ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การสื่อสารและการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศในเว็บไซต์พระพุทธศาสนา

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การสื่อสารและการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศในเว็บไซต์พระพุทธศาสนา
นักวิจัย : ภาวิณี วัชรประเสริฐชัย
คำค้น : เว็บไซต์ , พุทธศาสนา , พุทธศาสนากับเทคโนโลยี
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ดวงกมล ชาติประเสริฐ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะนิเทศศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2553
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/20843
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (นศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553

การศึกษาวิจัยเรื่อง การสื่อสารและการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศในเว็บไซต์พระพุทธศาสนา เป็น การวิจัยที่มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบที่ใช้นำเสนอเนื้อหาในเว็บไซต์พระพุทธศาสนา เนื้อหาที่นำเสนอในเว็บไซต์ พระพุทธศาสนาและการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศในเว็บไซต์พระพุทธศาสนา โดยใช้วิธีการวิเคราะห์ตัว บทเว็บไซต์ (Textual Analysis) แบบสอบถาม (Survey) และการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-Depth Interview) ผลการวิจัยจากการวิเคราะห์ตัวบทในเว็บไซต์ พบว่า เว็บไซต์พระพุทธศาสนาที่ได้รับความนิยม 4 อันดับแรก จากการจัดอันดับในเว็บไซต์ Truehits.net ในช่วงระยะเวลา 18 เดือน (มกราคม 2552 ถึง มิถุนายน 2553) ได้แก่ เว็บไซต์พลังจิต (www.palungjit.com) เว็บไซต์ธรรมจักร (www.dhammajak.net) เว็บไซต์ดีเอ็มซี (www.dmc.tv) และ เว็บไซต์ฟังธรรม (www.fungdham.com) มีรูปแบบการนำเสนอเนื้อหาในเว็บไซต์แบบมัลติมีเดียอย่างครบถ้วน รูปแบบ การนำเสนอประเภทรายการหลากหลาย และมีรูปแบบการสื่อสารส่วนใหญ่เป็นการสื่อสารระหว่างผู้ส่งสารและผู้รับสาร แบบไม่พร้อมกัน(One-to-many Asynchronous Communication) ผลการวิจัยในด้านการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี สารสนเทศ พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีพฤติกรรมเปิดรับเนื้อหาธรรมะในชีวิตประจำวันจากสื่ออินเทอร์เน็ต โดยการอ่านบทความออนไลน์มากเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาเป็นการฟังไฟล์เสียงเทศนาและอันดับสามเป็นการดูวิดีโอ เทศนา ผู้ตอบแบบสอบถามมีความเห็นว่าสามารถค้นหาเนื้อหาธรรมะได้จำนวนมากและสะดวกในเว็บไซต์ พระพุทธศาสนาและช่วยให้รู้สึกใกล้ชิดกับธรรมะมากขึ้นหลังจากเข้าเว็บไซต์ นอกจากนี้ยังพบว่าความแตกต่างระหว่าง ช่วงอายุของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงเนื้อหาธรรมะ ในทางตรงกันข้าม ผู้ตอบแบบสอบถามที่อยู่ ในกลุ่มอายุที่ 3 (อายุ 41 ปีขึ้นไป) กลับมีปริมาณการใช้ประโยชน์และการรับรู้ประโยชน์ในเว็บไซต์มากกว่ากลุ่มคนที่ อายุน้อยกว่า (อายุไม่เกิน 30 ปี : กลุ่ม 1, อายุ 31-40 ปี : กลุ่ม 2) และมีทัศนคติในทางบวกกับการใช้สื่ออินเทอร์เน็ต กับเนื้อหาธรรมะ ผู้ตอบแบบสอบถามที่อยู่ในกลุ่มอายุที่ 2 พฤติกรรมและทัศนคติในทางบวกต่อการใช้ประโยชน์ในด้าน ชุมชนออนไลน์มากกว่าช่วงอายุอื่น นอกจากนี้ผลการวิจัยยังพบอีกว่า เว็บไซต์พระพุทธศาสนาสามารถตอบสนองความต้องการในการใช้ ประโยชน์จากเว็บไซต์และความพึงพอใจได้ในประเด็นความต้องการสารสนเทศ ความต้องการสร้างเอกลักษณ์ให้แก่ บุคคล การรวมตัวและปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ตลอดจนสามารถตอบสนองความต้องการทางจิตใจและความเชื่อความ ศรัทธาในพระพุทธศาสนาได้อีกด้วย ทั้งนี้อินเทอร์เน็ตยังไม่สามารถเข้าไปแทนที่ความเป็นวัด บรรยากาศของวัด และ ให้ความหนักแน่นทางจิตใจ เสริมสร้างพลังศรัทธา และความอิ่มเอบใจจากการร่วมทำศาสนพิธีกับศาสนิกชนอื่นๆในสังคม

บรรณานุกรม :
ภาวิณี วัชรประเสริฐชัย . (2553). การสื่อสารและการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศในเว็บไซต์พระพุทธศาสนา.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ภาวิณี วัชรประเสริฐชัย . 2553. "การสื่อสารและการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศในเว็บไซต์พระพุทธศาสนา".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ภาวิณี วัชรประเสริฐชัย . "การสื่อสารและการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศในเว็บไซต์พระพุทธศาสนา."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553. Print.
ภาวิณี วัชรประเสริฐชัย . การสื่อสารและการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศในเว็บไซต์พระพุทธศาสนา. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2553.