ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

เทคนิคการนิเทศการฝึกสอนของอาจารย์นิเทศก์ฝ่ายโรงเรียนฝึกสอน ในโรงเรียนระดับประถมศึกษา ของกลุ่มวิทยาลัยครูภาคตะวันตก

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : เทคนิคการนิเทศการฝึกสอนของอาจารย์นิเทศก์ฝ่ายโรงเรียนฝึกสอน ในโรงเรียนระดับประถมศึกษา ของกลุ่มวิทยาลัยครูภาคตะวันตก
นักวิจัย : ฒามรา ผลัดธุระ
คำค้น : การฝึกสอน , การนิเทศการศึกษา
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : บุญมี เณรยอด , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2524
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/18108
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2524

วัตถุประสงค์ของการวิจัย ๑. เพื่อศึกษาเทคนิคการนิเทศการฝึกสอนของอาจารย์นิเทศก์ฝ่ายโรงเรียนฝึก สอนที่ปฏิบัติอยู่ในโรงเรียนประถมศึกษา ซึ่งเป็นหน่วยฝึกสอนของวิทยาลัยครูภาคตะวันตก ๒. เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างเกี่ยวกับเทคนิคการนิเทศการฝึกสอนของอา จารย์นิเทศก์ฝ่ายโรงเรียนฝึกสอน ที่มีวุฒิระดับปริญญาตรีหรือสูงกว่ากับอาจารย์นิเทศก์ฝ่ายโรงเรียนฝึกสอน ที่มีวุฒิต่ำกว่าปริญญาตรี ๓. เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างเกี่ยวกับเทคนิคการฝึกสอนของอาจารย์นิเท ศก์ฝ่ายโรงเรียนฝึกสอนที่มีประสบการณ์ในการนิเทศการฝึกสอนตั้งแต่ ๕ ปีขึ้นไป กับอาจารย์นิเทศก์ฝ่ายโรงเรียนฝึกสอนที่มีประสบการณ์ในการนิเทศการฝึ กสอนต่ำว่า ๕ ปี สมมติฐานของการวิจัย ๑. อาจารย์นิเทศก์ฝ่ายโรงเรียนฝึกสอนที่มีวุฒิต่างกันมีเทคนิคการนิเทศที่ไม่แ ตกต่างกัน ๒. อาจารย์นิเทศก์ฝ่ายโรงเรียนฝึกสอนที่มีประสบการณ์ต่างกันมีเทคนิคการนิ เทศไม่แตกต่างกัน วิธีดำเนินการวิจัย กลุ่มตัวอย่างประชากรที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย อาจารย์นิเทศก์ฝ่ายโรงเรียนฝึกสอนในโรงเรียนระดับประถมศึกษาของกลุ่ มวิทยาลัยครูภาคตะวันตก ๔ วิทยาลัยที่ปฏิบัติงานในภาคการศึกษาที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๒๓ เลือกมาโดยใช้วิธีสุ่มตัวอย่างอย่างง่าย (Simple Random Sampling) โดยใช้หน่วยละ ๒ คน และนักศึกษาฝึกสอนระดับประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูง ที่ผ่านการฝึกสอนในภาคการศึกษาที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๒๓ โดยใช้การสุ่มตัวอย่างอย่างง่าย (Simple Random Sampling) โดยใช้ร้อยละ ๕๐ ของจำนวนนักศึกษาของแต่ละวิทยาลัย เป็นจำนวนอาจารย์นิเทศก์ฝ่ายโรงเรียนฝึกสอน ๑๗๒ คน นักศึกษา ๔๐๐ คน จากแบบสอบถามที่ส่งไปจำนวน ๙๗๒ ฉบับ ได้รับแบบสอบถามคืนมา ๔๘๔ ฉบับคิดเป็นร้อยละ ๘๒.๓๑เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสอบถามมีลักษณะเป็นแบบตรวจสอบ (Check list) แบบมาตราส่วนประเมินค่า ( Rating Scale) และแบบปลายเปิด ( Open- ended) แบบสอบถามมี ๒ ฉบับ คือ ฉบับที่ ๑ สำหรับอาจารย์นิเทศก์ฝ่ายโรงเรียนฝึกสอน และฉบับที่ ๒ สำหรับนักศึกษาฝึกสอน ผู้วิจัยได้หาความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้ง ๒ ฉบับ ได้ค่าความเชื่อมั่น ๐.๙๔ และ ๐.