ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การเงินเพื่อการส่งออก : ศึกษาเฉพาะกรณีการให้ความช่วยเหลือทางการเงินเพื่อการส่งออก ของธนาคารแห่งประเทศไทย

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การเงินเพื่อการส่งออก : ศึกษาเฉพาะกรณีการให้ความช่วยเหลือทางการเงินเพื่อการส่งออก ของธนาคารแห่งประเทศไทย
นักวิจัย : กิตติวงศ์ สิงหเสมานนท์
คำค้น : การค้าระหว่างประเทศ , ธนาคารแห่งประเทศไทย , สินเชื่อเพื่อการส่งออก , การส่งเสริมการค้ากับต่างประเทศ
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ไพโรจน์ วงศ์วิภานนท์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2528
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/19829
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2528

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ มุ่งศึกษาเชิงนโยบายของรัฐบาลในการให้การสนับสนุนทางการเงินเพื่อการส่งออกผ่านทางธนาคารแห่งประเทศไทยในรูปของการรับช่วงซื้อลดตั๋วสัญญาใช้เงินที่เกิดจากการส่งออกในอัตราดอกเบี้ยต่ำ รวมทั้งศึกษาถึงบทบาทของสถาบันการเงินเอกชนในการอำนวยสินเชื่อเพื่อการส่งออก ทั้งในแง่ของการเป็เครื่องมือหรือกลไกของรัฐบาลในการให้ความช่วยเหลือทางการเงินเพื่อการส่งออก และในแง่ของการดำเนินงานปกติของสถาบันการเงินเหล่านั้น วัตถุประสงค์และขอบเขตของการศึกษามีดังนี้คือ ประการแรกศึกษาบทบาทของสถาบันการเงินในการอำนวยสินเชื่อเพื่อการส่งออก อันได้แก่ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน และธนาคารแห่งประเทศไทย ประการที่สอง ศึกษาถึงความจำเป็นและเหมาะสมของการให้ความช่วยเหลือทางการเงินเพื่อการส่งออกของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยการรับช่วงซื่อลดตั๋วสัญญาใช้เงินที่เกิดจากการส่งออก และประการสุดท้าย วิเคราะห์และประเมินผลการให้ความช่วยเหลือและผลประโยชน์ที่ได้รับสำหรับในสองประเด็จแรกนั้นใช้วิเคราะห์เชิงพรรณนา ส่วนในประเด็นหลังใช้การวิเคราะห์เชิงปริมาณเพื่อวัดถึงผลของการให้ความช่วยเหลือทางการเงินเพื่อการส่งออก ในปัจจุบัน สถาบันการเงินที่อำนวยสินเชื่อเพื่อการส่งออก และดำเนินธุรกิจด้านอื่น ๆ ควบคู่ไปด้วยมี 3 สถาบันด้วยกัน ได้แก่ ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน และธนาคารแห่งประเทศไทย โดยธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุน อำนวยสินเชื่อเพื่อการส่งออกทั้งในระยะสั้นและระยะยา ในรูปของสินเชื่อก่อนและหลังสินค้าลงเรือ (pre and post shipment) ตลอดจนอำนวยสินเชื่อสำหรับการผลิตเพื่อส่งออก เมื่อสิ้นปี 2526 ธนาคารพาณิชย์มียอดคงค้างของสินเชื่อเพื่อการส่งออก (ในรูปของสินเชื่อเพื่อการค้า) เป็นเงิน 32,094 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 7.8 ของการอำนวยสินเชื่อทั้งหมดของธนาคารพาณิชยื ในช่วยเวลาเดียวกัน บริษัทเงินทุนมียอดคงค้างของสินเชื่อเพื่อการส่งออก (ในรูปของสินเชื่อเพื่อการค้า) เป็นเงิน 1,715 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 1.9 ของการอำนวยสินเชื่อทั้งหมดของบริษัทเงินทุน ธนาคารแห่งประเทศไทยได้เข้ามีบทบาทในการให้ความช่วยเหลือทางการเงินเพื่อการส่งออกในอัตราดอกเบี้ยต่ำ (ไม่เกินร้อยละ 7 ต่อปี เมื่อก่อนเดือนกันยายน 2527 ) ผ่านทางธนาคารพาณิชย์ในรูปของการรับช่วงซื้อบดตั๋วสัญญาเพื่อการส่งออก โดยเป็นการให้ความช่วยเหลือทางการเงินระยะสั้นไม่เกิน 180 วัน ทั้งในรูปของสินเชื่อก่อนและหลังสินค้าลงเรือในช่วงเวลาที่ผ่านมามูลค่าการให้ความช่วยเหลือทางการเงินเพื่อการส่งออกของธนาคารแห่งประเทศไทยได้เพิ่มขึ้นเป็นลำดับ โดยในปี 2526 