ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การสำรวจการสร้างเสริมสุขภาพในองค์กรภาครัฐส่วนกลาง

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การสำรวจการสร้างเสริมสุขภาพในองค์กรภาครัฐส่วนกลาง
นักวิจัย : สกาวรัตน์ เหมือนละม้าย
คำค้น : การส่งเสริมสุขภาพ
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : พรชัย สิทธิศรัณย์กุล , อานนท์ วรยิ่งยง , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2550
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/20410
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550

การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาเชิงสำรวจ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาองค์กรภาครัฐส่วนกลางในเรื่องของนโยบาย แผนงาน โครงการและกิจกรรมการสร้างเสริมสุขภาพ และความต้องการสนับสนุนจากองค์กรต่างๆ เพื่อดำเนินงานสร้างเสริมสุขภาพรวมทั้งปัญหา/อุปสรรคและแนวทางในการแก้ไขปัญหา โดยใช้แบบสอบถามองค์กรภาครัฐส่วนกลาง จำนวน 173 องค์กร โดยไม่มีการสุ่มตัวอย่าง เก็บข้อมูลระหว่างเดือนมิถุนายน-ธันวาคม 2550 มีอัตราการตอบกลับ ร้อยละ 71.7 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสัมภาษณ์เชิงลึกผู้รับผิดชอบงานสร้างเสริมสุขภาพองค์กรที่มีการสร้างเสริมสุขภาพสูงสุด จำนวน 4 แห่ง ผลการวิจัยพบว่า องค์กรภาครัฐส่วนกลาง ส่วนใหญ่ไม่มีนโยบายการสร้างเสริมสุขภาพ (ร้อยละ 73.4) และมีข้อความนโยบายที่ระบุมานั้นเป็นนโยบายจริงเพียง 1 องค์กร (ร้อยละ 0.8) โครงการ/กิจกรรมการสร้างเสริมสุขภาพในปีที่ผ่านมาพบว่ามีค่อนข้างมาก (ร้อยละ 84.7) ซึ่งกิจกรรมที่มีการดำเนินงานสูงสุด คือ การออกกำลังกาย ปัญหาอุปสรรคที่พบมากที่สุด ได้แก่ การขาดบุคลากรที่รับผิดชอบการดำเนินงานสร้างเสริมสุขภาพโดยตรง การขาดงบประมาณในการสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ และไม่มีสถานที่ดำเนินกิจกรรมหรือออกกำลังกาย (ร้อยละ 40.3, 34.7 และ 19.7 ตามลำดับ) ส่วนในการแก้ไขปัญหานั้นองค์กรต่างๆ ได้ให้แนวทางแก้ไขปัญหา 3 อันดับแรก ได้แก่ ให้มีการกำหนดเป็นนโยบายด้านการสร้างเสริมสุขภาพในองค์กร ให้จัดทำแผนงาน/โครงการ การสร้างเสริมสุขภาพเป็นแผนยุทธศาสตร์ และให้มีการจัดสรรงบประมาณให้องค์กรเพื่อการดำเนินงานสร้างเสริมสุขภาพโดยตรง ความต้องการการสนับสนุนจากองค์กรต่างๆ นั้นพบว่า ต้องการได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มากที่สุด (ร้อยละ 78) รองลงมาได้แก่ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และกระทรวงต่างๆ โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุข (ร้อยละ 65 และ ร้อยละ 30.9) สิ่งที่ต้องการการสนับสนุนมากที่สุด ได้แก่ องค์ความรู้ สื่อต่างๆ และวัสดุอุปกรณ์ ตามลำดับ จากผลการวิจัยครั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางด้านสุขภาพควรมีการผลักดันให้เกิดการมีนโยบายด้าน การสร้างเสริมสุขภาพให้เกิดขึ้นในองค์กร รวมทั้งมีการสนับสนุนให้เกิดองค์ความรู้ที่องค์กรอื่นๆ สามารถนำไปใช้เป็นแบบอย่างหรือนำข้อมูลด้านการสร้างเสริมสุขภาพไปใช้ในองค์กรของตนเอง สสส. ควรเป็นแหล่งข้อมูลข่าวสารที่ให้องค์กรภาครัฐต่างๆ สามารถเข้าไปใช้ประโยชน์จากข้อมูลได้โดยการเผยแพร่ผ่านอินเตอร์เน็ต เช่น ในเว็บไซต์ของ สสส. หรือมีการจัดทำข้อมูลข่าวสาร ข้อมูลความรู้ต่างๆ หรือข้อมูลบุคคลหรือองค์กรที่มีการดำเนินงานด้านสร้างเสริมสุขภาพดีพร้อมเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้โดยตรง

บรรณานุกรม :
สกาวรัตน์ เหมือนละม้าย . (2550). การสำรวจการสร้างเสริมสุขภาพในองค์กรภาครัฐส่วนกลาง.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สกาวรัตน์ เหมือนละม้าย . 2550. "การสำรวจการสร้างเสริมสุขภาพในองค์กรภาครัฐส่วนกลาง".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สกาวรัตน์ เหมือนละม้าย . "การสำรวจการสร้างเสริมสุขภาพในองค์กรภาครัฐส่วนกลาง."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550. Print.
สกาวรัตน์ เหมือนละม้าย . การสำรวจการสร้างเสริมสุขภาพในองค์กรภาครัฐส่วนกลาง. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2550.