ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความรู้ความเข้าใจทางจริยธรรมเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเศรษฐกิจ ของนักเรียน ครู และผู้ปกครอง

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความรู้ความเข้าใจทางจริยธรรมเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเศรษฐกิจ ของนักเรียน ครู และผู้ปกครอง
นักวิจัย : วรรณงาม โอบชนธีร์
คำค้น : ศีลธรรมจรรยา
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : พรรณทิพย์ ศิริวรรณบุศย์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2526
อ้างอิง : 9745619671 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/21020
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2526

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาและสำรวจความรู้ความเข้าใจทางจริยธรรมเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเศรษฐกิจ ของนักเรียน ครู และผู้ปกครอง และเพื่อเปรียบเทียบความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเศรษฐกิจตามตัวแปรอิสระ 6 ตัวแปร ได้แก่ เพศ สถานภาพ ศาสนา ภูมิภาค สภาพความเป็นเมือง และอาชีพหลักของครอบครัว กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ชั้นมัธยมปีที่ 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 และผู้ปกครอง จาก 5 ภูมิภาค คือ ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ และกรุงเทพมหานคร จำนวน 2,834 คน กลุ่มตัวอย่างได้มาโดยวิธีการเลือกแบบหลายขั้นตอน (Multi-Stage Sampling) การเก็บรวบรวมข้อมูลใช้แบบสอบถามเกี่ยวกับรายละเอียดของกลุ่มตัวอย่าง และมาตรวัดความรู้ความเข้าใจทางจริยธรรมเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเศรษฐกิจ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้วิธีวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และเปรียบเทียบความแตกต่างเป็นรายคู่ด้วยวิธีของเซฟเฟ ผลการวิจัยพบว่า 1. พฤติกรรมทางเศรษฐกิจที่นักเรียน ครู และผู้ปกครอง มีความรู้ความเข้าใจว่าเป็นพฤติกรรมที่ดี ถูก และควรอย่างมากคือ การประกอบอาชีพอิสระ การบริจาคทรัพย์ การอำนวยความสะดวกแก่สาธารณะอย่างเท่าเทียมกัน การไม่เอาทรัพย์ และการประกอบอาชีพรับจ้าง พฤติกรรมที่กลุ่มตัวอย่างมีความรู้ความเข้าใจว่าเป็นพฤติกรรมไม่ดี ผิด และไม่ควรอย่างมากคือ การไม่รักษาสาธารณะสมบัติ การลักฉ้อทรัพย์ และมิจฉาชีพที่ผิดกฎหมาย ส่วนพฤติกรรมที่ไม่สามารถตัดสินได้ว่าดี ถูก ควร หรือไม่ดี ผิด ไม่ควร คือ มิจฉาชีพที่ไม่ผิดกฎหมาย การกู้ยืมเงินจากผู้อื่น 2. ตัวแปรอิสระ 6 ตัวแปร สัมพันธ์กับความรู้ความเข้าใจทางจริยธรรมเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเศรษฐกิจ โดยมีสถานภาพที่เป็นตัวแปรที่สัมพันธ์มากที่สุด รองลงมาได้แก่ อาชีพหลักของครอบครัว เพศ สภาพความเป็นเมือง และภูมิภาค ตามลำดับ ส่วนตัวแปรศาสนาสัมพันธ์น้อยที่สุด ดังมีรายละเอียดดังนี้ 2.1 นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ชั้นมัธยมปีที่ 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ครู และผู้ปกครองมีความรู้ความเข้าใจทางจริยธรรมเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเศรษฐกิจแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P < .01 ขึ้นไป) จำนวน 15 พฤติกรรม โดยนักเรียนชั้น ป. 6 แสดงความรู้ความเข้าใจในพฤติกรรมทางเศรษฐกิจอยู่ในระดับต่ำสุด 2.2 ประชากรที่มีอาชีพหลักของครอบครัวเป็นข้าราชการ ลูกจ้าง เอกชน ผู้ใช้แรงงาน และธุรกิจการค้า มีความรู้ความเข้าใจทางจริยธรรมเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเศรษฐกิจแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติ (P < .05 ขึ้นไป) จำนวน 12 พฤติกรรม โดยบุคคลจากอาชีพผู้ใช้แรงงานแสดงแนวโน้มว่ามีความรู้ความเข้าใจในพฤติกรรมทางเศรษฐกิจอยู่ในระดับต่ำสุด 2.3 เพศหญิงและเพศชาย มีความรู้ความเข้าใจทางจริยธรรมเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเศรษฐกิจแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P < .05 ขึ้นไป) จำนวน 11 พฤติกรรม โดยที่เพศหญิงแสดงว่ามีแนวโน้มว่ามีความรู้ความเข้าใจในพฤติกรรมทางเศรษฐกิจสูงกว่าเพศชาย 2.4 ประชากรที่อาศัยอยู่ในเขตใจกลางมหานคร ชานมหานคร อำเภอเมือง และอำเภอชนบท มีความรู้ความเข้าใจทางจริยธรรมเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเศรษฐกิจแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P < .05 ขึ้นไป) จำนวน 9 พฤติกรรม โดยประชากรในอำเภอชนบทแสดงแนวโน้มว่ามีความรู้ความเข้าใจในพฤติกรรมทางเศรษฐกิจอยู่ในระดับต่ำสุด 2.5 ประชากรที่มีถิ่นที่อยู่ในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ และกรุงเทพมหานคร มีความรู้ความเข้าใจทางจริยธรรมเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเศรษฐกิจแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P < .05 ขึ้นไป) จำนวน 6 พฤติกรรม โดยประชากรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือแสดงแนวโน้มว่ามีความรู้ความเข้าใจในพฤติกรรมทางเศรษฐกิจอยู่ในระดับต่ำสุด2.6 ประชากรที่นับถือศาสนาพุทธ ศาสนาคริสต์ และศาสนาอิสลาม มีความรู้ความเข้าใจทางจริยธรรมเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเศรษฐกิจแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P < .05) จำนวน 1 พฤติกรรม 3. นักเรียน ครู และผู้ปกครอง ให้ความปรารถนาต่อผลการกระทำทั้ง 7 ลักษณะในระดับที่แตกต่างกันเรียงจากมากไปหาน้อยคือ ความสำเร็จในชีวิตและการงาน ความมั่นคงและปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การเป็นผลดีต่อสังคม ความสุขสบายใจ การเป็นที่รักใคร่ชื่นชมของผู้อื่น ความรู้สึกมีค่าภาคภูมิใจในตนเอง และความมั่งมีทรัพย์สินเงินทอง

บรรณานุกรม :
วรรณงาม โอบชนธีร์ . (2526). ความรู้ความเข้าใจทางจริยธรรมเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเศรษฐกิจ ของนักเรียน ครู และผู้ปกครอง.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วรรณงาม โอบชนธีร์ . 2526. "ความรู้ความเข้าใจทางจริยธรรมเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเศรษฐกิจ ของนักเรียน ครู และผู้ปกครอง".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วรรณงาม โอบชนธีร์ . "ความรู้ความเข้าใจทางจริยธรรมเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเศรษฐกิจ ของนักเรียน ครู และผู้ปกครอง."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2526. Print.
วรรณงาม โอบชนธีร์ . ความรู้ความเข้าใจทางจริยธรรมเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเศรษฐกิจ ของนักเรียน ครู และผู้ปกครอง. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2526.