ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ฤทธิ์ของสารสกัดจากผลมะปรางและหมากเม่าต่อภาวะความจำบกพร่องและความซึมเศร้าและการวิเคราะห์องค์ประกอบเคมี

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ฤทธิ์ของสารสกัดจากผลมะปรางและหมากเม่าต่อภาวะความจำบกพร่องและความซึมเศร้าและการวิเคราะห์องค์ประกอบเคมี
นักวิจัย : สุภาวดี ดาวดี
คำค้น : ภาวะความจำเสื่อม , มะปราง , ฤทธิ์ต้านภาวะซึมเศร้า , หมากเม่า , แร่ธาตุ
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2556
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG5420051 , http://research.trf.or.th/node/8404
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยนี้เป็นการศึกษาฤทธิ์ทางชีวภาพของมะปรางและหมากเม่า โดยมุ่งเน้นถึงฤทธิ์ที่เกี่ยวข้อง กับระบบประสาทวิทยา รวมถึงวิเคราะห์องค์ประกอบที่สำคัญ เช่น เบต้าแคโรทีน หรือ แร่ธาตุ ฤทธิ์ในการ ฟื้นฟูประสิทธิภาพการเรียนรู้และความจำ ของสารสกัดจากผลมะปรางและหมากเม่า 4 กลุ่มคือ น้ำคั้นจากผล หมากเม่า สารสกัดหมากเม่าด้วยเอทานอล น้ำคั้นจากผลมะปราง และ สารสกัดผลมะปรางด้วยเอทานอล จากการสกัดตัวอย่างผลมะปรางและหมากเม่าได้ร้อยละของปริมาณสารสกัด (%yield) จากทั้ง 2 วิธี ดังนี้คือ จากส่วนของน้ำคั้น พบร้อยละของปริมาณสารสกัดที่ได้เทียบกับน้ำหนักสดและทำให้แห้งด้วยวิธี freeze drying เท่ากับ 2.14 % (มะปราง) และ 4.03 % (หมากเม่า) และจากการสกัดด้วย 95% เอธานอลและทำให้แห้งด้วย เครื่อง rotary evaporator พบร้อยละของปริมาณสารสกัดที่ได้เทียบกับน้ำหนักสด เท่ากับ 1.11 % (มะปราง) และ 0.06 % (หมากเม่า) และพบร้อยละของปริมาณสารสกัดที่ได้เทียบกับน้ำหนักแห้ง เท่ากับ 8.25 % (มะปราง) และ 6.24 % (หมากเม่า) โดยทดสอบทั้งใน In Vitro cell culture และ In Vivo ผลการวิจัยพบว่า สารสกัดจากผลมะปรางและหมากเม่า 4 กลุ่มมีคุณสมบัติในการกำจัดอนุมูลอิสระเมื่อทดสอบด้วยวิธี ABTS assay โดยสารสกัดของผลมะปรางในชั้นเอทานอล มีฤทธิ์ต้านออกซิเดชั่นแรงที่สุดด้วยค่า IC50 = 73.28 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร สำหรับการทดสอบฤทธิ์ในการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์อะซีตีลโคลีนเอสเทอเรส พบว่าสารสกัดทั้ง 4 ชนิดไม่มีฤทธิ์ในการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์อะซีตีลโคลีนเอสเทอเรส และจากการ ทดสอบในเซลล์เพาะเลี้ยง พบว่าสารสกัดทั้ง 4 ชนิดมีฤทธิ์ดีในการป้องกันการทำลายเซลล์ประสาททั้งจาก ภาวะ oxidative stress ที่ถูกเหนี่ยวนำโดย hydrogen peroxide และจาก beta amyloid โดยสารที่สกัดด้วย เอทานอล มีฤทธิ์ในการป้องกันการทำลายเซลล์ประสาทได้ดีกว่าน้ำคั้น และเมื่อนำสารสกัดมะปรางและหมาก เม่าในชั้นเอทานอล มาทดสอบฤทธิ์ในการป้องกันภาวะความจำเสื่อมที่ถูกเหนี่ยวนำโดย Scopolamine ใน แบบจำลองสัตว์ทดลอง Morris water maze test และ Modified Y-maze test พบว่าสารสกัดมะปรางและ หมากเม่าในขนาด 0.25 มก/กก สามารถลดเวลาในการหาแผ่นรอง (Escape latency time)ในการทดสอบ Morris water maze และสามารถเพิ่ม % of a new arm entry ในการทดสอบ Modified Y-maze test ของ สัตว์ทดลองได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับ Scopolamine