบทความส่วนใหญ่มาจากผู้เขียนที่สังกัดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คือจำนวน 165 บทความ จากบทความทั้งหมด 275 บทความ คิดเป็นร้อยละ 60 รองลงมาอันดับที่ 2 คือ ธนาคาร หน่วยงานธุรกิจ เอกชน และอื่นๆ มี 30 บทความ คิดเป็นร้อยละ 10.91 และรองลงมาเป็นอันดับที่ 3 คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มี 27 บทความ คิดเป็นร้อยละ 9.82 4. จำนวนผู้เขียนบทความที่จำแนกตามสังกัดของผู้เขียนบทความ พบว่าผู้เขียนบทความสังกัดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มากที่สุดคือ 117 คน จากผู้เขียนทั้งหมด 210 คน คิดเป็นร้อยละ 55.71 รองลงมาได้แก่ผู้เขียนที่สังกัดจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งมีจำนวนเท่ากันกับผู้เขียนที่สังกัดธนาคาร หน่วยงานธุรกิจ เอกชน และอื่นๆ คือ 26 คน คิดเป็นร้อยละ 12.38 รองลงมาอันดับที่ 3 ได้แก่ ผู้เขียนที่สังกัดมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และผู้เขียนที่มาจากส่วนราชการอื่น ที่ไม่ใช้มหาวิทยาลัยซึ่งมีจำนวนเท่ากัน คือ 8 คน คิดเป็นร้อยละ 3.81 ข้อเสนอแนะ 1. คณะบรรณาธิการวารสารธรรมศาสตร์ ควรจะหาวิธีชักจูงให้คณาจารย์ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาต่างๆ เขียนบทความในสาขาวิชาที่มีจำนวนบทความน้อย หรือไม่มีเลย มาลงพิมพ์ในวารสารธรรมศาสตร์ 2. บรรณาธิการควรแก้ปัญหาการขาดแคลนต้นฉบับด้วยการเชื้อเชิญผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาต่างๆ เขียนบทความส่งมาให้โดยกำหนดแนวเรื่องและให้เวลาผู้เขียนนานพอสมควร 3. คณะบรรณาธิการ ควรแก้ปัญหาเรื่องวารสารออกช้ากว่ากำหนดโดยการเตรียมงานไว้ล่วงหน้าหลายๆ เดือน และควรทาบทามคณะผู้จัดทำวารสารในชุดต่อไปไว้แต่เนิ่นๆ เพื่อให้เข้ามารับช่วงงานต่อได้ในทันที ทั้งนี้เพื่อวารสารฉบับที่จะออกต่อไปออกได้ทันกำหนดเวลา 4. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ควรเพิ่มทุนอุดหนุนการวิจัย และนำผลงานวิจัยมาเขียนเป็นบทความลงในวารสารธรรมศาสตร์ 5. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ควรปรับปรุงโครงสร้างการดำเนินงานของวารสารธรรมศาสตร์ใหม่ ทั้งนี้เพื่อให้จัดทำวารสารธรรมศาสตร์มีความคล่องตัว ออกตรงเวลา และ มีคุณภาพอยู่ในระดับที่พึงปรารถนาได้ 6. การพิจารณาคัดเลือกบรรณาธิการ ควรจะได้หมุนเวียนไปตามคณะต่างๆ ให้วารสารธรรมศาสตร์มีเนื้อหาในแขนงต่างๆ สมดุลย์กันมากขึ้น 7. ในการพิจารณาเรื่องตำแหน่งทางวิชาการ คณะควรให้น้ำหนักในการพิจารณาผลงานที่ตีพิมพ์ในวารสารธรรมศาสตร์มากกว่าวารสารทางวิชาการฉบับอื่นๆ 8. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ควรสนับสนุนทางด้านการเงินโดยกำหนดสัดส่วนของเงินสนับสนุนต่อต้นทุนการจัดทำเฉลี่ยต่อเล่มที่แน่นอน

บรรณานุกรม :
วรรณา โตพิบูลย์พงศ์ . (2527). การวิเคราะห์เนื้อหาวารสารธรรมศาสตร์.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วรรณา โตพิบูลย์พงศ์ . 2527. "การวิเคราะห์เนื้อหาวารสารธรรมศาสตร์".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วรรณา โตพิบูลย์พงศ์ . "การวิเคราะห์เนื้อหาวารสารธรรมศาสตร์."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2527. Print.
วรรณา โตพิบูลย์พงศ์ . การวิเคราะห์เนื้อหาวารสารธรรมศาสตร์. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2527.