ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การฟื้นฟูภูมิปัญญางานทองโบราณเมืองอุบลสู่การพัฒนารูปแบบงานทองร่วมสมัยอย่างมีส่วนร่วม : กรณีศึกษา พื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การฟื้นฟูภูมิปัญญางานทองโบราณเมืองอุบลสู่การพัฒนารูปแบบงานทองร่วมสมัยอย่างมีส่วนร่วม : กรณีศึกษา พื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี
นักวิจัย : เจตน์ เหล่าวีระกุล
คำค้น : การฟื้นฟู , งานทองร่วมสมัย , งานทองโบราณ , จังหวัดอุบลราชธานี , ภูมิปัญญา
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2556
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG53E0004 , http://research.trf.or.th/node/8288
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาวิจัยเรื่อง การฟื้นฟูภูมิปัญญางานทองโบราณเมืองอุบลสู่การพัฒนารูปแบบงานทอง ร่วมสมัยอย่างมีส่วนร่วม : กรณีศึกษา พื้นที่จังหวัด อุบลราชธานี มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ (1.)เพื่อศึกษาประวัติ ความเป็นมาของศิลปะงานทองโบราณ (2.) เพื่อการพัฒนาภูมิปัญญางานทองโบราณเมืองอุบล (3.)เพื่อ เผยแพร่ศิลปะงานทองโบราณในจังหวัดอุบลราชธานี งานวิจัยชิ้นนี้ผู้วิจัยใช้วิธีการ วิจัยเชิงปฏิบัติการแบบ มีส่วนร่วม (Participatory Action Research: PAR) งานทองโบราณเมืองอุบลในปัจจุบัน ได้ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ทำ ให้กลุ่มลูกค้ามีค่านิยมในการใช้งานเครื่องทองแบบโบราณลดน้อยลง กลุ่มผู้ประกอบการร้านทองไม่ สามารถจำหน่ายสินค้าได้มากเท่าในอดีต ส่งผลให้มีการจ้างงานช่างทองโบราณลดลง ทำให้ช่างทองส่วน ใหญ่หันไปประกอบอาชีพอย่างอื่นแทน ภูมิปัญญาการทำงานทองของช่างทองโบราณเมืองอุบลฯ กำลังจะ ถูกลบเลือนและสูญหายไป เนื่องจากไม่มีการสืบทอดภูมิปัญญางานทองโบราณในคนรุ่นใหม่ ผลการศึกษาประวัติงานทองพบว่างานทองของเมืองอุบลราชธานี มีมาตั้งแต่สมัยกรุง รัตนโกสินทร์ พ.ศ. 2411-2453 ซึ่งหลังจากที่เจ้าขุนมูลนายในสมัยกรุงศรีอยุธยาได้รับคำสั่งให้ย้ายมา ประจำการตามหัวเมืองต่างๆ ทางวังหลวงจะทำการส่งช่างทองติดตามมาจากวังหลวงด้วย ซึ่งในสมัยนั้น คือ นายลุน ส่งศรี ซึ่งในขณะนั้นได้ถูกแต่งตั้งเป็น ท้าววรสาร (ลุน) ส่งศรี ข้าราชการฝ่ายช่างหลวง มีหน้าที่ ในการผลิตชิ้นงานเครื่องทรงและ เครื่องราช ใช้ในพิธีกรรมต่างๆ ของเจ้าขุนมูลนาย ต่อมาได้มีการ ถ่ายทอดความรู้การทำทองสู่รุ่นลูก คือนายโพธิ์ ส่งศรี จากหลักฐานมิได้ถ่ายทอดต่อ จึงทำให้สูญหายไป จนในระยะต่อมา พ.ศ.2500 นายไพบูลย์ โหตระไวศยะ ซึ่งเป็นพ่อค้าทองรูปพรรณ ได้ชักชวน นายคำนึง ยิ่งมีชัย มาทำงานทอง และมีเชื้อสายการทำทองที่ได้รับความรู้จาก ผู้เป็นลุง คือ นายประสาร สารพระ ซึ่ง เป็นช่างทองหลวงสายเขมร มาทำงานทองในเมืองอุบล จึงเกิดการผสมผสานศิลปะงานทองโบราณของ ไทยกับศิลปะงานทองเขมรได้อย่างลงตัว ทีมวิจัยได้ลงมือทำการเก็บบันทึกข้อมูลงานทองโบราณที่ยังคงหลงเหลือในลักษณะรูปภาพ ชิ้นงานชำรุด และ จากการบอกเล่าจากตัวช่างเอง ทีมวิจัยได้มีการแยกประเภทเป็น 2 แบบคือ 1.