ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

แนวทางการปรับปรุงคุณภาพเชิงทัศน์บริเวณมุมมองสำคัญของสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ในเขตเมืองเชียงใหม่

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : แนวทางการปรับปรุงคุณภาพเชิงทัศน์บริเวณมุมมองสำคัญของสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ในเขตเมืองเชียงใหม่
นักวิจัย : สุพิชฌาย์ เมืองศรี
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : อังสนา บุณโยภาส , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2553
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/19380
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ภ.สถ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553

เชียงใหม่เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอย่างมากแห่งหนึ่งของประเทศไทย ทุกปีจะมี นักท่องเที่ยวนับล้านคนมาเที่ยวเชียงใหม่และถ่ายภาพสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆจากมุมมองที่สวยงามเพื่อเป็นที่ ระลึก ดังนั้นมุมมองจึงเป็นสิ่งสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยว แต่ในปัจจุบันมุมมองสำคัญนี้กำลังประสบ ปัญหาด้านคุณภาพเชิงทัศน์อย่างมาก อันมีสาเหตุจากความต้องการอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว มากเกินความจำเป็น และมีการจัดวาง สิ่งอำนวยความสะดวก และสิ่งประกอบบริเวณใกล้มุมมองเหล่านี้ใน สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ โดยไม่คำนึงถึงตำแหน่งและปริมาณที่เหมาะสม การวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายในการค้นหา แนวทางการปรับปรุงคุณภาพเชิงทัศน์บริเวณมุมมองสำคัญของสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ในเขตเมือง เชียงใหม่ ภายใต้แนวคิดที่ยอมให้การพัฒนาเกิดควบคู่กับการอนุรักษ์คุณค่าของสถานที่นั้นๆได้ การดำเนินงานแบ่งออกเป็น 4 ส่วน คือ (1) กำหนดพื้นที่ศึกษาซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทาง ประวัติศาสตร์ของเชียงใหม่ที่ถูกแนะนำจากสื่อสาธารณะต่างๆมากที่สุด 3 แห่ง ซึ่งได้แก่ วัดพระธาตุดอยสุเทพ ราชวรวิหาร วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร และวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร จากนั้นกำหนดจุดมุมมองสำคัญของสถานที่ เหล่านี้ จากการรวบรวมมุมมองที่ปรากฏในภาพถ่ายตามสื่อสาธารณะต่างๆ (2) ทำการประเมินเชิงทัศน์แต่ละ มุมมองสำคัญ โดยสร้างกระบวนการในการประเมินเชิงทัศน์ที่ผสมผสานกับการวิเคราะห์ด้วย Viewshade ใน ระบบภูมิสารสนเทศ แล้วทำการประเมินผลกระทบเชิงทัศน์จากการวิเคราะห์ระดับความขัดแย้งระหว่าง องค์ประกอบที่สร้างผลกระทบกับองค์ประกอบหลักในภูมิทัศน์ แล้วทำการวิเคราะห์ระดับการถูกปิดบังของแต่ ละองค์ประกอบที่สร้างผลกระทบ เพื่อให้ทราบสาเหตุและระดับความรุนแรงของผลกระทบ (3) กำหนด แนวทางในการปรับปรุงคุณภาพเชิงทัศน์ด้วยการสร้างภาพจำลอง 4 แนวทางเลือกในการปรับปรุง แล้วสร้าง สมุดภาพแบบสอบถาม เพื่อนำไปสำรวจความคิดเห็นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้u3629 .ง คือ นักท่องเที่ยวชาวไทยและ ต่างชาติ คนในท้องถิ่นและคนในพื้นที่ศึกษา (4) นำผลการสำรวจความคิดเห็น ที่มีต่อภาพจำลองแนวทางเลือก มาสรุปเป็นแนวทางการปรับปรุงคุณภาพเชิงทัศน์บริเวณมุมมองสำคัญที่ยอมรับได้มากที่สุด ผลการศึกษาพบว่าองค์ประกอบที่สร้างผลกระทบในพื้นที่ศึกษา แบ่งออกเป็น 7 กลุ่ม ได้แก่ อาคารที่มี รูปลักษณ์ทั่วไป อาคารที่มีรูปลักษณ์เฉพาะ ร้านค้า สิ่งประกอบบริเวณด้านหน้าองค์ประกอบหลัก สิ่งอำนวย ความสะดวก รถยนต์ และองค์ประกอบอื่นๆ โดยวิธีการลดผลกระทบในแนวทางเลือกที่เสนอประกอบด้วย การ เอาออก การย้ายตำแหน่ง การออกแบบใหม่ และการปิดบัง ซึ่งแต่ละองค์ประกอบที่สร้างผลกระทบต้องการ วิธีการในการลดผลกระทบที่แตกต่างกันไป และคนแต่ละกลุ่มก็มีความคิดเห็นต่อวิธีการต่างๆแตกต่างกันไป ตามวัฒนธรรม บทบาทของบุคคลต่อสถานที่ และความผูกพันกับพื้นที่ ซึ่งกระบวนการที่ได้จากการศึกษานี้จะ เป็นเครื่องมือที่สำคัญในการนำไปประยุกต์ หาแนวทางในการปรับปรุงคุณภาพเชิงทัศน์ในมุมมองสำคัญของ สถานที่ท่องเที่ยวแห่งอื่นๆต่อไปได้

บรรณานุกรม :
สุพิชฌาย์ เมืองศรี . (2553). แนวทางการปรับปรุงคุณภาพเชิงทัศน์บริเวณมุมมองสำคัญของสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ในเขตเมืองเชียงใหม่.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุพิชฌาย์ เมืองศรี . 2553. "แนวทางการปรับปรุงคุณภาพเชิงทัศน์บริเวณมุมมองสำคัญของสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ในเขตเมืองเชียงใหม่".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุพิชฌาย์ เมืองศรี . "แนวทางการปรับปรุงคุณภาพเชิงทัศน์บริเวณมุมมองสำคัญของสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ในเขตเมืองเชียงใหม่."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553. Print.
สุพิชฌาย์ เมืองศรี . แนวทางการปรับปรุงคุณภาพเชิงทัศน์บริเวณมุมมองสำคัญของสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ในเขตเมืองเชียงใหม่. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2553.