ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การสังเคราะห์ชูการ์แฟตตีแอซิดเอสเทอร์และเมทิลเอสเทอร์ด้วยไลเพสจากยีสต์ที่คัดแยกได้ในประเทศไทย

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การสังเคราะห์ชูการ์แฟตตีแอซิดเอสเทอร์และเมทิลเอสเทอร์ด้วยไลเพสจากยีสต์ที่คัดแยกได้ในประเทศไทย
นักวิจัย : ธนธร วิทิตศานต์
คำค้น : ยีสต์
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : วรวุฒิ จุฬาลักษณานุกูล , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิทยาศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2553
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/19388
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553

จากยีสต์ทั้งสิ้น 49 ไอโซเลต ที่คัดแยกจากตัวอย่างที่ปนเปื้อนน้ำมันในบริเวณต่างๆ บนเกาะสีชัง พบว่ามีไลโปไลติกยีสต์ 17 ไอโซเลต โดยยีสต์ไอโซเลต SRY14-3 มีความสามารถในการเร่งปฏิกิริยาไฮโดรไลซิสเท่ากับ 2.304±0.104 ยูนิตต่อมิลลิลิตร มีเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์ของปฏิกิริยาเอสเทอริฟิเคชันและทรานเอสเทอริฟิเคชันเท่ากับ 17.84±0.79 และ 25.27± 1.31เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ เมื่อศึกษาหาสภาวะที่เหมาะสมต่อการผลิตไลเพสจากยีสต์ SRY14-3 พบว่าอาหารเลี้ยงเชื้อที่เหมาะสมประกอบด้วย น้ำมันเมล็ดฝ้าย 1.44 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักต่อปริมาตร ยีสต์สกัด 1.17 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักต่อปริมาตร น้ำตาลซูโครส 1.40 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักต่อปริมาตร โพแทสเซียมไดไฮโดรเจนฟอสเฟต 1 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักต่อปริมาตรและแมกนีเซียมซัลเฟต 0.1 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักต่อปริมาตร บ่มที่อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส ค่าความเป็นกรดด่างเท่ากับ 5.0 ความเร็วรอบในการเขย่าเท่ากับ 200 รอบต่อนาที เป็นเวลา 4 วัน โดยมีค่าแอกทิวิตีไฮโดรไลซิสสูงสุดเท่ากับ 4.85±0.15 ยูนิตต่อมิลลิลิตร ไลเพสที่ได้มีสภาวะที่เหมาะสมต่อการทำงานที่อุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส ค่าความเป็นกรดด่าง 6.0 โดยสามารถคงตัวที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 30 นาที และที่ช่วงความเป็นกรดด่างระหว่าง 3-9 เป็นเวลา 24 ชั่วโมง จากนั้นนำไลเพสมาประยุกต์ใช้ในการเร่งปฏิกิริยาการสังเคราะห์ชูการ์แฟตตีแอซิดเอสเทอร์พบว่าน้ำตาลฟรักโทสและกรดปาล์มมิติกเป็นสารตั้งต้นที่เหมาะสมที่สุด โดยมีเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์เท่ากับ 5.95±0.96 เปอร์เซ็นต์ และสามารถเร่งปฏิกิริยาการสังเคราะห์เมทิลเอสเทอร์ได้สูงถึง 88.92 เปอร์เซ็นต์ เมื่อใช้น้ำมันปาล์มและเมทานอลเป็นสารตั้งต้นในสภาวะที่มีปริมาณเอนไซม์เท่ากับ 95 ยูนิตต่อน้ำมัน 3 กรัม อัตราส่วนโดย โมลของน้ำมันต่อเมทานอลเท่ากับ 1:7.5 ปริมาณน้ำเท่ากับ 50.7 เปอร์เซ็นต์โดยปริมาตรต่อปริมาตรน้ำมัน และปริมาณซิลิกาเจลเท่ากับ 16.6 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักต่อน้ำหนักน้ำมัน อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส ความเร็วรอบ 600 รอบต่อนาที โดยกำจัดกลีเซอรอลในชั่วโมงที่ 12 และทำปฏิกิริยาในสภาวะเดิมจนครบ 24 ชั่วโมง

บรรณานุกรม :
ธนธร วิทิตศานต์ . (2553). การสังเคราะห์ชูการ์แฟตตีแอซิดเอสเทอร์และเมทิลเอสเทอร์ด้วยไลเพสจากยีสต์ที่คัดแยกได้ในประเทศไทย.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธนธร วิทิตศานต์ . 2553. "การสังเคราะห์ชูการ์แฟตตีแอซิดเอสเทอร์และเมทิลเอสเทอร์ด้วยไลเพสจากยีสต์ที่คัดแยกได้ในประเทศไทย".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธนธร วิทิตศานต์ . "การสังเคราะห์ชูการ์แฟตตีแอซิดเอสเทอร์และเมทิลเอสเทอร์ด้วยไลเพสจากยีสต์ที่คัดแยกได้ในประเทศไทย."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553. Print.
ธนธร วิทิตศานต์ . การสังเคราะห์ชูการ์แฟตตีแอซิดเอสเทอร์และเมทิลเอสเทอร์ด้วยไลเพสจากยีสต์ที่คัดแยกได้ในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2553.