เพียงอย่างเดียว ซึ่งจากผล การทดลองทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่าทั้งสารสกัดจากผลมะปรางและผลหมากเม่ามีผลเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ และความจำและสามารถป้องกันภาวะความจำเสื่อมที่ถูกเหนี่ยวนำโดย Scopolamine ได้ โดยมีผลทั้ง spatial short-term memory (ความจำระยะสั้น) และ spatial long term memory (ความจำระยะยาว) ส่วนฤทธิ์ต้านภาวะซึมเศร้า ทดสอบทั้งในหนูปกติและหนูที่ถูกเลี้ยงดูภายใต้สภาวะเครียดอย่างอ่อน เป็นระยะเวลานาน (unpredictable chronic mild stress, UCMS) พบว่าในหนูปกตินั้นสารสกัดมะปรางและ หมากเม่า ให้ผลในการลดพฤติกรรมซึมเศร้าได้ดีกว่าน้ำคั้นมะปรางและหมากเม่า ทั้งในแบบทดสอบ forced swimming test (FST) และ tail suspension test (TST) โดยไม่มีผลเปลี่ยนแปลง locomotor activity ใน แบบทดสอบ open field test (OFT) จึงเลือกเฉพาะส่วนสารสกัดชั้นเอทานอลของมะปรางและหมากเม่าไป ศึกษาในแบบจำลองหนูไมซ์ที่ถูกเหนี่ยวนำให้มีภาวะซึมเศร้าจากการเลี้ยงดูภายใต้สภาวะเครียดอย่างอ่อน เป็นระยะเวลานาน 5 สัปดาห์ พบว่าหนูกลุ่มที่ได้รับความเครียด จะมีการบริโภคซูโครส ลดลงอย่างมี นัยสำคัญเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม และเมื่อหนูได้รับสารสกัดเอทานอลของมะปรางและหมากเม่าใน ขนาด 500 มก/กก/วัน เป็นเวลา 14 วันสามารถที่จะเพิ่มการบริโภคซูโครสขึ้นมาได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบ กับหนูที่ไม่ได้รับสารสกัด และเมื่อทดสอบด้วย FST และ TST ก็ให้ผลในการต้านซึมเศร้าโดยลด immobility time ได้ เช่นเดียวกับยาต้านซึมเศร้ามาตรฐาน imipramine 25 มก/กก/วัน โดยกลไกในการต้านภาวะซึมเศร้า 5 น่าจะมาจากการที่สารสกัดเอทานอลทั้งของมะปรางและหมากเม่าสามารถที่จะทำให้การแสดง ออกของยีน cAMP response element-binding (CREB) และ Brain derived neurotrophic factor (BDNF) mRNA ใน สมองส่วน hippocampus กลับมาสู่สภาวะปกติได้ เมื่อเปรียบเทียบกับหนูกลุ่มที่ได้รับความเครียดอย่างอ่อน เป็นระยะเวลานานที่มีการลดการแสดงออกของยีนทั้งสองตัวนี้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนี้ ความเครียดยังส่งผลต่อการเกิด lipid peroxidation ของสมองอีกด้วย โดยหนูกลุ่ม UCMS จะมีการเกิด lipid peroxidation ในสมองมากกว่ากลุ่มควบคุมที่ไม่ได้รับความเครียดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และสารสกัด มะปรางและหมากเม่าสามารถยับยั้งการเกิด lipid peroxidation ในสมองได้ด้วย นอกจากนั้น จากการศึกษาปริมาณแร่ธาตุและแคโรทีนอยด์จากส่วนสกัดทั้งสองของผลสุกจากพืชทั้ง สองชนิด พบว่าสารสกัดผลมะปรางในส่วนน้ำคั้นและ 95% เอทานอล พบทองแดง (4.38±0.10 และ 1.57±0.03 ไมโครกรัม/กรัม) เหล็ก (7.48±0.59 และ 7.19±0.22 ไมโครกรัม/กรัม) สังกะสี (3.24±0.06 และ 1.14±0.05 ไมโครกรัม/กรัม) ลิเทียม (0.35±0.02 และ 0.22±0.02 ไมโครกรัม/กรัม) ตะกั่ว (ไม่พบในส่วนน้ำ คั้น และ 7.19±0.22 ไมโครกรัม/กรัมจากส่วนสกัดเอทานอล) แคลเซียม (3.87±0.04 และ 113.7±0.21 ไมโครกรัม/กรัม) แมกนีเซียม (0.33±0.00 และ 0.01±0.00 มิลลิกรัม/กรัม) แต่จากวิธีที่ใช้ในการวิเคราะห์ไม่ พบซีลีเนียมและโบรอน และพบว่าปริมาณแคโรทีนอยด์รวมมีค่าเท่ากับ 