ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

รูปแบบการพัฒนาความสามารถในการจัดการความรู้ของผู้ประกอบการที่มีนวัตกรรมในประเทศไทย

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : รูปแบบการพัฒนาความสามารถในการจัดการความรู้ของผู้ประกอบการที่มีนวัตกรรมในประเทศไทย
นักวิจัย : สมนึก เอื้อจิระพงษ์พันธ์
คำค้น : การบริหารองค์ความรู้
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : พักตร์ผจง วัฒนสินธุ์ , อัจฉรา จันทร์ฉาย , ประกอบ คุปรัตน์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2553
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/18604
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ด.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553

การศึกษาวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาตัวบ่งชี้ และสร้างรูปแบบการพัฒนาความสามารถในการจัดการความรู้ของผู้ประกอบการที่มีนวัตกรรมในประเทศไทย โดยทดสอบความสอดคล้องโมเดลสมการโครงสร้างของตัวบ่งชี้ความสามารถในการจัดการความรู้ของผู้ประกอบการที่มีนวัตกรรมในประเทศไทยกับข้อมูลเชิงประจักษ์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือ ผู้ประกอบการที่มีนวัตกรรมในประเทศไทยจำนวน 390 ราย โดยใช้การสุ่มตัวอย่างตามวัตถุประสงค์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม การวิเคราะห์ค่าสถิติพื้นฐานใช้โปรแกรม SPSS วิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันด้วยโปรแกรม LISREL และสร้างแบบจำลองต้นไม้การตัดสินใจด้วยโปรแกรม WEKA และนำตัวบ่งชี้มาสร้างรูปแบบการพัฒนาความสามารถในการจัดการความรู้ของผู้ประกอบการที่มีนวัตกรรมในประเทศไทย โดยการสัมภาษณ์เชิงลึกตัวแทนผู้ประกอบการที่มีนวัตกรรมในประเทศไทยที่ถูกเลือกแบบเจาะจงจำนวน 8 ราย รวมทั้งมีการใช้แนวคิด Technology Acceptance Model (TAM)ในการพัฒนาและทดสอบการยอมรับรูปแบบฯเชิงนวัตกรรมที่ถูกสร้างขึ้น ผลการวิจัย พบว่า โมเดลความสามารถในการจัดการความรู้ของผู้ประกอบการที่มีนวัตกรรมในประเทศไทยมีความสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยองค์ประกอบหลักทั้ง 4 องค์ประกอบของกระบวนการจัดการความรู้ คือ การแสวงหาความรู้ การสร้างความรู้ การเก็บความรู้ และการใช้ความรู้ เป็นองค์ประกอบสำคัญของความสามารถในการจัดการความรู้ของผู้ประกอบการที่มีนวัตกรรมในประเทศไทย มีค่าน้ำหนักองค์ประกอบเท่ากับ 0.91, 0.98, 0.92 และ 0.93 ตามลำดับ ซึ่งทั้ง 4 องค์ประกอบหลักจะต้องปฏิบัติผ่านองค์ประกอบย่อยทั้งหมด 24 องค์ประกอบ และ 80 ตัวบ่งชี้ นอกจากนี้ยังพบว่า องค์ประกอบย่อยความสามารถในการจัดการความรู้ทั้ง 6 ด้าน คือ เทคโนโลยี โครงสร้าง วัฒนธรรม ความเชี่ยวชาญ การเรียนรู้ และสารสนเทศ มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับความสามารถทางนวัตกรรมของผู้ประกอบการเมื่อพิจารณาจากค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน โดยมีค่าความ สัมพันธ์เท่ากับ 0.506, 0.556, 0.593, 0.601, 0.591 และ 0.544 ตามลำดับ อย่างไรก็ตามในการวิเคราะห์ความสัมพันธ์อิทธิพลเชิงสาเหตุขององค์ประกอบย่อยทั้ง 6 ด้าน กับความสามารถทางนวัตกรรม พบว่ามีเฉพาะ ความเชี่ยวชาญ การเรียนรู้ และสารสนเทศ เท่านั้น ที่มีความสัมพันธ์อิทธิพลเชิงสาเหตุกับความสามารถทางนวัตกรรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และผลจากการใช้เทคนิคต้นไม้การตัดสินใจ พบว่า ความสามารถในการจัดการความรู้ด้านโครงสร้างและสารสนเทศ จะมีความสำคัญต่อการจำแนกระดับนวัตกรรม รวมทั้งการสร้างรูปแบบการพัฒนาความสามารถในการจัดการความรู้เพื่อใช้ในการพัฒนาความสามารถทางนวัตกรรมของผู้ประกอบการ ประกอบด้วยแนวคิด หลักการ วิธีการ เครื่องมือ และแนวปฏิบัติ ได้รับการยอมรับจากผู้ประกอบการและผู้เชี่ยวชาญในประเทศไทย

บรรณานุกรม :
สมนึก เอื้อจิระพงษ์พันธ์ . (2553). รูปแบบการพัฒนาความสามารถในการจัดการความรู้ของผู้ประกอบการที่มีนวัตกรรมในประเทศไทย.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สมนึก เอื้อจิระพงษ์พันธ์ . 2553. "รูปแบบการพัฒนาความสามารถในการจัดการความรู้ของผู้ประกอบการที่มีนวัตกรรมในประเทศไทย".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สมนึก เอื้อจิระพงษ์พันธ์ . "รูปแบบการพัฒนาความสามารถในการจัดการความรู้ของผู้ประกอบการที่มีนวัตกรรมในประเทศไทย."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553. Print.
สมนึก เอื้อจิระพงษ์พันธ์ . รูปแบบการพัฒนาความสามารถในการจัดการความรู้ของผู้ประกอบการที่มีนวัตกรรมในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2553.