แบ่งตาม รูปแบบ เช่น ทับทรวงสมอ สังวาลดอกจอก 2.แบ่งตามเทคนิค เช่น งานกระเปาะ งานขุด งานยอด งาน ทองโบราณส่วนมากจะมีลักษณะเป็นการฝังเพชรซีกแบบรองซับสีดำ ในอดีตการรองซับจะใช้ไส้ถ่านรอง ก้นก่อนฝังเพชรแต่ในปัจจุบันได้เปลี่ยนมาใช้ ขี้เบ้าสีดำ จากการหลอมทอง การพัฒนาภูมิปัญญางานทองโบราณเมืองอุบล ได้ดำเนินการ โดยเริ่มจากการให้กลุ่มทีม ช่างทองเขียนตามจินตนาการของตนเองเป็นตัวหนังสือ แล้วนำมาให้ผู้วิจัยวาดสเกตภาพให้ดู จากนั้นจึงนำ กลับไปให้กลุ่มช่างดูแล้วนำกลับมาปรับแก้ให้ตรงตามจินตนาการอีกครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นกลุ่มช่างก็นำ กลับไปลอกลายทับลายเส้น เพื่อฝึกมือในการวาดลาย ซึ่งต้องใช้ความพยายามและฝึกฝนซ้ำๆหลายครั้ง จน เกิดความชำนาญ จึงได้ลงมือปฏิบัติการในการผลิตชิ้นงานทองรูปพรรณร่วมสมัย 2 เซ็ต คือ เซ็ตแม่น้ำมูล และเซ็ต ลายโบราณ ที่ได้รับการคัดเลือกจากกลุ่มผู้บริโภคในการสำรวจความพึงพอใจ ซึ่งแต่ละเซ็ตจะ ผลิตชิ้นงานในรูปแบบของเครื่องประดับสร้อยคอ จี้ ปิ่นปักผม แหวน กำไล ด้วยกรรมวิธีเทคนิค ผสมผสานการขึ้นตัวเรือนงานทองและทดลองเทคนิคใหม่ในการเชื่อมประกอบชิ้นงานทอง ต่างๆในงาน ทองโบราณร่วมสมัยทั้งสองเซ็ต ตลอดระยะเวลาเกือบ 2 ปีของการวิจัยได้ทำการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ งานทองโบราณ โดยเริ่มจากการใช้สื่อทางเคเบิ้ลทีวี เพื่อทำความเข้าใจ สืบหา ขอความร่วมมือ ในเก็บ รวบรวมข้อมูลงาน ทองโบราณ ที่มีอยู่ในท้องถิ่น การจัดเวทีเสวนาคืนข้อมูลให้แก่ช่างทองและบุคคลผู้สนใจในลาน พิพิธภัณฑ์ในงานแห่เทียนเข้าพรรษาปี 2553 รวมทั้งสำรวจความพึงพอใจของประชาชนต่องานทองที่ทีม วิจัยได้ออกแบบไว้ และการจัดนิทรรศการเผยแพร่ต่อสาธารณะในงานแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานีปี 2554 ทำให้ประชาชนในจังหวัดอุบลราชธานีได้มีโอกาสแลกเปลี่ยน และรู้จักงานทองโบราณของจังหวัด อุบลราชธานีเพิ่มขึ้น -

บรรณานุกรม :
เจตน์ เหล่าวีระกุล . (2556). การฟื้นฟูภูมิปัญญางานทองโบราณเมืองอุบลสู่การพัฒนารูปแบบงานทองร่วมสมัยอย่างมีส่วนร่วม : กรณีศึกษา พื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
เจตน์ เหล่าวีระกุล . 2556. "การฟื้นฟูภูมิปัญญางานทองโบราณเมืองอุบลสู่การพัฒนารูปแบบงานทองร่วมสมัยอย่างมีส่วนร่วม : กรณีศึกษา พื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
เจตน์ เหล่าวีระกุล . "การฟื้นฟูภูมิปัญญางานทองโบราณเมืองอุบลสู่การพัฒนารูปแบบงานทองร่วมสมัยอย่างมีส่วนร่วม : กรณีศึกษา พื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2556. Print.
เจตน์ เหล่าวีระกุล . การฟื้นฟูภูมิปัญญางานทองโบราณเมืองอุบลสู่การพัฒนารูปแบบงานทองร่วมสมัยอย่างมีส่วนร่วม : กรณีศึกษา พื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2556.