0.13±0.002 และ 13.29±0.002 มิลลิกรัม/กรัม ส่วนสารสกัดผลหมากเม่าในส่วนน้ำคั้นและ 95% เอทานอล พบทองแดง (2.39±0.14 และ 2.31±0.06 ไมโครกรัม/กรัม) เหล็ก (18.96±0.54 และ 16.42±0.76 ไมโครกรัม/กรัม) สังกะสี (30.28±0.20 และ 20.66±0.22 ไมโครกรัม/กรัม) ลิเทียม (0.45±0.01 และ 0.34±0.05 ไมโครกรัม/กรัม) ตะกั่ว (0.15±0.02 และ 7.21±0.47 ไมโครกรัม/กรัม) แคลเซียม (1.44±0.01 และ 1.37±0.01 มิลลิกรัม/กรัม) แมกนีเซียม (1.68±0.01 และ 3.21±0.01 มิลลิกรัม/กรัม) แต่จากวิธีที่ใช้ในการวิเคราะห์ไม่พบซีลีเนียมและโบรอน และ พบว่าปริมาณแคโรทีนอยด์รวมมีค่าเท่ากับ 0.06±0.14 และ 0.64±0.06 มิลลิกรัม/กรัม โดยสรุปพบว่าจากผล สุกของผลไม้ทั้งสองชนิดพบแร่ธาตุหลายชนิดอาทิเช่น แคลเซียม แมกนีเซียม ทองแดง สังกะสี เหล็ก และพบ ปริมาณแคโรทีนอยด์กับ เบต้า-แคโรทีนในปริมาณที่สูงในมะปราง ซึ่งจะเป็นข้อมูลทางโภชนาการที่สำคัญใน การส่งเสริมการบริโภคผลไม้ทั้งสองชนิดนี้ต่อไป ผลการวิจัยทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่าสารสกัดจากผลมะปรางและหมากเม่าซึ่งมีฤทธิ์ฟื้นฟูประสิทธิภาพ การเรียนรู้และความจำและฤทธิ์ต้านภาวะซึมเศร้าในสัตว์ทดลอง น่าจะเป็นผลไม้ที่มีศักยภาพในการพัฒนา ต่อไปเป็นยารักษาโรคทางระบบประสาทเช่นโรคอัลไซเมอร์และโรคซึมเศร้า แต่อย่างไรก็ตามกลไกการออก ฤทธิ์ของสารเหล่านี้ยังคงต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมในการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ต่อไป In searching for a promising candidate for treatment of neurodegenerative diseases such as Alzheimer or depression, the Bouea macrophylla Griffith and Antidesma velutinosum Blume extracts were investigated for neuroprotective effects by in Vitro, in cell culture and in Vivo models. From the extraction, the percent yield of water extract compared to fresh weight was 2.14% (B. macrophylla) and 4.03% (A. velutinosum) and the percent yield of the extraction using 95% ethanol was 1.11% (B. macrophylla) and 0.06% (A. velutinosum) when compared to fresh weight and 8.25% (B. macrophylla) and 6.24% (A. velutinosum) when compared to dried weight. For radical scavenging activity, all 4 extracts including ethanol extract and water extract of the B. macrophylla Griffith and A. velutinosum Blume showed an ability to scavenge ABTS radical. The ethanol extract of the Bouea macrophylla Griffith was the most potent extract with IC50 of 73.28 μg/ml. For acetylcholinesterase inhibitory action assessed by Ellman’s colorimetric method, all 4 extracts showed no effect on acetylcholinesterase activity. In cell culture model, the four extracts exhibited protective effect against hydrogen peroxide and beta-amyloid-induced cell damage. The ethanol extracts were more potent than the extracts of water in the reduction of cell death. The ethanol extracts of both Bouea macrophylla Griffith and Antidesma velutinosum Blume were furthur investigated on the improvement