ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความแปรปรวนของปริมาณฝนภายในฤดูกาลของประเทศไทยที่เกิดเนื่องจากปรากฏการณ์ Madden-Julian Oscillation (MJO)

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความแปรปรวนของปริมาณฝนภายในฤดูกาลของประเทศไทยที่เกิดเนื่องจากปรากฏการณ์ Madden-Julian Oscillation (MJO)
นักวิจัย : ปัทมา สิงหรักษ์
คำค้น : ENSO , Madden-Julian Oscillation (MJO) , ปริมาณฝน
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2557
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG5330018 , http://research.trf.or.th/node/8241
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความแปรปรวนของปริมาณ ฝนภายในฤดูกาลของประเทศไทย กับปรากฏการณ์ Madden-Julian Oscillation (MJO) โดยใช้ ข้อมูลปริมาณฝนจากสถานีตรวจอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา 30 ปี (พ.ศ. 2522–2551) ประกอบกับข้อมูลที่บ่งบอกการเกิดเมฆยกตัวและปริมาณฝนในระดับภูมิภาค มาหา ความสัมพันธ์โดยการวิเคราะห์ composite ตามพัฒนาการของปรากฏการณ์ MJO ซึ่งแบ่งได้ เป็น 8 ระยะ โดยในระยะที่ 2 และ 3 ศูนย์กลางของกลุ่มเมฆฝนอยู่ที่มหาสมุทรอินเดีย ในขณะที่ ศูนย์กลางของบริเวณอากาศจมตัว ซึ่งเป็นสภาวะที่ไม่เอื้ออำนวยให้เกิดการยกตัวเป็นเมฆฝน อยู่ที่มหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก ในระยะที่ 4 และ 5 ศูนย์กลางของกลุ่มเมฆฝนเคลื่อนที่ไปทาง ตะวันออก มาอยู่เหนือหมู่เกาะอินโดนีเซีย ระยะที่ 6 และ 7 เป็นสภาวะตรงข้ามกับระยะที่ 2 และ 3 ส่วนระยะที่ 1 และ 8 เป็นสภาวะตรงข้ามกับระยะที่ 4 และ 5 โดยเฉลี่ยแล้ววัฏจักรของ MJO ใช้เวลาประมาณ 30–60 วัน ผลการศึกษาพบว่าความแปรปรวนของปริมาณฝนในประเทศ ไทยมีความสัมพันธ์กับพัฒนาการของปรากฏการณ์ MJO โดยปริมาณฝนโดยเฉลี่ยมีค่ามากกว่า ค่าปกติตามฤดูกาลเมื่อ MJO อยู่ในระยะที่ 3, 4, 5 และ 6 และมีค่าต่ำกว่าค่าปกติตามฤดูกาล เมื่อ MJO อยู่ในระยะที่ 7, 8, 1 และ 2 ส่วนแนวโน้มการเกิดเหตุการณ์ฝนตกหนัก ซึ่งบ่งชี้ด้วย ความน่าจะเป็นของการเกิดเหตุการณ์ที่มีปริมาณฝนมากกว่าเปอร์เซนไทล์ที่ 90 มีค่ามากกว่า ค่าเฉลี่ยเมื่อ MJO อยู่ในระยะ 3, 4, 5 และ 6 และมีค่าน้อยกว่าค่าเฉลี่ยเมื่อ MJO อยู่ในระยะที่ 7, 8, 1 และ 2 ผลการวิเคราะห์เมื่อจำแนกตามฤดูมรสุม พบว่า MJO ส่งผลต่อความผันแปรของ ปริมาณฝนทั่วทุกภูมิภาคของประเทศในฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ส่วนในฤดูมรสุม ตะวันออกเฉียงเหนือ MJO จะส่งผลกระทบต่อภาคใต้เท่านั้น ผลการวิเคราะห์เมื่อจำแนกตาม สภาวะของปรากฏการณ์ ENSO พบว่าในขณะที่เกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ ศูนย์กลางของ บริเวณอากาศจมตัวที่เกิดจาก MJO จะมีกำลังแรงขึ้น และในขณะที่เกิดปรากฏการณ์ลานีญา ศูนย์กลางของกลุ่มเมฆฝนที่เกิดจาก MJO จะมีกำลังแรงขึ้น และขณะเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งมักทำให้เกิดสภาวะแห้งแล้งในประเทศไทยโดยทัว่ ไปนั้น จะมีฝนตกได้หากมีศูนย์กลางของ บริเวณกลุ่มเมฆฝนที่เกิดจากปรากฏการณ์ MJO เคลื่อนที่ผ่านประเทศไทย ควรมีการวิจัย เพิ่มเติมถึงแนวทางการนำไปใช้ประกอบการคาดการณ์อากาศล่วงหน้าในระยะกลาง (3-10 วัน) This study investigates the variability of rainfall in Thailand at intraseasonal timescale associated with the Madden-Julian Oscillation (MJO). Using 30 years (1979- 2008) of rainfall data from Thailand Meteorological Department’s stations together with global gridded products of convective signal and rainfall, impacts of the MJO on rainfall variability are examined in terms of anomaly and probability of extreme events. Composite analysis according to the real-time multivariate MJO indices projects the evolution of the MJO life-cycle into 8 phases. During MJO active (suppressed) phases, positive (negative) convective anomalies and rainfall anomalies propagate into the eastern Indian Ocean, the Maritime Continent and the Western Pacific respectively. Meanwhile rainfall data from meteorological stations exhibit enhanced (reduced) rainfall accordingly implying spatial coherency of the MJO. In addition to variation of mean rainfall associated with the MJO, high impact events are also considered. During MJO active phases the probability of receiving rainfall amount greater than the 90th percentile increases compared to that during MJO suppressed phases. Stratifying the composites into southwest and northeast monsoon seasons shows similar MJO evolution with the center of convective and rainfall anomalies reside in the northern and southern hemispheres respectively. In southwest monsoon, all parts of Thailand are affected by the MJO, while only the southern part is affected in northeast monsoon. Furthermore, the combined effect of the MJO and the El-Nino Southern Oscillation (ENSO) are assessed. During ENSO warm (cold) phase the suppressed (active) convective anomalies of the MJO are intensified. During the generally dry condition of the ENSO warm phase, the arrival of MJO active phases enhances rainfall probability in Thailand. Further study should explore the implementation of the findings into medium range (3 – 10 days) forecasts.

บรรณานุกรม :
ปัทมา สิงหรักษ์ . (2557). ความแปรปรวนของปริมาณฝนภายในฤดูกาลของประเทศไทยที่เกิดเนื่องจากปรากฏการณ์ Madden-Julian Oscillation (MJO).
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ปัทมา สิงหรักษ์ . 2557. "ความแปรปรวนของปริมาณฝนภายในฤดูกาลของประเทศไทยที่เกิดเนื่องจากปรากฏการณ์ Madden-Julian Oscillation (MJO)".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ปัทมา สิงหรักษ์ . "ความแปรปรวนของปริมาณฝนภายในฤดูกาลของประเทศไทยที่เกิดเนื่องจากปรากฏการณ์ Madden-Julian Oscillation (MJO)."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2557. Print.
ปัทมา สิงหรักษ์ . ความแปรปรวนของปริมาณฝนภายในฤดูกาลของประเทศไทยที่เกิดเนื่องจากปรากฏการณ์ Madden-Julian Oscillation (MJO). กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2557.