๙๖ ตามลำดับ การวิเคราะห์ข้อมูล วิเคราะห์โดยหาค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) และทดสอบความแตกต่างโดยใช้ค่าอัตราส่วนวิกฤต (t-test) สรุปผลการวิจัย จากผลการวิจัยพบว่า ๑. ในระยะก่อนออกฝึกสอน อาจารย์นิเทศก์ฝ่ายโรงเรียนฝึกสอน มีความเห็นว่าตนเองได้ปฏิบัติเกี่ยวกับเทคนิคการฝึกสอนอยู่ในระดับมาก แต่นักศึกษาฝึกสอนมีความเห็นว่าปฏิบัติอยู่ในระดับน้อย ในระยะระหว่างฝึกสอน อาจารย์นิเทศก์ฝ่ายโรงเรียนฝึกสอนมีความเห็นว่าตนเองได้ปฏิบัติเกี่ยวกับเ ทคนิคการนิเทศฝึกสอนอยู่ในระดับมาก แต่นักศึกษาฝึกสอนมีความเห็นว่าปฏิบัติอยู่ในระดับน้อย ในระยะเสร็จสิ้นการฝึกสอน อาจารย์นิเทศก์ฝ่ายโรงเรียนฝึกสอน มีความเห็นว่า ตนเองได้ปฏิบัติเกี่ยวกับเทคนิคการนิเทศการฝึกสอน อยู่ในระดับมาก แต่นักศึกษาเห็นว่าปฏิบัติอยู่ในระดับน้อย ๒. เทคนิคการนิเทศฝึกสอนที่อาจารย์นิเทศก์ฝ่ายโรงเรียนฝึกสอนปฏิบัติอยู่ใน ระดับมากในระยะก่อนการฝึกสอน ได้แก่ จัดให้นักศึกษาฝึกสอนได้ทำการสอนตามวิชาเอก โท ที่ได้เรียนมาแนะนำนักศึกษาฝึกสอนเกี่ยวกับการใช้หลักสูตร และคู่มือประกอบการสอน จัดปฐมนิเทศแก่นักศึกษาฝึกสอนเกี่ยวกับงานสอน งานประจำชั้น และงานในหน้าที่ ให้นักศึกษาวางแผนการสอนระยะสั้นและระยะยาวส่วนการปฏิบัติที่อยู่ในร ะดับน้อยได้แก่ การจัดหาและเตรียมโสตทัศนวัสดุอุปกรณ์การสอนร่วมกับนักศึกษาฝึกสอน จัดให้มีการสาธิตการสอนโดยนักศึกษาหลังจากชี้แจงข้อบกพร่องแล้ว ในระยะระหว่างฝึกสอน เทคนิคที่อาจารย์นิเทศก์ฝ่ายโรงเรียนฝึกสอนปฏิบัติอยู่ในระดับมาก ได้แก่ ให้คำแนะนำในการทำบันทึกการสอน ตรวจบันทึกการสอนสม่ำเสมอและล่วงหน้า เปิดโอกาสให้นักศึกษาแสดงความคิดโดยเสรี สังเกตพฤติกรรมเกี่ยวกับการปกครองชั้นเรียน ส่วนเทคนิคที่ปฏิบัติอยู่ในระดับน้อยได้แก่ อาจารย์นิเทศก์ฝ่ายโรงเรียนฝึกสอนถือความคิดเห็นของตนเป็นใหญ่เมื่อนั กศึกษาฝึกสอนมีความคิดเห็นไม่สอดคล้องกับตน ส่วนเทคนิคที่ไม่ปฏิบัติเลยได้แก่ การใช้เครื่องบันทึกเสียงเป็นเครื่องประกอบในการสังเกตพฤติกรรมทางวา จาของนักศึกษาฝึกสอนอาจารย์นิเทศก์ฝ่ายโรงเรียนฝึกสอนออกไปสอนแ ทนเมื่อนักศึกษาฝึกสอนผิด ในระยะเสร็จสิ้นการฝึกสอน เทคนิคที่อาจารย์นิเทศก์ฝ่ายโรงเรียนฝึกสอนปฏิบัติอยู่ในระดับมาก ได้แก่ จัดให้มีการรวบรวมวัสดุอุปกรณ์ไว้เป็นหมวดหมู่ มีการประชุมสัมมนาร่วมกับนักศึกษาฝึกสอนภายหลังเสร็จสิ้นการฝึกสอนแ ล้ว ส่วนเทคนิคที่ปฏิบัติอยู่ในระดับน้อยได้แก่ จัดให้มีการศึกษาระเบียนสะสม (Anecdotal Record) จัดให้มีการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวกับการปฏิบัติงานของอาจาร ย์นิเทศก์ฝ่ายโรงเรียนฝึกสอน จัดให้มีการศึกษาผลการเรียนของนักเรียนร่วมกับนักศึกษาฝึกสอน แล้วนำไปเป็นแนวทางในการทำแผนการสอนร่วมกัน ๓. การใช้เทคนิคการนิเทศการฝึกสอนทั้ง ๓ ระยะของอาจารย์นิเทศก์ฝ่ายโรงเรียนฝึกสอนที่มีวุฒิระดับปริญญาตรีหรือสู งกว่า กับอาจารย์นิเทศก์ฝ่ายโรงเรียนฝึกสอนที่มีวุฒต่ำกว่าปริญญาตรีแตกต่างกั นอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๕ ๔. การใช้เทคนิคการนิเทศการฝึกสอนทั้ง ๓ ระยะของอาจารย์นิเทศก์ฝ่ายโรงเรียนฝึกสอนที่มีประสบการณ์ตังแต่ ๕ ปีขึ้นไปและต่ำกว่า ๕ ปี แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๕

บรรณานุกรม :
ฒามรา ผลัดธุระ . (2524). เทคนิคการนิเทศการฝึกสอนของอาจารย์นิเทศก์ฝ่ายโรงเรียนฝึกสอน ในโรงเรียนระดับประถมศึกษา ของกลุ่มวิทยาลัยครูภาคตะวันตก.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ฒามรา ผลัดธุระ . 2524. "เทคนิคการนิเทศการฝึกสอนของอาจารย์นิเทศก์ฝ่ายโรงเรียนฝึกสอน ในโรงเรียนระดับประถมศึกษา ของกลุ่มวิทยาลัยครูภาคตะวันตก".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ฒามรา ผลัดธุระ . "เทคนิคการนิเทศการฝึกสอนของอาจารย์นิเทศก์ฝ่ายโรงเรียนฝึกสอน ในโรงเรียนระดับประถมศึกษา ของกลุ่มวิทยาลัยครูภาคตะวันตก."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2524. Print.
ฒามรา ผลัดธุระ . เทคนิคการนิเทศการฝึกสอนของอาจารย์นิเทศก์ฝ่ายโรงเรียนฝึกสอน ในโรงเรียนระดับประถมศึกษา ของกลุ่มวิทยาลัยครูภาคตะวันตก. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2524.