of memory deficit in mice induced by scopolamine via Morris water maze test and modified Y-maze test. The results exhibited that both extracts at 250 g/kg could improve the memory deficit induced by scopolamine in both water maze test and modified Y-maze test which reflects in long-term memory and short-term memory, respectively. The effects of the Bouea macrophylla Griffith and Antidesma velutinosum on antidepressivelike activity in mouse model were determined. For screening activity, fruit juice and the ethanol extract of the Bouea macrophylla Griffith (Maprang) and Antidesma velutinos (Mamao) showed the decreasing in immobility time in both forced swimming test (FST and tail suspension test (TST) without the effects on locomotor activity. The higher immobility time indicates a greater depressive state. The efficacy of the Ma Mao fruits juice and ethanolic extracts were found to be comparable to that of imipramine (25 mg/kg, i.p). In chronic treatment model of unpredictable chronic mild stress model, the ethanol extracts of Maprang and Mamao were evaluated. The results showed that the ethanol extracts of Maprang and Mamao significantly increased the sucrose consumption when compared with UCMS group. Chronic treatment of the ethanol extracts of Maprang and Mamao (500 mg/kg/days, 14 days) exhibited the decreasing of immobility time in both TST and FST, when compared with UCMS group. The mechanism underlying depressive activity may be involved in the effect of Maprang and Mamao on increasing CREB and BDNF mRNA expression. Because chronic mild stress significantly reduced these mRNA expressions when compare with nonstress control group. In addition, UCMS procedure induced the lipid peroxidation in mice brain. Chronic treatment of the ethanol extracts of Maprang and Mamao exhibited the inhibitory effect on lipid peroxidation. However, the exact mechanism of action should be further clarified to provide the strong evidences supporting the consumption and harvest of Thai fruits.

บรรณานุกรม :
สุภาวดี ดาวดี . (2556). ฤทธิ์ของสารสกัดจากผลมะปรางและหมากเม่าต่อภาวะความจำบกพร่องและความซึมเศร้าและการวิเคราะห์องค์ประกอบเคมี.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สุภาวดี ดาวดี . 2556. "ฤทธิ์ของสารสกัดจากผลมะปรางและหมากเม่าต่อภาวะความจำบกพร่องและความซึมเศร้าและการวิเคราะห์องค์ประกอบเคมี".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สุภาวดี ดาวดี . "ฤทธิ์ของสารสกัดจากผลมะปรางและหมากเม่าต่อภาวะความจำบกพร่องและความซึมเศร้าและการวิเคราะห์องค์ประกอบเคมี."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2556. Print.
สุภาวดี ดาวดี . ฤทธิ์ของสารสกัดจากผลมะปรางและหมากเม่าต่อภาวะความจำบกพร่องและความซึมเศร้าและการวิเคราะห์องค์ประกอบเคมี. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2556.