ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การวิเคราะห์ความต้องการศึกษาต่อในหลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิจัยการศึกษา ภาคนอกเวลาราชการ ของครู-อาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การวิเคราะห์ความต้องการศึกษาต่อในหลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิจัยการศึกษา ภาคนอกเวลาราชการ ของครู-อาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
นักวิจัย : ผานิต วิมลรัตน์ปัญญา
คำค้น : การศึกษาต่อเนื่อง , นักวิจัย , ทัศนคติ , การศึกษา -- วิจัย
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2539
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/19603
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2539

1.เพื่อทำนายเจตนาต่อการเลือกศึกษาต่อในหลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิจัยการศึกษา (ภาคนอกเวลาราชการ) ของครู-อาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลตามแนวทฤษฎีการกระทำด้วยเหตุผล 2.เพื่อศึกษาความคิดเห็นของผู้บริหาร ครู-อาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาเกี่ยวกับการบริหารหลักสูตร และการเรียนการสอน ความพร้อมและความสนใจที่มีต่อหลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิจัยการศึกษา (ภาคนอกเวลาราชการ) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยมี 2 ฉบับ คือ 1) แบบสอบถามผู้บริหาร 2) แบบสอบถามครู-อาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งสร้างขึ้นตามทฤษฎีการกระทำด้วยเหตุผลของฟิชบายน์และไอเซ็นผลการวิจัยพบว่า 1. การทำนายเจตนาเชิงพฤติกรรมการเลือกศึกษาต่อในหลักสูตรฯ พบว่า 1.1 เจตคติและการคล้อยตามกลุ่มอ้างอิง สามารถทำนายเจตนาต่อการเลือกศึกษาต่อในหลักสูตรมหาบัณฑิต สาขาวิจัยการศึกษา (ภาคนอกเวลาราชการ) ได้อย่างมีนัยสำคัญ 1.2 เจตคติ การคล้อยตามกลุ่มอ้างอิงและอายุ ร่วมกันทำนายเจตนาต่อการเลือกศึกษาต่อในหลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิจัยการศึกษา (ภาคนอกเวลาราชการ) ได้อย่างมีนัยสำคัญ 1.3 กลุ่มตัวอย่าง ครู-อาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 1,113 คน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 71 มีเจตนาจะเลือกศึกษาต่อในหลักสูตรฯ นี้ 2. ผลการศึกษาความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารหลักสูตรและการเรียนการสอน ความพร้อมและความสนใจของกลุ่มตัวอย่างผู้บริหาร และกลุ่มตัวอย่างครู-อาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา ปรากฏผล ดังนี้ 2.1 ผู้บริหารส่วนใหญ่มีความเห็นด้วยกับการสนับสนุนให้บุคลากรในหน่วยงานของตนได้ศึกษาในหลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิจัยการศึกษา (ภาคนอกเวลาราชการ) เพื่อการพัฒนาบุคลากรและการเรียนการสอนในหน่วยงานให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น และยังช่วยแก้ปัญหาเกี่ยวกับการขาดแคลนบุคลากรในขณะศึกษาต่อได้ เนื่องจากเป็นการศึกษาภาคนอกเวลาราชการ 2.2 ในส่วนของผู้ตอบแบบสอบถามกลุ่มครู-อาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา ได้แสดงความเห็นด้วยกับการเปิดหลักสูตรฯ นี้ เช่นเดียวกับกลุ่มผู้บริหาร เมื่อพิจารณาแยกตามกลุ่มที่มีเจตนาจะเลือกและกลุ่มที่มีเจตนาจะไม่เลือกศึกษาต่อในหลักสูตรฯ พบว่าทั้งสองกลุ่มมีความคิดเห็นสอดคล้องกันในเรื่องเกี่ยวกับการเลือกวัน คือ เลือกวันศุกร์และวันเสาร์ ในส่วนเกี่ยวกับการประเมินผลการเรียน กลุ่มตัวอย่างครู-อาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาส่วนใหญ่มีความเห็นว่า ควรที่จะประเมินผลการเรียนรายวิชาด้วยการทำรายงาน และเห็นด้วยที่จะให้เลือกแผนการศึกษาในการจัดทำวิทยานิพนธ์หรือสอบ Comprehensive อย่างใดอย่างหนึ่ง

บรรณานุกรม :
ผานิต วิมลรัตน์ปัญญา . (2539). การวิเคราะห์ความต้องการศึกษาต่อในหลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิจัยการศึกษา ภาคนอกเวลาราชการ ของครู-อาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ผานิต วิมลรัตน์ปัญญา . 2539. "การวิเคราะห์ความต้องการศึกษาต่อในหลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิจัยการศึกษา ภาคนอกเวลาราชการ ของครู-อาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ผานิต วิมลรัตน์ปัญญา . "การวิเคราะห์ความต้องการศึกษาต่อในหลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิจัยการศึกษา ภาคนอกเวลาราชการ ของครู-อาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2539. Print.
ผานิต วิมลรัตน์ปัญญา . การวิเคราะห์ความต้องการศึกษาต่อในหลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิจัยการศึกษา ภาคนอกเวลาราชการ ของครู-อาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2539.