ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

พฤติกรรมของระบบเอบีอาร์ในการกำจัดไนเทรตและซัลเฟตในน้ำเสียสังเคราะห์

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : พฤติกรรมของระบบเอบีอาร์ในการกำจัดไนเทรตและซัลเฟตในน้ำเสียสังเคราะห์
นักวิจัย : มนต์ชัย พุ่มแก้ว
คำค้น : น้ำเสีย -- การบำบัด , ไนโตรเจน , ดีไนตริฟิเคชัน , น้ำเสีย -- การบำบัด -- การกำจัดไนโตรเจน
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : วิบูลย์ลักษณ์ พึ่งรัศมี , มั่นสิน ตัณฑุลเวศม์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิศวกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2552
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/19689
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วศ.ม)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552

วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้ทำเพื่อศึกษาพฤติกรรมแบคทีเรียกลุ่มไร้อากาศในระบบเอบีอาร์รวมถึงประสิทธิภาพของระบบฯ ในการบำบัดน้ำเสียสังเคราะห์ที่มีไนเทรตและซัลเฟตในน้ำเสียสังเคราะห์ การทดลองถูกแบ่งออกเป็นสองช่วงคือ ช่วงการทดลองที่ 1 ประกอบด้วย 3 ชุดการทดลองซึ่งเดินระบบด้วยถังปฏิกรณ์เอบีอาร์ 3 ชุดแยกกันและเดินระบบพร้อมกัน ทุกถังปฏิกรณ์เป็นแบบเปิดฝาบนและมีปริมาตรใช้งาน 16 ลิตรถูกแบ่งออกเป็น 4 ช่องถังขนาดเท่ากัน เวลากักน้ำ (HRT) ของถังเอบีอาร์แต่ละชุดนาน 2 วัน หัวเชื้อตะกอนเริ่มต้นที่ใช้ได้จากถังหมักเศษผักและผลไม้ น้ำเสียสังเคราะห์ที่จ่ายเข้าระบบเตรียมจากน้ำประปาโดยมีน้ำตาลทรายเป็นแหล่งสารอินทรีย์คาร์บอน แต่ละชุดการทดลองเดินระบบต่อเนื่องโดยมีอัตราส่วนซีโอดีต่อไนโตรเจน (ไนเทรตและไนไทรต์) (COD/NOx-N) ที่แตกต่างกันคือ 1.43±0.23 5.49±0.62 และ 10.37±0.74 มก.ซีโอดี/มก.ไนโตรเจน และมีอัตราส่วนซีโอดีต่อซัลเฟต (COD/Sulfate) เท่ากับ 0.65±0.11 2.52±0.23 และ 4.77±0.23 มก.ซีโอดี/มก.ซัลเฟตตามลำดับ ผลการทดลองพบว่าค่าอัตราส่วน COD/NOx-N ที่ให้ประสิทธิภาพการกำจัดไนเทรตและซัลเฟตดีที่สุดคือ 5.49±0.62 โดยไนเทรตสามารถถูกกำจัดจนเกือบ 100% ในช่องที่ 2 ของถังปฏิกรณ์ ส่วนซัลเฟตสามารถถูกกำจัดได้ประมาณ 48% ในช่องที่ 4 ของถังปฏิกรณ์ แต่ที่ค่าอัตราส่วน COD/NOx-N 1.43±0.23 พบการสะสมตัวของไนไทรต์จำนวนมากในระบบฯ แสดงถึงการเกิดกระบวนการดีไนทริฟิเคชันที่ไม่สมบูรณ์เนื่องจากปริมาณซีโอดีที่ไม่เพียงพอ แต่อย่างไรก็ตามที่ค่าอัตราส่วน COD/NOx-N 10.37±0.74 ซัลเฟตกลับถูกกำจัดได้ต่ำกว่า 10% ซึ่งอาจเป็นผลจากการยับยั้งกระบวนการซัลเฟตรีดักชัน ในช่วงการทดลองที่ 2 เป็นการศึกษาผลของปริมาณเฟอร์ริก-ไอออน (Fe3+) ที่เติมเป็นอัตราส่วนกับซีโอดีแตกต่างกัน 2 ค่า (Fe3+: COD) คือ 0.02 และ 0.10 มก.เหล็ก/กรัมซีโอดี ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าการเติมเฟอร์ริกไอออนในปริมาณที่มากกว่า (Fe3+: COD เท่ากับ 0.10 มก.เหล็ก/กรัมซีโอดี) สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการกำจัดซัลเฟตอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ยังพบว่าการเติมเฟอร์ริกไอออนในปริมาณต่ำส่งผลให้ไนเทรตจำนวนมากถูกเปลี่ยนเป็นแอมโมเนียด้วยกระบวนการดีเอ็นอาร์เอ (Dissimilatory Nitrate Reduction to Ammonia ; DNRA) ในช่องที่ 1 ของถังปฏิกรณ์ ดังนั้นปริมาณการเติมเฟอร์ริกไอออนน่าจะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงกระบวนการระหว่างดีไนทริฟิเคชันและดีเอ็นอาร์เอ

บรรณานุกรม :
มนต์ชัย พุ่มแก้ว . (2552). พฤติกรรมของระบบเอบีอาร์ในการกำจัดไนเทรตและซัลเฟตในน้ำเสียสังเคราะห์.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
มนต์ชัย พุ่มแก้ว . 2552. "พฤติกรรมของระบบเอบีอาร์ในการกำจัดไนเทรตและซัลเฟตในน้ำเสียสังเคราะห์".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
มนต์ชัย พุ่มแก้ว . "พฤติกรรมของระบบเอบีอาร์ในการกำจัดไนเทรตและซัลเฟตในน้ำเสียสังเคราะห์."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552. Print.
มนต์ชัย พุ่มแก้ว . พฤติกรรมของระบบเอบีอาร์ในการกำจัดไนเทรตและซัลเฟตในน้ำเสียสังเคราะห์. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2552.