ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การเปรียบเทียบคุณภาพของการกำหนดมาตรฐานระหว่างวิธีแองกอฟที่ได้รับการปรับปรุงกับวิธีบุ๊คมาร์ค

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การเปรียบเทียบคุณภาพของการกำหนดมาตรฐานระหว่างวิธีแองกอฟที่ได้รับการปรับปรุงกับวิธีบุ๊คมาร์ค
นักวิจัย : สุรีพร อนุศาสนนันท์
คำค้น : ปริญญาดุษฎีบัณฑิต , การวัดผลทางการศึกษา , การประเมินผลทางการศึกษา
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ศิริเดช สุชีวะ , ชูศักดิ์ ขัมภลิขิต , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2550
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/19722
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ด.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อเปรียบเทียบคุณภาพของการกำหนดมาตรฐานระหว่างวิธีการแองกอฟที่ได้รับการปรับปรุงกับวิธีการบุ๊คมาร์ค โดยพิจารณาจาก ความตรง และความเที่ยง ความเหมาะสมและความเป็นไปได้ 2) เพื่อศึกษาผลของจำนวนผู้ตัดสิน และจำนวนครั้งที่มีต่อการกำหนดมาตรฐานด้วยวิธีการแองกอฟที่ได้รับการปรับปรุง และวิธีการบุ๊คมาร์ค กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย ครูผู้สอนวิชาคณิตศาสตร์ ซึ่งเป็นผู้ตัดสินจำนวน 12 คน และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2549 จำนวน 987 คน ในจังหวัดชลบุรี เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 4 ฉบับ รวม 100 ข้อ ผลการสอบนำมาวิเคราะห์ค่าความยาก อำนาจจำแนก โดยใช้ทฤษฎีตอบสนองข้อสอบ ข้อมูลการกำหนดมาตรฐานทั้งสองวิธีจากผู้ตัดสินนำมาวิเคราะห์หาค่าความเที่ยงโดยใช้ทฤษฎีสรุปอ้างอิง วิเคราะห์ความตรงคือ หาสหสัมพันธ์ ส่วนความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในการนำไปใช้วิเคราะห์โดย มัธยฐาน และพิสัยระหว่างควอไทล์ ผลการวิจัยพบว่า 1. แบบสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน มีคะแนนจุดตัดที่กำหนดด้วยวิธีแองกอฟที่ได้รับการปรับปรุง 7 ระดับคือ ระดับดีเยี่ยม (A) ระดับดีมาก (B+) ระดับดี (B) ระดับดีพอใช้ (C+) ระดับพอใช้ (C) ระดับอ่อน (D+) และระดับอ่อนมาก (D) ครั้งที่ 1 มีค่า 72.86, 64.31, 56.18, 43.37, 33.59, 21.34 และ 12.98 ตามลำดับ ครั้งที่ 2 มีค่า 73.28, 63.74, 55.28, 45.11, 35.67, 22.94, 12.51 ตามลำดับ ครั้งที่ 3 มีค่า 73.49, 63.25, 52.82, 52.82, 41.46, 31, 19.07, 11.72 ตามลำดับ และมีคะแนนจุดตัดด้วยวิธีบุ๊คมาร์ค ครั้งที่ 1 มีค่า 80.42, 65.75 47.5, 33.17, 24, 14.75, 7.83 ตามลำดับ ครั้งที่ 2 เท่ากับ 80.58, 66.67, 47.5, 33.75, 24.58, 14.75, 7.83 ตามลำดับ และครั้งที่ 3 มีค่า 80.92, 64.08, 47.33, 34, 24.08, 14.83, 7.92 ตามลำดับ 2. การกำหนดมาตรฐานด้วยวิธีบุ๊คมาร์คมีค่าความเที่ยงสูงกว่าวิธีแองกอฟที่ได้รับการปรับปรุงอย่างมีนัยสำคํญทางสถิติที่ระดับนัยสำคัญ .01 ทั้ง 7 ระดับ 3. ค่าความตรงของการกำหนดมาตรฐาน โดยพิจารณาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างระดับผลการเรียนที่นักเรียนได้รับจากโรงเรียน กับระดับมาตรฐานที่กำหนดด้วยวิธีแองกอฟที่ได้รับการปรับปรุง เท่ากับ .661 - .678 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างระดับผลการเรียนที่นักเรียนได้รับจากโรงเรียน กับระดับมาตรฐานที่กำหนดด้วยวิธีบุ๊คมาร์ค เท่ากับ .533 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และเมื่อทดสอบความแตกต่างที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .05 พบว่า ไม่แตกต่างกัน 4. ค่าเฉลี่ยความคิดเห็นของผู้ตัดสินเกี่ยวกับความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในการนำไปใช้ของวิธีบุ๊คมาร์คมากกว่าวิธีแองกอฟที่ได้รับการปรับปรุงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 5. ค่าความเที่ยงของการกำหนดมาตรฐานมีค่าเพิ่มขึ้น เมื่อจำนวนผู้ตัดสิน และจำนวนครั้งเพิ่มขึ้น

บรรณานุกรม :
สุรีพร อนุศาสนนันท์ . (2550). การเปรียบเทียบคุณภาพของการกำหนดมาตรฐานระหว่างวิธีแองกอฟที่ได้รับการปรับปรุงกับวิธีบุ๊คมาร์ค.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุรีพร อนุศาสนนันท์ . 2550. "การเปรียบเทียบคุณภาพของการกำหนดมาตรฐานระหว่างวิธีแองกอฟที่ได้รับการปรับปรุงกับวิธีบุ๊คมาร์ค".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุรีพร อนุศาสนนันท์ . "การเปรียบเทียบคุณภาพของการกำหนดมาตรฐานระหว่างวิธีแองกอฟที่ได้รับการปรับปรุงกับวิธีบุ๊คมาร์ค."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550. Print.
สุรีพร อนุศาสนนันท์ . การเปรียบเทียบคุณภาพของการกำหนดมาตรฐานระหว่างวิธีแองกอฟที่ได้รับการปรับปรุงกับวิธีบุ๊คมาร์ค. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2550.