ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาการตลาดยางรถยนต์ในเขตกรุงเทพมหานครระหว่างปี พ.ศ.2520-2526

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาการตลาดยางรถยนต์ในเขตกรุงเทพมหานครระหว่างปี พ.ศ.2520-2526
นักวิจัย : พิพัฒน์ ลิมปิกิรติ
คำค้น : รถยนต์ -- ยาง -- การตลาด , อุตสาหกรรมยางรถ , การตลาด
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สุรพัฒน์ วัชรประทีป , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2528
อ้างอิง : 9745647608 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/20886
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (บช.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2528

อุตสาหกรรมยางรถยนต์ เป็นอุตสาหกรรมหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยจะเห็นได้จากเป้าหมายประการหนึ่งของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ คือการเร่งและการขยายการก่อสร้างถนนหนทางเพื่อเชื่อมโยงระบบเศรษฐกิจของชนบทกับเมืองหลวงให้มีความคล่องตัว เมื่อเป็นดังนี้ทำให้เกิดความจำเป็นในการใช้รถยนต์และยานพาหนะอื่นๆ มากขึ้น สิ่งที่ตามมาคือความต้องการทางด้านยางรถยนต์ ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สำคัญส่วนหนึ่งของรถยนต์ ดังนั้นในปี พ.ศ. 2506 รัฐบาลโดยคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนแห่งประเทศไทยได้พิจารณาให้มีการจัดตั้งโรงงานผลิตยางรถยนต์ขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อเป็นการทดแทนการนำเข้ายางรถยนต์จากต่างประเทศและต่อมาก็มีการเพิ่มโรงงานมากขึ้น ในปัจจุบันสามารถผลิตเพียงพอต่อความต้องการในประเทศและส่งเสริมสินค้าออกอย่างหนึ่งที่ทำรายได้ให้กับประเทศประมาณ 100 ล้านบาทในปี พ.ศ. 2526 อุตสาหกรรมยางรถยนต์ยังมีส่วนร่วมช่วยสนับสนุนต่อการขยายตัวทางการเพาะปลูกยางพารา ซึ่งใช้เป็นวัตถุดิบที่สำคัญในการผลิตยางรถยนต์ อุตสาหกรรมการผลิตผงเขม่าดำ เป็นวัตถุดิบให้สีและความเสียดทาน เพื่อทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ สิ่งที่สำคัญประการหนึ่งของอุตสาหกรรมยางรถยนต์ คือมีส่วนช่วยนำเอาวิวัฒนาการและเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาในประเทศเป็นการเสริมสร้างความรู้และวิชาการต่างๆ ในการพัฒนาประเทศเป็นอย่างดี พร้อมกันนั้นยังมีส่วนในการส่งเสริมการลงทุนโดยชักจูงชาวต่างชาติให้เข้ามาร่วมลงทุน สร้างโรงงาน และก่อเกิดการว่าจ้างแรงงานไทยขึ้นภายในประเทศ การตลาดของอุตสาหกรรมยางรถยนต์ มีลักษณะตลาดเป็นแบบผู้ขายน้อยรายโดยยอกขายประมาณร้อยละ 80 เป็นของ 3 บริษัทผู้ผลิตชั้นนำ ได้แก่ บริษัทไทยบริดจ์สโตน บริษัทยางสยามจำกัด (เดิมคือบริษัทไฟร์สโตน จำกัด) และบริษัทกู้ดเยียร์ (ประเทศไทย) จำกัด นอกจากนี้ยังประกอบด้วย โรงงานผู้ผลิตรายย่อย และยางรถยนต์ ที่นำเข้าจากต่างประเทศ สำหรับวิธีการศึกษาถึงการตลาดของอุตสาหกรรมยางรถยนต์นั้น จะพิจารณาถึงการแบ่งส่วนตลาดและเลือกตลาดเป็นเป้าหมายตามประเภทของยางรถยนต์ ซึ่งมีกลุ่มของผู้บริโภคได้แก่ โรงงานประกอบรถยนต์ และกลุ่มผู้ใช้เพื่อทดแทนยางเก่า เช่น ร้านค้าตัวแทนจำหน่าย บริษัทผู้ขายน้ำมัน บริษัทที่มีรถยนต์ไว้ใช้งาน และหน่วยงานรัฐบาลเพื่อให้ได้รู้ส่วนร่วมของตลาด และกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นเป้าหมายของแต่ละบริษัท นอกจากนี้ได้พิจารณาถึงส่วนผสมทางการตลาดประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์ ราคา ช่องทางการจำหน่ายและส่งเสริมการจำหน่าย เพื่อให้ได้ทราบถึงความเหมาะสมของการเลือกใช้กลยุทธ์ทางการตลาด เป็นแนวทางสำหรับการแข่งขัน การวิเคราะห์ข้อมูลและสรุปผลของการวิจัย ได้จากการสัมภาษณ์ บริษัทผู้ผลิตตัวแทนผู้นำเข้า ร้านค้า และกลุ่มตัวแทนผู้ใช้ยางรถยนต์เพื่อทดแทนยางเก่า และออกแบบสอบถามผู้ใช้รถยนต์ประเภทต่างๆ ทั้งนี้เพื่อให้ทราบถึงทัศนคติที่มีต่อยางรถยนต์รวมถึงสิ่งที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อ แล้วจึงสรุปถึงปัญหาต่างๆ พร้อมทั้งแนวทางการแก้ปัญหาและข้อเสนอแนะ ผู้เขียนหวังว่า วิทยานิพนธ์ชุดนี้จะนำมาซึ่งความรู้ความเข้าใจอันเป็นประโยชน์สำหรับผู้ประกอบการและผู้ที่มีความสนใจในเรื่องนี้ไม่มากก็น้อย

บรรณานุกรม :
พิพัฒน์ ลิมปิกิรติ . (2528). การศึกษาการตลาดยางรถยนต์ในเขตกรุงเทพมหานครระหว่างปี พ.ศ.2520-2526.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พิพัฒน์ ลิมปิกิรติ . 2528. "การศึกษาการตลาดยางรถยนต์ในเขตกรุงเทพมหานครระหว่างปี พ.ศ.2520-2526".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พิพัฒน์ ลิมปิกิรติ . "การศึกษาการตลาดยางรถยนต์ในเขตกรุงเทพมหานครระหว่างปี พ.ศ.2520-2526."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2528. Print.
พิพัฒน์ ลิมปิกิรติ . การศึกษาการตลาดยางรถยนต์ในเขตกรุงเทพมหานครระหว่างปี พ.ศ.2520-2526. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2528.