มียอดคงค้างเป็นเงิน 17,116 ล้านบาท หรือหากพิจารณาในแง่ของปริมาณสินเชื่อในรอบปีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ส่งออก ในปี 2526 มีมูลค่าถึง 77,328 ล้านบาท หรือร้อยละ 52.8 ของมูลค่าสินค้าออกของประเทศไทย ในด้านของความจำเป็นและความสมเหตุสมผลของการให้ความช่วยเหลือทางการเงินเพื่อการส่งออกของธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่า ประการแรกเป็นเครื่องมือของรัฐบาลในการส่งเสริมการส่งออก ประการที่สองเป็นการช่วยลดต้นทุนด้านดอกเบี้ยของผู้ส่งออก และเป็นการเพิ่มสภาพคล่องให้แก่ผู้ส่งออก ประการที่สาม ลดข้อจำกัดในการหาเงินกู้และต้นทุนที่ต่างกันของผู้ส่งออกท่ต่างขนาดกัน ในด้านต้นทุนของธนาคารแห่งประเทศไทยในการให้ความช่วยเหลือทางการเงินเพื่อการส่งออก เปรียบเทียบกับรายได้จากการส่งออกที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากการให้ความช่วยเหลือทางการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่าจากการศึกษาสินค้าออก 6 ชนิด มีสินค้าออกเพียงชนิดเดียวได้แก่ข้าว ที่รายได้จากการส่งออกที่เพิ่มขึ้น มีค่าสูงกว่าต้นทุนทางการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทยในการให้ความช่วยเหลือทางการเงินเพื่อการส่งออก สำหรับสินค้าออก 5 ชนิด ได้แก่ข้าวโพด ยางพารา น้ำตาล มันสำปะหลัง และยาสูบนั้นการให้ความช่วยเหลือทางการเงินเพื่อการส่งออกของธนาคารแห่งประเทศไทยไม่มีผลโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นของปริมาณการส่งออก แต่อย่างไรก็ตามการให้ความช่วยเหลือดังกล่าว ยังคงมีผลโดยอ้อมต่อการส่งออกผลิตภัณฑ์ดังกล่าว เช่น ช่วยลดต้นทุนด้านดอกเบี้ย เพิ่มสภาพคล่องทางการเงินของผู้ส่งออก เป็นต้น อนึ่งข้อสังเกตว่า หากสินค้าออกประเภทใดมีค่าความยืดหยุ่นต่อราคาของอุปสงค์ของผู้นำเข้าในต่างประเทศค่อนข้างสูง และมีค่าความยืดหยุนต่อราคาของอุปทุนสินค้าออกที่ค่อนข้างสูง เช่นกัน จะพบว่ารายได้จากการส่งออกที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากการให้ความช่วยเหลือทางการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย มีค่าใกล้เคียงหรือสูงกว่าต้นทุนทางการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทยในการให้ความช่วยเหลือทางการเงินเพื่อการส่งออก ดังนั้น หากธนาคารแห่งประเทศไทยต้องการให้มาตรการการให้ความช่วยเหลือทางการเงินเพื่อการส่งออกมีประสิทธิผลอย่างแท้จริงแล้ว ควรจำกัดการให้ความช่วยเหลือให้อยู่ขอบเขตที่แคบลง มิใช่เป็นการให้ความช่วยเหลือโดยทั่วไปดังเช่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน สินค้าที่มีความยืดหยุ่นต่อราคาของอุปสงค์และอุปทานสินค้าไทยค่อนข้างสูง ควรจะได้รับพิจารณาเป็นพิเศษ

บรรณานุกรม :
กิตติวงศ์ สิงหเสมานนท์ . (2528). การเงินเพื่อการส่งออก : ศึกษาเฉพาะกรณีการให้ความช่วยเหลือทางการเงินเพื่อการส่งออก ของธนาคารแห่งประเทศไทย.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กิตติวงศ์ สิงหเสมานนท์ . 2528. "การเงินเพื่อการส่งออก : ศึกษาเฉพาะกรณีการให้ความช่วยเหลือทางการเงินเพื่อการส่งออก ของธนาคารแห่งประเทศไทย".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กิตติวงศ์ สิงหเสมานนท์ . "การเงินเพื่อการส่งออก : ศึกษาเฉพาะกรณีการให้ความช่วยเหลือทางการเงินเพื่อการส่งออก ของธนาคารแห่งประเทศไทย."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2528. Print.
กิตติวงศ์ สิงหเสมานนท์ . การเงินเพื่อการส่งออก : ศึกษาเฉพาะกรณีการให้ความช่วยเหลือทางการเงินเพื่อการส่งออก ของธนาคารแห่งประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2528.